จุดเริ่มต้นตำนาน: Rolex ‘Rainbow Zenith’ Daytona ที่หาได้เพียงเรือนเดียวในโลก

Date:

Rolex ‘Rainbow Zenith’ Daytona ย้อนรอยไทม์ไลน์ของเรือนเวลาที่เปลี่ยนนิยามความหรูหราสู่ศิลปะแห่งอัญมณี

ถ้าคุณคือนักสะสมที่หลงใหลในงานศิลปะแห่งนาฬิกา Rolex Rainbow Zenith Daytona คือ จุดสูงสุดที่ยากจะหาใครเทียบเคียง นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงนาฬิกา แต่มันคือผลงานศิลป์อันทรงคุณค่าที่จะเผยโฉมในงานประมูลที่เจนีวาในเดือนพฤศจิกายนนี้

Rolex Rainbow Zenith Daytona”: ไอคอนแห่งความหรูหราที่ไร้ซึ่งขอบเขต

ย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 1970s Rolex ได้เริ่มต้นสร้างสรรค์นาฬิกาที่โดดเด่นด้วยการประดับอัญมณีหลากสีสันในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยเริ่มจากคอลเลคชัน Cellini ที่มาพร้อมขอบเรือนประดับแซพไฟร์ไล่เฉดสีรุ้ง แต่กระแสความนิยมของ “เรือนเวลาอัญมณีสีรุ้ง” หรือที่เรียกว่า Rainbow Gem-Set Watches กลับพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในปี 2018 เมื่อ Rolex เปิดตัวรุ่น Everose Rainbow Daytona (Ref. 116595RBOW) ซึ่งกลายเป็นไอเท็มล้ำค่าที่คนรัก Rolex ทั่วโลกต่างหมายปอง

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปก่อนหน้าเกือบ 20 ปี Rolex เคยสร้างนาฬิกา Daytona สุดพิเศษเพียงหนึ่งเรือนในโลก ซึ่งได้แก่ Cosmograph Daytona Ref. 16599SAAEC ในปี 1994 โดยรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นตามคำสั่งพิเศษของลูกค้าจากตะวันออกกลาง มันมาพร้อมขอบตัวเรือนประดับแซพไฟร์หลากสีที่เรียงกันอย่างวิจิตรและถือเป็นก้าวแรกของแบรนด์ในการนำอัญมณีเข้าสู่โลกแห่งนาฬิกาสปอร์ต

SAAEC: ความหมายแห่ง “Sapphire Arc-en-Ciel”

คำว่า “SAAEC” ที่ปรากฏในหมายเลขรุ่น 16599SAAEC ย่อมาจาก “Sapphire Arc-en-Ciel” ซึ่งแปลตรงตัวจากภาษาฝรั่งเศสว่า “สายรุ้งไพลิน” Rolex เริ่มต้นความท้าทายนี้ด้วยการพัฒนา Daytona จากนาฬิกาสำหรับนักแข่งรถและนักกีฬามืออาชีพ ให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่ผสานความแข็งแกร่งและความงดงามของอัญมณีหลากสีอย่างลงตัว

ในช่วงระหว่างปี 1994 ถึง 1999 Rolex ได้เริ่มประดับขอบตัวเรือนของนาฬิกา Daytona ด้วยอัญมณีล้ำค่าอย่างทับทิม แซพไฟร์ และมรกต แต่ Rainbow Zenith Daytona Ref. 16599SAAEC กลับโดดเด่นกว่าใคร เพราะเป็นรุ่นเดียวที่มีการเรียงอัญมณีไพลินไล่เฉดสีในลักษณะสายรุ้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเป็นเอกลักษณ์ในสายตาของนักสะสม

เสน่ห์ของกลไก Zenith Calibre 4030

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Rainbow Zenith Daytona Ref. 16599SAAEC เป็นที่กล่าวขาน คือการใช้กลไก Calibre 4030 ซึ่งปรับปรุงมาจากกลไก El Primero ที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของ Zenith โดย Rolex ได้ทำการปรับแต่งกลไกนี้กว่า 200 จุด ตั้งแต่การเพิ่มความแข็งแกร่งให้ระบบเฟือง ไปจนถึงการติดตั้งบาลานซ์วีลแบบฟรีสปรัง พร้อมไมโครสเตลลา นัตส์ และบาลานซ์สปริงแบบ Breguet Overcoil ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความทนทาน ตามมาตรฐานการรับรอง ซูเปอร์เลทีฟ โครโนมิเตอร์ ของตน

งานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ: รายละเอียดที่หาไม่ได้ในรุ่นอื่น

แม้จะดูคล้ายกับ Rainbow Daytona รุ่นปี 2012 แต่ Ref. 16599SAAEC มีความพิเศษที่แตกต่างอย่างชัดเจน ขอบหน้าปัดประดับแซพไฟร์ทั้งหมด 44 เม็ด (มากกว่ารุ่นปกติที่มีเพียง 36 เม็ด) ทำให้เฉดสีมีความละเอียดอ่อนและต่อเนื่องยิ่งขึ้น อีกทั้งการไล่สีของแซพไฟร์ยังกลับด้านกันเมื่อเทียบกับรุ่นหลัง โดยเฉดสีพาสเทลถูกใช้แทนสีสด ทำให้เรือนเวลานี้มีเสน่ห์แบบเรียบหรูแต่ยังคงไว้ซึ่งความโดดเด่นเหนือใคร

หน้าปัดเพชรปูเต็มแบบพาเว ประดับด้วยหลักชั่วโมงแซพไฟร์สีน้ำเงินอย่างประณีตในระดับที่ไร้ข้อกังขา และมาพร้อมตัวเลขอารบิกในวงหน้าปัดย่อย รวมถึงเข็มนาฬิกาทำจากไวท์โกลด์ ร่วมกันสะท้อนแสงระยิบระยับทุกครั้งเมื่อพลิกข้อมือ

ราคาประเมินและการประมูล: หนึ่งเดียวที่โลกจับตา

Rainbow Zenith Daytona Ref. 16599SAAEC ไม่ได้เป็นเพียงแค่นาฬิกา แต่ยังเป็นประวัติศาสตร์และศิลปะที่มีชีวิต โดยเรือนนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมีราคาประมูลสูงกว่า 3 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรม President ในเจนีวา วันที่ 8 พฤศจิกายน 2024 ภายในงาน “Reloaded: The Rebirth of Mechanical Watchmaking, 1980-1999” งานนี้จึงเป็นโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับนักสะสมทั่วโลก

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Cheryl Chia

Share post:

More like this

Protected: 1815 UP/DOWN และ TRIPLE SPLIT บทพิสูจน์ความเที่ยงตรงเหนือกาลเวลาจาก A. Lange & Söhne

สองเอกลักษณ์แห่งแบรนด์นาฬิกาจากแคว้นแซกโซนี สองสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงแบรนด์นาฬิกาจากแคว้นแซกโซนีได้อย่างแจ่มชัด คำแรกคือ ‘ความเที่ยงตรง’ ส่วนคำที่สองหนีไม่พ้น ‘ดีไซน์เหนือกาลเวลา’ จะว่าไปแค่สองคำนี้ก็เป็นตัวแทนที่ครอบคลุมสิ่งที่เราคาดหวังจากนาฬิกาชั้นดีสักเรือนได้แล้ว แต่ A. Lange...

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...

GPHG กับภารกิจขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาโลก

บทสนทนาพิเศษกับ Raymond Loretan และ Carine Maillard ว่าด้วยวิวัฒนาการของ GPHG ความหมายของความเป็นเลิศ...

‘Heritage’ คืออะไรกันแน่ในโลกนาฬิกา

สำรวจปรัชญา Heritage ผ่านแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ WORDS: Chanist Prasertburanakul ในอุตสาหกรรมนาฬิกา คำว่า ‘Heritage’ ถูกใช้แพร่หลายจนบางครั้งกลายเป็นเพียงคำการตลาดที่แปะไว้บนกล่องนาฬิการุ่นใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางความรู้สึก แต่สำหรับนักสะสมและคนรักนาฬิกาอย่างจริงจัง...