IWC เฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งความเร็วด้วย Pilot’s Watch Chronograph 41 รุ่นพิเศษ George Russell

Date:

เมื่อสีฟ้าประจำตัวของ George Russell มาอยู่บนตัวเรือนเซรามิกสีดำสุดแกร่งจาก IWC

IWC Schaffhausen สานต่อสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับโลกแห่งความเร็วด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาผลงานคอลแลบบอเรชันล่าสุดร่วมกับ George Russell นักแข่งดาวรุ่งจากทีม Mercedes-AMG Petronas Formula One ในรุ่น Pilot’s Watch Chronograph 41 George Russell (Ref. IW389411) ที่มาพร้อมภาพลักษณ์ดุดันและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของยอดนักแข่งชาวอังกฤษ

ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนของ GR63 

ความโดดเด่นของนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่การเลือกใช้โทนสี George Russell Blue ซึ่งเป็นสีฟ้าเฉดเดียวกับที่ปรากฏบนหมวกกันน็อกคู่ใจของเขา สีฟ้านี้ถูกนำมาใช้ตกแต่งทั้งบนรายละเอียดของหน้าปัด เข็มนาฬิกา และสายยางคุณภาพสูง นอกจากนี้บริเวณฝาหลังไทเทเนียมยังมีการสลักหมายเลข 63 ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวในการแข่งขันของ Russell ที่เขาใช้มาตั้งแต่สมัยแข่งรถคาร์ทจนถึงปัจจุบัน

วัสดุไฮเทคเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ตัวเรือนขนาด 41.9 มิลลิเมตร ผลิตจากเซรามิกเซอร์โคเนียมออกไซด์ (Zirconium Oxide Ceramic) สีดำผิวด้าน ซึ่งเป็นวัสดุที่ IWC เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ให้คุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนและมีน้ำหนักเบา เสริมความแกร่งด้วยปุ่มกดและเม็ดมะยมที่ผลิตจาก Ceratanium® วัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะที่รวมข้อดีของไทเทเนียมและเซรามิกไว้ด้วยกัน

ขุมพลังภายใน

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house Calibre 69380 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟแบบ Column-wheel ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงและทนทาน รองรับการสำรองพลังงานได้ 46 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันแสดงวันและวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดย่อยจัดวางแบบ Tri-compax ที่อ่านค่าได้ง่ายตามมาตรฐานนาฬิกานักบิน

นาฬิการุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,063 เรือน ทั่วโลก (เป็นการผสมผสานระหว่างเลข 1,000 และหมายเลข 63 ของ Russell) ถือเป็นไอเทมที่รวมเอาศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูงและจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รายละเอียดทางเทคนิค
IWC Pilot’s Watch Chronograph 41 George Russell
  • หมายเลขอ้างอิง IW389411
  • กลไก กลไกอัตโนมัติ In-house Calibre 69380 ระบบโครโนกราฟแบบ Column-wheel สำรองพลังงาน 46 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน ชั่วโมง นาที วินาทีย่อย ระบบจับเวลาโครโนกราฟ (12 ชั่วโมง และ 30 นาที) แสดงวันและวันที่
  • ตัวเรือน ขนาด 41.9 มม. หนา 15.5 มม. วัสดุเซรามิกสีดำ เม็ดมะยมและปุ่มกด Ceratanium® ฝาหลังไทเทเนียมสลักหมายเลข 63 กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด สีดำด้านพร้อมรายละเอียดสีฟ้า เข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova สีฟ้า
  • สายนาฬิกา สายยางสีฟ้า พร้อมระบบ EasX-CHANGE® สำหรับการเปลี่ยนสายด้วยตนเอง
  • จำนวนที่ผลิต Limited Edition 1,063 เรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Chopard Zagato Lab One Concept ความเร้าใจระดับไฮเปอร์คาร์บนเรือนเวลาที่เบาที่สุดในประวัติศาสตร์
H. Moser & Cie. Endeavour Tourbillon Skeleton สถาปัตยกรรมแห่งความโปร่งใสและปรัชญามินิมัลลิซึม
ทำความรู้จัก Fears Watches การฟื้นคืนชีพของมรดกเรือนเวลาอังกฤษและเสน่ห์ของรุ่น Brunswick 40 1846 Edition

Share post:

More like this

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง