Audemars Piguet เปิดตัว Neo Frame Jumping Hour การหวนคืนกลไกระดับตำนานด้วยการออกแบบสไตล์ Art Deco 

Date:

การตีความต้นแบบปี 1929 สู่เรือนพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมกลไก Calibre 7122 แบบอัตโนมัติรุ่นแรกของแบรนด์ในระบบ jumping hour

Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิกา Neo Frame Jumping Hour ผสานความงามเชิงประวัติศาสตร์จากยุค Art Deco เข้ากับนวัตกรรมระดับสูง โดยใช้การแสดงเวลาที่เรียกว่า jumping hour ซึ่งตัวเลขชั่วโมงจะกระโดดไปข้างหน้าใหม่ทุก 60 นาที แทนเข็มชั่วโมงแบบเดิม

ตำนานกลไก Jumping Hour และแรงบันดาลใจจากยุคก่อน

กลไก jumping hour มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่กลางศตวรรษ 17 ในนาฬิกาโต๊ะ และได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนมาใช้ในนาฬิกาพกและต่อมาเป็นนาฬิกาข้อมือ เพราะช่วยให้ตัวเลขชั่วโมงและนาทีมองเห็นง่ายผ่านช่องหน้าต่าง

Audemars Piguet มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับกลไกนี้ โดยถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่ผลิตนาฬิกา jumping hour ในปี 1921 และในช่วงปี 1924–1951 ยังเคยจำหน่ายนาฬิกาที่ใช้กลไกนี้แล้วกว่า 347 เรือน

การตีความใหม่ Neo Frame จากต้นแบบปี 1929

นาฬิกา Neo Frame Jumping Hour ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่น pre-model 1271 ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1929 ด้วยรูปทรงเรียบง่ายแบบสี่เหลี่ยมที่โดดเด่นตามแนวสไตล์ Streamline Moderne และลวดลาย gadroons (เส้นลอนโค้ง) ที่ช่วยสร้างรายละเอียดให้กับตัวเรือน

โครงสร้างและวัสดุร่วมสมัย

ตัวเรือนผลิตจากพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ขนาดหน้าปัดกว้างประมาณ 34 มม. และยาว 47.1 มม. หนาเพียง 8.8 มม. ซึ่งทำให้ซ้อนอยู่บนข้อมือได้อย่างพอดี หน้าปัดเป็นแซฟไฟร์คริสตัลเคลือบ PVD สีดำแทบไม่มีขอบโลหะตรงตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา โดยช่องทั้งสองช่องแสดงชั่วโมงแบบกระโดดและนาทีแบบต่อเนื่อง

กลไกใหม่ Calibre 7122

ภายในทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติแบบใหม่ของแบรนด์คือ Calibre 7122 ซึ่งพัฒนาต่อจาก Calibre 7121 ที่ใช้ในนาฬิกา Royal Oak Jumbo โดยเป็น กลไก jumping hour อัตโนมัติครั้งแรกจาก Audemars Piguet มีความถี่ 4 Hz และสามารถสำรองพลังงานได้ประมาณ 52 ชั่วโมง กลไกยังติดตั้งระบบกันแรงกระแทกจดสิทธิบัตร และชิ้นส่วนแสดงเวลาทำจากไทเทเนียมและอะลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความทนทาน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: พิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 34 มม. x 47.1 มม. x 8.8 มม.
  • หน้าปัด: แซฟไฟร์คริสตัลเคลือบ PVD สีดำ พร้อมช่องบอกเวลา
  • กลไก: Calibre 7122 อัตโนมัติ jumping hour สำรองพลังงาน 52 ชั่วโมง กันน้ำ 20 เมตร
  • สาย: หนังลูกวัวสีดำ พร้อมหัวเข็มขัดพิ้งค์โกลด์
Audemars Piguet Neo Frame Jumping Hour
Audemars Piguet Neo Frame Jumping Hour

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
URWERK เปิดตัว UR-100V LightSpeed Ceramic วัสดุคอมโพสิตใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
IWC เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งความเร็วด้วย Pilot’s Watch Chronograph 41 รุ่นพิเศษ George Russell
การกลับมาของ Niton แบรนด์นาฬิกาสวิสอายุร่วมศตวรรษ ที่เปิดตัวอีกครั้งด้วย ‘PRIMA’ นาฬิกา Jump Hour สุดเนี้ยบ

Share post:

More like this

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...