Bvlgari Holiday Season 2025 เรือนเวลาแห่งการเฉลิมฉลองภายใต้มนต์เสน่ห์แห่งกรุงโรม

Date:

Bvlgari Holiday Season 2025 พร้อมเรือนเวลา Serpenti, Octo, และ Bvlgari Bvlgari สัญลักษณ์แห่งความรักและนวัตกรรมภายใต้แสงดาวแห่งกรุงโรม

เทศกาลวันหยุดปี 2025 นี้ Bvlgari (บุลการี) แบรนด์เครื่องประดับและเรือนเวลาสัญชาติอิตาลีผู้เลื่องชื่อ ได้เปิดจักรวาลแห่งการเฉลิมฉลองภายใต้คอนเซ็ปต์ “TOGETHER WE CELEBRATE” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมนต์เสน่ห์และค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวของ “มหานครนิรันดร์” (Eternal City) อย่างกรุงโรม เพื่อตอกย้ำถึงความสุขของการเชื่อมโยงผู้คนอย่างแท้จริง ทั้งครอบครัว เพื่อน และคนรัก ซึ่งผลงานสร้างสรรค์ของ Bvlgari ในฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่แค่ของขวัญ แต่เป็นสัญลักษณ์อันเจิดจรัสของช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความสุขและเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ส่งผ่านในทุกการมอง

เรือนเวลาแห่งอารมณ์และนวัตกรรม

ในส่วนของคอลเลกชันเรือนเวลา นาฬิกาของ Bvlgari ถูกจัดวางให้เป็นศูนย์กลางของการมอบของขวัญอันเป็นอมตะ โดยสะท้อนถึงการผสมผสานงานฝีมืออิตาลี (Italian Glamour) เข้ากับความกล้าหาญในการออกแบบ ซึ่งความเจิดจรัสของงานออกแบบที่โดดเด่นทำให้เรือนเวลาเหล่านี้กลายเป็นของขวัญที่เหมาะสมที่สุดในการถ่ายทอดความรู้สึกอย่างเต็มเปี่ยม สำหรับฤดูกาลแห่งการมอบของขวัญนี้ Bvlgari ได้เน้นย้ำถึงความเป็นที่สุดของสามคอลเลกชันนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ

Serpenti Seduttori Automatic (Ref. 104058): เรือนเวลาที่เปล่งประกายความเย้ายวน ความลึกลับ และความเย้ายวนร่วมสมัย โดดเด่นด้วยหัวนาฬิกาทรงหยดน้ำและสายนาฬิกาแบบหกเหลี่ยมที่ยืดหยุ่นได้เหมือนเกล็ดงู

สาย: สายนาฬิกาแบบพับได้ (Folding Buckle) ทำจากโรสโกลด์ 18 กะรัตและสเตนเลสสตีล

ตัวเรือน/หน้าปัด: ตัวเรือนขนาด 34 มม. สเตนเลสสตีลและ โรสโกลด์ 18 กะรัต ขอบตัวเรือนประดับเพชร 36 เม็ด หน้าปัดโอปาลีนสีขาว (White Opaline Dial) เม็ดมะยมโรสโกลด์ประดับทับทิมสีชมพูเจียระไนแบบคาโบชอง

กลไก: กลไกอัตโนมัติ In-House Calibre BVS 100 แสดงฟังก์ชันชั่วโมงและนาที พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง (แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมศิลปะอัญมณีเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกา)

Serpenti: นาฬิกาคอลเลกชันนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการกำเนิดใหม่และวงจรนิรันดร์ โดยในปีนี้มาพร้อมกับเรือนเวลาที่หรูหราและอ่อนโยนในรูปแบบของกำไลข้อมือ (Tubogas) Serpenti เป็นที่รู้จักจากดีไซน์ที่โอบรัดข้อมือได้อย่างนุ่มนวลและสง่างาม ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงูอันศักดิ์สิทธิ์และมีพลัง

BVLGARI BVLGARI Lady Watch (Ref. 103577) เป็นนาฬิกาสุภาพสตรีแบบควอตซ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bvlgari ที่มีตัวเรือนสเตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 33 มม. โดดเด่นที่สุดด้วยขอบตัวเรือนที่ทำจาก โรสโกลด์ 18 กะรัต สลักโลโก้คู่ “BVLGARI BVLGARI” ตามแบบเหรียญโรมันโบราณ หน้าปัดสีเงินลายซันเรย์นั้นได้รับการเสริมความหรูหราด้วยการประดับ เพชรเจียระไนแบบ Brilliant-cut 12 เม็ด เป็นเครื่องหมายบอกเวลา พร้อมเม็ดมะยมที่ประดับด้วยทับทิมสีชมพูเจียระไนแบบคาโบชอง เรือนเวลานี้ใช้กลไกควอตซ์ และมาพร้อมสายสเตนเลสสตีล มีการกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร และผลิตในสวิตเซอร์แลนด์

Octo: คอลเลกชันที่ผสานความกล้าหาญของสถาปัตยกรรมโรมันเข้ากับความประณีตของการผลิตนาฬิกาสวิส นาฬิกา Octo สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความสมบูรณ์แบบทางเทคนิคและสุนทรียภาพที่ทันสมัย โดยเฉพาะรุ่น Octo Finissimo ซึ่งเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่บางที่สุดในโลก ได้รับการยกย่องในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม

Bvlgari Aluminium (Ref. 103445 และ 103722): นำเสนอแนวคิดนาฬิกาสปอร์ตหรูที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมและไทเทเนียม โดยมีรุ่นพื้นฐาน (40 มม. วันที่) และรุ่นโครโนกราฟ (41 มม.) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่แม่นยำและกันน้ำได้ถึง 100 เมตร

Bvlgari ได้นำเสนอมุมมองที่ว่านาฬิกาเหล่านี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองศิลปะ การเชื่อมโยงทางอารมณ์ และความงดงามตามแบบฉบับอิตาลี โดยนาฬิกาทุกเรือนในคอลเลกชันวันหยุดนี้จึงเป็นตัวแทนของความรู้สึกอันอบอุ่นและประกายแสงที่สะท้อนจากค่ำคืนแห่งกรุงโรม เพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรัก

สำหรับ Bvlgari Holiday Season 2025 ภายใต้ธีม “TOGETHER WE CELEBRATE” เน้นการนำเสนอเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์สามคอลเลกชัน ได้แก่ Serpenti (นาฬิกาทรงกำไลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงู สัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่) Octo (การผสมผสานสถาปัตยกรรมโรมันเข้ากับความแม่นยำของนาฬิกาสวิส รวมถึงรุ่น Finissimo ที่มีความบางเป็นพิเศษ) และ Bvlgari Bvlgari (รุ่นคลาสสิกที่มีโลโก้แกะสลักอันโดดเด่น ได้แรงบันดาลใจจากเหรียญโรมันโบราณ) ทุกเรือนเวลาถูกนำเสนอในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองและของขวัญอันเป็นอมตะที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก

การที่ Bvlgari ใช้ธีมที่อิงกับมนต์เสน่ห์ของกรุงโรมและดวงดาว ในช่วงเทศกาลวันหยุดนั้นเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยยกระดับนาฬิกาให้เหนือกว่าสถานะของเครื่องบอกเวลาธรรมดา และกลายเป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์และศิลปะโรมันที่สวมใส่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอลเลกชัน Serpenti และ Octo ซึ่งเป็นการแสดงออกถึง ความกล้าหาญทางศิลปะและนวัตกรรมที่ชัดเจน

การที่แบรนด์เน้นย้ำถึง Serpentine Tubogas ในฐานะสัญลักษณ์แห่งวงจรนิรันดร์ ยิ่งทำให้ของขวัญมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่ามูลค่าทางวัตถุ เป็นการมอบ “ความสัมพันธ์” และ “ช่วงเวลาอันเป็นนิรันดร์” ซึ่งสอดคล้องกับธีมการเฉลิมฉลองความเชื่อมโยงของผู้คนอย่างลงตัว

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Arnold & Son Globetrotter 42 Steel เมื่อตำนานโครโนมิเตอร์ถูกสลักลงบนหน้าปัดที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น
จากแฟชั่นเฮาส์สู่ผู้สร้างสรรค์เวลา นิยามที่ถูกตีความใหม่ผ่านเส้นสาย แสง และเงาผ่านเรือนเวลา Hermès Cut
เรื่องราวของกลไก BENU Power Reserve บทใหม่แห่งศิลปะช่างเยอรมันจาก Moritz Grossmann

Share post:

More like this

หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

วิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมนาฬิกาหลังการประกาศเปิดตัว "Basilia" งานจัดแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับหรูงานใหม่โดย MCH Group ความพยายามครั้งสำคัญในการฟื้นฟูเมืองบาเซิลให้กลับมามีบทบาทบนแผนที่โลกนาฬิกาอีกครั้งผ่านโมเดลธุรกิจที่กระชับและเป็นมิตรขึ้น

ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%

เจาะลึกบทวิเคราะห์เชิงอินไซด์จากงานประมูลนาฬิกา Phillips ฮ่องกง ซีซั่นล่าสุด ยอดรวมทะลุ 403 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมสถิติใหม่ของ Patek Philippe Ref. 2499 และช่างอิสระระดับสากล

The Collector’s Perspective EP. 14 | เจาะลึกความหลงใหลในเรือนเวลา Neo-Vintage ของตุณจนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล

ส่องคอลเลกชันนาฬิกาหายากยุค Neo-Vintage กับ คุณจนิษฐ์ ประเสริฐบูรณะกุล ในคู่มือสะสมนาฬิกาในฐานะงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่ Revolution Thailand https://youtu.be/t1LDxlVVtyA?si=3E7ShYX7hWqfjz56 The Collector's...

เมื่อฟังก์ชันดาราศาสตร์และงานสลักเสลามาบรรจบกันในเรือนเวลา Arnold & Son Luna Magna Platinum Dragon Verdite

บทวิเคราะห์การออกแบบหน้าปัดหินเวอร์ไดต์และประติมากรรมมังกรทองคำขาวในเรือนเวลากลไกข้างขึ้นข้างแรมสามมิติ Arnold & Son Luna Magna Platinum Dragon Verdite ผลงานลิมิเต็ดที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก