จากน้ำหอม N°5 สู่ไฟน์จิวเวลรี่ชิ้นงามที่ขับเน้นเอกลักษณ์ของ CHANEL ให้เปล่งประกาย

ต่อไปนี้ภาพจำของหมายเลข ‘N°5’ แห่งแบรนด์ CHANEL จะไม่ได้มีเพียงแค่บนขวดน้ำหอมอีกต่อไปแล้ว เพราะดูเหมือนว่าทางเมซงจะนำหมายเลขนำโชคดังกล่าวมาใช้ในคอลเลกชันไฟน์จิวเวลรี่อย่างจริงจังยิ่งขึ้น โดยล่าสุดนี้ไลน์ไฟล์จิวเวลรี่ Collection N°5 ได้นำสัญลักษณ์อันเป็นไอคอนิกของแบรนด์มาถ่ายทอดผ่านวัสดุล้ำค่าและเติมประกายด้วยเพชรน้ำงามในรูปแบบที่คงความโก้หรูในเส้นสายที่สะอาดตาและร่วมสมัย นับเป็นการตีความใหม่อีกครั้งที่ตอกย้ำความหมายที่สืบสานตำนานความสำเร็จของเมซง
การตีความครั้งใหม่ของหมายเลขนำโชค
ภายหลังจากเคยได้หยิบแรงบันดาลใจจากหมายเลขดังกล่าวมาถ่ายทอดในรูปแบบไฟน์จิวเวลรี่ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งความสำเร็จของน้ำหอม N°5 ในปี 2021 สัญลักษณ์เลข 5 ที่เปล่งประกายระยิบระยับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 สัญลักษณ์นี้จึงถูกนำมาใช้ในดีไซน์ของคอลเลกชันไฟน์จิวเวลรี่อีกครั้ง ในครั้งนั้นหมายเลข 5 ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนสร้อยคอเส้นสั้นที่สามารถปรับเป็นโช้คเกอร์ได้ และสร้อยข้อมือสีทอง 3 เฉด รวมถึงเวอร์ชันใหม่ของกำไลข้อมือ แหวน และต่างหูข้างเดียวสีเยลโลว์โกลด์


ในการตีความครั้งล่าสุดนี้หมายเลข 5 ถูกนำมาใช้บนไอเทมต่างๆ ที่นำเสนอความหลากหลายในการสวมใส่ที่สามารถนำมาผสมผสานกันได้อย่างสนุกสนานเช่นเคย ไอเทมชิ้นเด่นที่มีตัวเลือกหลากหลายและมีความหมายพิเศษเห็นจะเป็นสร้อยคอและสร้อยคอมือ ที่ได้แรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน Bijoux de Diamants เมื่อปี 1932 ที่แสดงออกถึงภาษาในการดีไซน์ที่บ่งบอกสไตล์ของมัดมัวแซลชาเนลอย่างชัดเจน ด้วยการสวมสร้อยคอแบบสั้นหรือที่เรารู้จักกันดีในรูปแบบโช้คเกอร์
ซึ่งภาษาการดีไซน์และสไตล์การสวมใส่นั้นถูกตีความใหม่เป็นสร้อยคอ Eternal N°5 Diamond Line สร้อยคอเส้นสั้นที่มาในตัวเลือกตัวเรือนทั้งหมด 3 วัสดุ ได้แก่ ไวท์โกลด์ 18 กะรัต เยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต และเบจโกลด์ 18 กะรัต ทุกเวอร์ชันประดับประดาด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนท์ 50 เม็ด น้ำหนักรวม 1.66 กะรัต โดยมีหมายเลขนำโชคของมัดมัวแซลชาเนลโดดเด่นอยู่ตรงกลาง โดยออกแบบให้โค้งรับกับเพชรนํ้าหนัก 0.30 กะรัต ซึ่งได้รับการรับรองจาก GIA
ส่วนสร้อยข้อมือนั้นมาในสามตัวเลือกวัสดุเช่นเดียวกับสร้อยคอเส้นสั้น สายสร้อยข้อมือประดับด้วยแถวของเพชรเม็ดกลางทรงกลมฝังประดับแบบกรอบเหลี่ยมจำนวน 42 เม็ด น้ำหนักรวม 1.32 กะรัต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ CHANEL มาตั้งแต่ปี 1932 แอบซ่อนกิมมิกเล็กๆ ไว้ที่ตัวล็อกที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมายเลข 5 ซึ่งเป็นการเลียนแบบตัวล็อกของกระเป๋ารุ่น 2.55 ได้อย่างแนบเนียน



การสานต่อตำนาน N°5 ยังถูกถ่ายทอดลงบนไอเทมผิวเรียบขัดเงาอย่าง กำไลข้อมือ Eternal N°5 ที่มาในตัวเลือกสามวัสดุหลักที่ทางเมซงเลือกใช้ โดยยังคงวางสัญลักษณ์หมายเลข 5 ไว้ตรงกลาง ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนท์ 24 เม็ด น้ำหนักรวม 0.39 กะรัต สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับกำไลเงางามรุ่นนี้คือตัวล็อกแบบซ่อนหลังหมายเลข 5 และการออกแบบวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ทำให้สามารถสวมใส่ได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีจิวเวลรี่ชิ้นเล็กที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวันอย่างแหวนที่มาในตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ขัดเงา ขับเพชรเม็ดกลางขนาด 0.25 กะรัตให้โดดเด่น และตุ้มหูข้างเดียวสุคชิคที่กลายเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของคอลเลกชันไฟน์จิวเวลรี่จาก CHANEL ไปเสียแล้ว ซึ่งมาในดีไซน์หมายเลข 5 ประดับเพชรเช่นกัน
น่าจะเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันไฟน์จิวเวลรี่ที่นำมาใส่กับนาฬิกาจิวเวลรี่เรือนเล็กๆ ได้ลงตัว อย่างนาฬิการุ่น Première Galon นี่เหมาะเลยทีเดียว
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Chanel Première Ribbon Red การคืนชีพของตัวเรือนไอคอนในโทนสีแดงสุดคลาสสิค

