นาฬิกาหรูจะไปทางไหน? สรุปประเด็นร้อน เจาะลึกทุกมุมมองจาก FHH Watch Summit ครั้งแรกที่ New York

Date:

สรุป FHH Summit 2025 เจาะ Millennials ตลาดมือสอง งานฝีมือ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2025 Fondation Haute Horlogerie (FHH) ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 20 ปี ด้วยการจัดการประชุม FHH Watch Summit ครั้งแรก ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้าร่วมเกือบ 300 คนที่ The Glasshouse Chelsea ซึ่งเป็นส่วนผสมอันลงตัวของมืออาชีพในอุตสาหกรรม นักสะสม สื่อมวลชน และผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลา

FHH Forum ซึ่งปกติจัดขึ้นที่เจนีวา ได้เดินทางมาถึงตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเปิดเวทีเสวนาเข้มข้นถึงอนาคตของวงการนาฬิกาหรู โดยมีผู้ทรงอิทธิพลจาก NYU Stern, WWD, Hodinkee, และ Craft + Tailored มาร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการ

I. คนซื้อนาฬิกาหรูคนใหม่ ผู้เปลี่ยนกฎของเกม

ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างร้อนแรงคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของ “ผู้บริโภคสายลักชัวรีที่กำลังพัฒนา” โดยเฉพาะกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่กำลังเข้ามาสร้างนิยามใหม่ให้กับความหรูหรา

1. นี่อาจไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์อีกต่อไปแล้ว แต่คือ ‘งานฝีมือ’ และ ‘ความจริงใจ’

Todd Snyder แฟชั่นดีไซเนอร์และผู้ร่วมเสวนา ชี้ว่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่จะพึ่งพาแค่ชื่อเสียงเดิม ๆ ไม่ได้อีกแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ไม่สนใจชื่อแบรนด์ดัง ๆ มากเท่าที่ผ่านมา ผู้บริโภคยุคใหม่มีความรู้เรื่องนาฬิกามากขึ้น จากการเสพคอนเทนต์ดิจิทัลที่เข้าถึงได้ง่าย และให้ความสำคัญกับ “องค์ประกอบของนาฬิกา” มากกว่าชื่อผู้ผลิต

  • พื้นที่ปลอดภัยจากโลกดิจิทัล: Wei Koh ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Revolution ให้ความเห็นว่า การที่คนหนุ่มสาวหันมาสนใจนาฬิกาอย่างมาก เป็นผลมาจากความต้องการ “แสวงหาที่พึ่งพิง” หรือสร้างขอบเขตจากโลกดิจิทัลที่ฉาบฉวยและใช้แล้วทิ้ง พวกเขาจึงหลงรักใน “งานฝีมือ” (Craftsmanship) และ “ศิลปะดั้งเดิม” ที่ช่างทำนาฬิกาตั้งใจทำทุกอย่างด้วยมือ

2. ตลาดมือสองคือประตูหลัก (เมื่อราคาตลาดใหม่ “สูงเกินจริง”)

ราคาที่เข้าไม่ถึง เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นคนรุ่นใหม่ไม่ให้เข้าถึงตลาดนาฬิกาใหม่ (Primary Market)

  • อุปสรรคด้านราคา: จากข้อมูล Deloitte Swiss Watch Industry Study 2025 ที่นำเสนอโดย Jean-Emmanuel Biondi ระบุว่า 58% ของลูกค้าใหม่กล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถจ่ายได้เกิน $1,500 – $2,000 เพื่อซื้อนาฬิกา
  • ทางเลือกตลาดรอง: ด้วยราคาที่สูงเกินจริง (delusional prices) และสินค้าขาดแคลน ทำให้ 40% ของผู้ซื้ออายุน้อยเข้าสู่วงการผ่าน ตลาดมือสอง (Secondary Market) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกือบเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับกลุ่ม Baby Boomer

3. นิยามความหรูหราเปลี่ยนไป เน้น ‘ความสบาย’ และ ‘ความโปร่งใส’

Austin Chu จาก Wristcheck ได้สะท้อนมุมมองที่เปลี่ยนไปว่า ความหรูหราในปัจจุบันเน้นที่ “ความสบาย” (Comfort) มากกว่าความสวยงามทางสุนทรียภาพ ผู้บริโภคยุคใหม่จะเน้นความถูกต้องแท้จริง (authenticity) และความโปร่งใส (transparency)

  • ความท้าทายของแบรนด์: ผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องต้องกันว่า แบรนด์นาฬิกาหรูต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับผู้บริโภค เพื่อตามให้ทัน หรือเสี่ยงที่จะสูญเสียความเกี่ยวข้องกับคนรุ่นต่อไป โดยต้องปรับปรุงทั้งในเรื่องการสร้างแบรนด์ การขายปลีก และความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ความยั่งยืนเป็นปัจจัยรอง: Patrick Pruniaux, CEO ของ Sowind Group (Ulysee Nardin และ Girard-Perregaux) ยอมรับว่าการใช้วัสดุที่ยั่งยืน (sustainable materials) ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อนาฬิกาหรู แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำ แต่ต้นทุนในการผลิตก็สูงมากจนอาจทำให้ราคาสูงเกินกว่างบประมาณของผู้ซื้ออายุน้อย

II. พลังของตลาดมือสองและการศึกษาที่เปิดกว้าง

การเติบโตของตลาดมือสองไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นทางเข้าที่ถูกกว่าเท่านั้น แต่ยังเป็น “แหล่งการเรียนรู้” ที่สำคัญอีกด้วย

  • ศูนย์รวมความรู้: Paul Boutros จาก Phillips Auctioneers กล่าวว่า วิธีที่เร็วและง่ายที่สุดในการเรียนรู้เกี่ยวกับนาฬิกาคือการมาที่โรงประมูล ที่นี่คุณสามารถเห็นนาฬิกา 100-200 เรือนจากแบรนด์และยุคสมัยที่หลากหลาย ลองสวมใส่ และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่มีแรงกดดันในการซื้อ
  • ความต้องการมาตรฐาน: Georgia Benjamin นักสะสมและ Content Creator เรียกร้องให้มี ความโปร่งใสและการศึกษา มากขึ้นเกี่ยวกับเหตุผลของราคาสูงและสภาพของนาฬิกา James Lamdin จาก Analog:Shift กล่าวเสริมว่า ควรมีการกำหนด “ภาษากลาง” สำหรับผู้ค้ามือสองในการใช้คำบรรยายสภาพนาฬิกาอย่างสม่ำเสมอ เช่น คำว่า “unpolished”
  • ‘ซื้อผู้ขาย’ ไม่ใช่ ‘กล่องและใบ’: ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดเรื่องความสำคัญของ “กล่องและใบรับประกัน” (box and papers) ซึ่งให้ความรู้สึกปลอดภัยที่ผิด ๆ แต่แนะนำว่าผู้ซื้อควร “ซื้อผู้ขาย” (buy the seller) และมองหาผู้ค้าที่รับประกันความถูกต้องแท้จริงของสินค้าด้วยการรับประกันคืนเงิน

III. FHH Academy การให้ความรู้คือภารกิจหลัก

นอกเหนือจากการเสวนาที่ Glasshouse Chelsea แล้ว งานนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการสำคัญของ FHH Academy ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของ FHH ในการเผยแพร่ความรู้เรื่องนาฬิกาให้เป็นสากล

การรับรองความรู้สำหรับผู้บริโภค (Consumer Certification)

FHH Academy ได้ประกาศเปิดตัว “FHH Certification for Consumers” ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงหลักสูตรการฝึกอบรมและรับรองความรู้ด้านเรือนเวลา

  • ระดับแรก: การรับรองระดับแรกคือ “Watch Advisor” ซึ่งประกอบด้วยวิดีโอซีรีส์ Watch Essentials 10 บท ที่สำรวจพื้นฐานของนาฬิกาหรู ทั้งประวัติศาสตร์ งานฝีมือ กลไก และเรือนเวลาที่เป็นสัญลักษณ์
  • เป้าหมาย: Aurélie Streit รองประธาน FHH กล่าวว่า ภารกิจของ FHH คือการแบ่งปันความรู้ด้านการทำนาฬิกาไปทั่วโลก เพื่อให้วัฒนธรรมเรือนเวลามีความ “ครอบคลุม เข้าถึงได้ และน่าสนใจ” สำหรับทุกคน โดยเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่างความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพกับความสนใจของสาธารณชน

IV. ตำนานและความเข้าใจผิดในวงการนาฬิกา

การเสวนาปิดท้ายในหัวข้อ “Myths and Misconceptions in Watchmaking” ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ “เล่าเรื่องที่สมดุลและถูกต้อง”

  • การแปลภาษาแบรนด์: TanTan Wang บรรณาธิการจาก Hodinkee ชี้ว่า สื่อด้านนาฬิกาต้องทำหน้าที่เหมือน “Rosetta Stone” ในการแปลสารจากแบรนด์ที่ “พูดภาษาของตัวเอง” ให้เป็น “ภาษาอังกฤษธรรมดา” (plain English) เพื่อป้องกันการเกิดข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปสู่ผู้รับสาร
  • ความเข้าใจผิดเรื่อง “In-House”: หนึ่งในความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรมที่พบบ่อยคือ ความคิดที่ว่ากลไก “In-House” หรือ “Manufacture Calibres” นั้นหมายถึง “ดีกว่าเสมอ” ในความเป็นจริง คำเหล่านี้มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ซับซ้อน
  • Glashütte ไม่ใช่แบรนด์: Ines Hatzmannsberger จาก Nomos Glashütte เล่าเรื่องราวที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าร่วม โดยเผยว่า Nomos ได้รับนาฬิกาที่ส่งมาผิดที่เพื่อซ่อมบำรุง “เกือบทุกสัปดาห์” เนื่องจากหลายคนคิดว่า “Glashütte” เป็นชื่อแบรนด์ ทั้งที่จริงแล้วมันคือ ชื่อเมืองเล็ก ๆ ในเยอรมนี

บทสรุปจากนิวยอร์กถึงความชัดเจน ซึ่งวงการนาฬิกาหรูไม่สามารถยืนอยู่บนความสง่างามแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องการความโปร่งใส การเล่าเรื่องที่จริงใจ และการให้ความรู้ อย่างจริงจัง เพื่อเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่และขับเคลื่อนวัฒนธรรมเรือนเวลาไปข้างหน้า

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
รวมนาฬิกา tourbillon จากหลากแบรนด์ในปี 2025
ZENITH DEFY Skyline Tourbillon การตีความใหม่ของความหรูหราด้วยตัวเรือนโรสโกลด์และเฉดสีอิฐแห่งมรดก
คุยกับสองบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังความฝัน
และความสำเร็จของ De Bethune

Share post:

More like this

หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

วิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมนาฬิกาหลังการประกาศเปิดตัว "Basilia" งานจัดแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับหรูงานใหม่โดย MCH Group ความพยายามครั้งสำคัญในการฟื้นฟูเมืองบาเซิลให้กลับมามีบทบาทบนแผนที่โลกนาฬิกาอีกครั้งผ่านโมเดลธุรกิจที่กระชับและเป็นมิตรขึ้น

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล