Chanel Première Ribbon Red การคืนชีพของตัวเรือนไอคอนในโทนสีแดงสุดคลาสสิค

Date:

สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความหลงใหล การคืนชีพของนาฬิกา Première ในโทนสีแดงอันเป็นที่รักของ Gabrielle Chanel

แบรนด์ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาของตนอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Première Ribbon Red ซึ่งเป็นการนำนาฬิการุ่นไอคอนิกที่สร้างขึ้นในปี 1987 กลับมาแต่งแต้มด้วยสีสันอันเป็นหัวใจสำคัญของ Gabrielle Chanel

นาฬิกา Première นั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของแบรนด์ เมื่อกว่าสามทศวรรษที่แล้ว การออกแบบที่กล้าหาญในครั้งนั้นได้แหกกฎเกณฑ์ของนาฬิกาแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากจุกขวดน้ำหอม N°5 และรูปทรงของ Place Vendôme ในปารีส หน้าปัดยังถูกออกแบบให้เรียบง่าย ไม่มีตัวเลขบอกเวลา หรือแม้แต่เข็มวินาที สะท้อนถึงอิสระและความเป็นตัวของตัวเอง

ต่อมาในปี 2026 การสร้างสรรค์อันเป็นสัญลักษณ์นี้ถูกห่อหุ้มด้วยสีแดง ซึ่งเป็นสีที่ Gabrielle Chanel ชื่นชอบและยกย่องว่าเป็น “ชีวิต” (“Red is life”) สีแดงที่สดใสและเปี่ยมด้วยพลังนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความหลงใหลและความกล้าหาญ

สำหรับรุ่น Ribbon Red นี้ รายละเอียดทุกส่วนได้รับการรังสรรค์อย่างประณีต ตัวเรือนผลิตจากเยลโลว์โกลด์ 18K พร้อมฝาหลังไทเทเนียม ส่วนหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์สีแดงแบบซันเบิร์ส มอบการสะท้อนแสงที่เล่นกับมิติได้อย่างงดงาม ความหรูหราถูกเน้นย้ำด้วยเม็ดมะยมเยลโลว์โกลด์ 18K ที่ประดับด้วยเพชรธรรมชาติเจียระไนแบบบริลเลียนต์ 1 เม็ด (ประมาณ 0.04 กะรัต)

สิ่งที่โดดเด่นและให้สัมผัสแบบโอต์กูตูร์คือกำไลข้อมือ ซึ่งทำจากสายยางสีแดงที่ให้สัมผัสนุ่มคล้ายกำมะหยี่ และเสริมด้วยตัวล็อกแบบหัวเข็มขัด (ardillon buckle) ที่ทำจากเยลโลว์โกลด์ 18K เช่นดียวกัน นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ที่มีความแม่นยำสูง มีฟังก์ชันบอกชั่วโมงและนาที โดยมีขนาดกะทัดรัดที่ 19.7 x 15.2 x 7.5 mm พร้อมความสามารถในการกันน้ำได้ลึก 30 เมตร

และนี่ก็คือทั้งหมดของ Chanel Première Ribbon Red เรือนเวลาที่เป็นเหมือนการแสดงออกถึงสไตล์ที่โดดเด่นและเฉลิมฉลองให้กับสีแดง ซึ่งเป็นแก่นแท้ของ House of CHANEL นั่นเอง

ข้อมูลทางเทคนิค (สรุป)
  • ตัวเรือน: เยลโลว์โกลด์ 18K พร้อมฝาหลังไทเทเนียม ขนาด 19.7 x 15.2 x 7.5 mm กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: เคลือบแล็กเกอร์สีแดงแบบซันเรย์ (Red-lacquered sunray dial)
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที
  • กลไก: ควอตซ์ที่มีความแม่นยำสูง 
  • สาย: สายยางสีแดงให้สัมผัสคล้ายกำมะหยี่ (Red rubber strap with velvet touch) พร้อมหัวเข็มขัด (ardillon buckle) เยลโลว์โกลด์ 18K

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

เจาะลึกเบื้องหลังเรือนเวลา ID Genève Circular S เมื่อนวัตกรรมคือทางออกของปัญหาคาร์บอนในอุตสาหกรรมนาฬิกา
Audemars Piguet ตอกย้ำมรดก 150 ปี ด้วยการคว้า “Grosse Pièce” นาฬิกาพกสุดซับซ้อนแห่งศตวรรษที่ 20 คืนสู่ Le Brassus
Louis Erard x Konstantin Chaykin ‘Unfrogettable’ เมื่อความชำนาญขั้นสูงคือรากฐานของความสนุกที่ไม่ลืมเลือน

Share post:

More like this

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...