5 The Billionaire Code… เรือนเวลาที่พูดได้มากกว่าชื่อแบรนด์

Date:

บางครั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือสิ่งที่เงียบที่สุด พบกับ 5 เรือนเวลาสุดมินิมัลที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า

ในโลกของการสะสมนาฬิกา ไม่ใช่ทุกคนที่อยากให้โลโก้บนข้อมือประกาศศักดาเสียงดังให้โลกรู้

นักสะสมระดับสูงหลายคนเลือกในสิ่งตรงข้าม นาฬิกาที่ ไร้ชื่อแบรนด์บนหน้าปัด ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่แคร์แบรนด์ แต่เพราะเขารู้ว่าใครคือของจริง และไม่ต้องให้ใครมารับรองว่ามันแพง ต้อนรับสู่ The Billionaire Code โค้ดลับของนักสะสมตัวจริงที่เข้าใจความหมายของ “ความเงียบที่ทรงพลัง” พบกับ 5 เรือนเวลาหรูที่ไม่ได้แค่ดูดี แต่ยังบ่งบอกถึงรสนิยมที่ยอดเยี่ยมและชีวิตที่ไม่เหมือนใคร

MING 27.01 Ultra Thin “เงียบที่สุด แต่เฉียบที่สุด” 

ลองนึกภาพดูว่าในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยโลโก้และความโอ้อวด แมักจะมีนาฬิกาเรือนหนึ่งที่เลือกจะไม่พูดอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ชื่อแบรนด์บนหน้าปัด แต่สำหรับคนที่รู้…แค่เหลือบตามองก็รู้ทันทีว่านี่คือ MING 27.01 Ultra Thin

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น MING ต้องการสร้างนาฬิกาที่ย้อนกลับไปที่แก่นของความเป็นนาฬิกาจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ ไม่ใช่สัญลักษณ์สถานะ แต่เป็นงานออกแบบ ที่บอกตัวตนอย่างละเมียด โดยไม่ต้องเปล่งเสียง

หลังจากผ่านการออกแบบนับร้อยแบบ การคว้ารางวัล Grand Prix d’Horlogerie de Genève และการเรียนรู้ CAD แบบ 3D จริงจัง MING ก็ปล่อยผลงานที่เปรียบเสมือนการจารึกบทใหม่ ในประวัติศาสตร์ของตัวเองออกมาในรุ่น 27.01

5 THE BILLIONAIRE CODE

บางที่สุด แต่มีมิติมากที่สุด

ตัวเรือนบางเฉียบเพียง 6.9 มม. แต่เวลาอยู่บนข้อมือกลับดูมีพลังอย่างประหลาด ด้วยดีไซน์แบบ layering ที่สร้างมิติระหว่างหน้าปัด-ตัวเรือน-กระจก ทำให้นาฬิกาดูลึกกว่าความจริงหลายเท่า ซึ่งตัวเรือนสเตนเลส 316L ที่มีทั้งผิวขัดเงา ปัดด้าน และ blasting finish อย่างพิถีพิถัน ประกอบเข้ากับขาแบบ Flying Blade Lugs ที่เบากริบ และซ่อนความซับซ้อนในงานกลึงไว้ภายใน

5 THE BILLIONAIRE CODE

ข้างในก็ไม่ธรรมดา

ใต้ฝาหลังซาฟไฟร์คือกลไกที่เริ่มจาก ETA Peseux 7001 แต่แทบจะยกเครื่องใหม่หมด สะพานจักร (bridges) และฐานเครื่อง (plates) ถูกออกแบบใหม่โดย Schwarz Etienne เพื่อเปิดโชว์จักรกลภายในแบบเปิดโล่ง (skeletonized bridge) เคลือบด้วยโครเมียมดำให้ดูโมเดิร์นแบบ understated มีกำลังลานประมาณ 42 ชั่วโมง

ไม่มีโลโก้ มีแต่ความเข้าใจ MING เชื่อว่า… คนที่เห็นแล้วเข้าใจ คือคนที่คุณอยากให้มองเห็นคุณจริงๆ เพราะ 27.01 ไม่ได้ทำมาเพื่อคนทั่วไป แต่มันเป็นรหัสลับ สำหรับนักสะสมที่เข้าใจว่า ของจริงไม่จำเป็นต้องตะโกน

และด้วยจุดศูนย์กลางที่สะอาดหมดจด เข็มเรียบเฉียบ และตัวเรือนบางที่แทบจะละลายไปกับข้อมือ MING 27.01 คือ statement แบบไร้เสียง เป็น luxury แบบ minimalist ที่หาได้ยากในโลกวันนี้

5 THE BILLIONAIRE CODE

ข้อมูลทางเทคนิค
MING 27.01 Ultra Thin 

  • ขนาดตัวเรือน: 38 มม. × 6.9 มม.
  • วัสดุ: สเตนเลสสตีล 316L (ขัดเงา-ด้าน-พ่นทราย)
  • กระจก: Sapphire หน้า–หลัง เคลือบกันแสงสะท้อน
  • ดีไซน์: Flying Blade Lugs ไม่มีโลโก้บนหน้าปัด
  • กันน้ำ: 50 เมตร
  • กลไก: MING 7001.M1 (ดัดแปลงจาก ETA 7001)
  • พลังงานสำรอง: ~42 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง นาที
  • สาย: หนังลูกวัวสีเบอร์กันดี (Jean Rousseau) 20 มม.
  • น้ำหนัก: 53 กรัม (รวมสาย)
  • การผลิต: Made in Switzerland
  • ซองเดินทาง: หนังทำมือจาก Studio Koji Sato
  • ความพร้อมในการจำหน่าย: Sold Out / ไม่ผลิตซ้ำ

H. Moser & Cie. The Art of Nothingness

เรือนเวลาที่กล้าทำในสิ่งที่แบรนด์อื่นไม่กล้า ตัดทุกสิ่งออกจากหน้าปัด ไม่มีโลโก้ ไม่มีชื่อแบรนด์ ไม่มีแม้แต่หลักชั่วโมง มีเพียงหน้าปัดที่สะกดสายตา กับเข็มสองเข็มล่องลอยในความว่างเปล่า แต่ถ้าคุณรู้จัก H. Moser & Cie. คุณจะรู้ว่าความว่างเปล่านี้คือศิลปะและคนที่เลือกมันคือคนที่มั่นใจในตัวเองระดับสูงสุด

THE NEW ENDEAVOUR POP COLLECTION ความหรูหราในรูปแบบใหม่

เมื่อสีสันและความสวยงามเข้ามาผสมผสานกับความเที่ยงตรงของนาฬิกา คอลเลกชัน Endeavour Pop ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของการออกแบบนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง จากความเป็นนาฬิกาสุดหรูที่คุ้นเคย เรากลับเห็นโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสและความคิดสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด นี่คือการเดินทางของนาฬิกาที่ไม่ได้แค่บอกเวลา แต่ยังเล่าเรื่องราวแห่งสีสันและอัญมณีที่หายาก

5 THE BILLIONAIRE CODE
5 THE BILLIONAIRE CODE

คอลเลกชันนี้เป็นการฉีกกฎที่เรียบง่าย ด้วยการสร้างสรรค์ที่มีความแตกต่าง โดยเฉพาะการใช้ อัญมณีที่สดใส และ สีสันที่กล้าหาญ มาผสมผสานในทุกชิ้นงาน ความคุมโทนของการออกแบบที่มีความมินิมอลนั้นยังคงอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้คอลเลกชันนี้พิเศษคือ อัญมณี ที่ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันและนำมาสร้างสรรค์เป็นหน้าปัดของนาฬิกาแทนการใช้เพียงแค่การออกแบบแบบดั้งเดิม

จากหยกพม่า (Burmese Jade) ที่มีสีเขียวเข้มและลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงหินเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) ที่ให้สีฟ้าน้ำเงินสดใสไร้ลวดลาย คอลเลกชันนี้ยังเพิ่มความหรูหราด้วยการใช้ ปะการังสีส้ม (Coral) ที่สะท้อนถึงความลึกของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมไปถึง โอปอลสีชมพู (Pink Opal) ที่มีลวดลายเมฆธรรมชาติ และ คริโซพรีสสีเหลืองมะนาว (Lemon Chrysoprase) ที่ให้ความรู้สึกสดใสและเต็มไปด้วยพลัง

5 THE BILLIONAIRE CODE
5 THE BILLIONAIRE CODE
5 THE BILLIONAIRE CODE

นาฬิกาในคอลเลกชันนี้ไม่ได้มีแค่ดีไซน์สวยงาม ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่โดดเด่น เช่น Endeavour Small Seconds Concept Pop ที่มีหน้าปัดเรียบง่ายแต่แม่นยำในการแสดงผลวินาที Endeavour Tourbillon Concept Pop ที่ใช้กลไก Tourbillon ช่วยให้การเคลื่อนไหวของนาฬิกามีความแม่นยำสูง และ Endeavour Minute Repeater Tourbillon Concept Pop ที่เป็นการผสมผสานทั้ง Minute Repeater และ Tourbillon ทำให้มันกลายเป็นนาฬิกาเรือนเอกที่ไม่มีใครเหมือน

ทุกการเคลื่อนไหวของเข็มนาฬิกาในคอลเลกชันนี้คือการบอกเล่าของเรื่องราวแห่ง สีสัน และ ความงาม ที่ท้าทายขอบเขตของโลกนาฬิกาหรู นี่ไม่ใช่แค่การดูเวลา แต่คือการสัมผัสความงามที่หายากและน่าหลงใหลอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค
คอลเลกชัน Endeavour Pop

  • วัสดุหน้าปัด: ใช้การผสมผสานของอัญมณีหลากหลายประเภท ได้แก่ Burmese Jade, Turquoise, Coral, Pink Opal, Lapis Lazuli, และ Lemon Chrysoprase ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในแต่ละประเภท
  • ฟังก์ชัน: มี 3 รุ่นหลัก
    • Endeavour Small Seconds Concept Pop ฟังก์ชันแสดงวินาทีแบบเล็ก
    • Endeavour Tourbillon Concept Pop ใช้กลไก Tourbillon ช่วยเพิ่มความแม่นยำ
    • Endeavour Minute Repeater Tourbillon Concept Pop ฟังก์ชัน Minute Repeater และ Tourbillon ผสมผสานในเรือนเดียว
  • วัสดุของตัวเรือน: สเตนเลสสตีล (Steel) / 5N Red Gold
  • สาย: หนังสีดำคุณภาพสูง
  • จำนวนรุ่น: 18 รุ่น (แบ่งตามอัญมณี 6 ชนิด)
  • การผลิต: จำกัดในจำนวนจำกัด เพื่อคงความพิเศษและหายาก
  • ดีไซน์: คอลเลกชันนี้เน้นความเรียบง่ายแบบมินิมอล พร้อมเน้นให้ความสำคัญกับการใช้สีสันและอัญมณีเป็นศูนย์กลาง

Ochs und Junior Annual Calendar

ไม่มีโลโก้ ไม่มีเลเยอร์ลวงตา ไม่มีดีไซน์ปรุงแต่ง แต่มาพร้อมกลไกปฏิทินประจำปีที่ออกแบบเองแบบมินิมัลสุด ๆ ภายใต้หน้าปัดเรียบ ๆ คือฟังก์ชันระดับสูงที่ใช้ชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ชิ้น ใครที่เลือก Ochs und Junior ไม่ได้เลือกเพราะมันสวย แต่เลือกเพราะมันซื่อสัตย์ และฉลาดลึก คล้ายกับเจ้าของเรือนเวลานั่นเอง

5 THE BILLIONAIRE CODE

Ochs und Junior เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งโดย Ludwig Oechslin ผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบนาฬิกา โดยเฉพาะในโมเดล Annual Calendar ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถแสดงวันที่ เดือน และวันในสัปดาห์ได้อย่างชัดเจนและใช้งานได้ง่าย นาฬิกาโมเดลนี้โดดเด่นด้วยการใช้ระบบเกียร์ที่ออกแบบขึ้นเอง ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ไม่มากนัก โดยมีเพียงแค่สามชิ้นที่สำคัญ ได้แก่ จานเดือน จานวันในสัปดาห์ และวงแหวนวันที่

5 THE BILLIONAIRE CODE

ความพิเศษของระบบนี้คือความเรียบง่ายในการใช้งานและความเชื่อถือได้สูง เพราะยิ่งมีชิ้นส่วนที่น้อยลงก็ยิ่งลดการเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้เครื่องมือทำงานได้อย่างเสถียร นอกจากนี้ยังสามารถปรับนาฬิกาได้เพียงครั้งเดียวในปีในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาปกติที่ต้องปรับทุกเดือน

หน้าปัดของนาฬิกาใช้รูที่มีลักษณะเฉพาะเพื่อลดความซับซ้อนในการอ่าน โดยการดูวันที่จะแสดงผ่านรูที่แบ่งออกเป็น 30+1 รูรอบขอบหน้าปัด ซึ่งสามารถบอกวันที่ได้ง่ายๆ จากการสังเกตตำแหน่งของรู ตัวเลขและวันในสัปดาห์ถูกแสดงผ่านรูที่หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ทั้งนี้ยังสามารถอ่านเวลาได้ผ่านรูที่จัดระยะห่างระหว่างกันอย่างลงตัวในระยะ 2 นาที

แบรนด์นี้ไม่เพียงแค่เน้นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และใช้งานง่าย แต่ยังให้ความสำคัญกับวัสดุคุณภาพสูง โดยใช้ไททาเนียมเกรด 5 และสเตอร์ลิงซิลเวอร์ 925 ในการผลิตตัวเรือน และมาพร้อมคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีการเคลือบกันแสงสะท้อน การใช้วัสดุเหล่านี้ช่วยเพิ่มความทนทานและคงทนต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

5 THE BILLIONAIRE CODE

Ochs und Junior ยังมีบริการที่ทำให้นาฬิกาของลูกค้าทุกคนเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการให้ลูกค้าสามารถออกแบบและปรับแต่งนาฬิกาของตัวเองได้ผ่านระบบออนไลน์ หรือปรึกษากับทีมงานเพื่อสร้างนาฬิกาที่ตรงกับความต้องการอย่างที่สุด ด้วยการผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 40 เรือนต่อปี ทำให้นาฬิกาแต่ละเรือนมีความพิเศษและสามารถเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ

การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนที่ออกแบบโดย Ludwig Oechslin และการรับประกัน 2 ปีสำหรับตัวนาฬิกาทั้งหมด เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ และทำให้ Ochs und Junior เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสูง

ข้อมูลทางเทคนิค
Ochs und Junior’s Annual Calendar

  • ขนาด: 42mm / 39mm / 36mm
  • วัสดุ: Titanium เกรด 5 หรือ Sterling Silver 925
  • กลไก: ETA 2824-2 / พลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง
  • ความทนทานน้ำ: กันน้ำ 100m
  • กระจก: Sapphire / เคลือบกันแสงสะท้อน
  • การอ่านในที่มืด: เคลือบ Super-LumiNova X1
  • การปรับแต่ง: สามารถออกแบบได้ตามต้องการ
  • การรับประกัน: รับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนที่ออกแบบเอง และ 2 ปีสำหรับตัวนาฬิกา
  • การผลิต: ผลิตและประกอบในสวิตเซอร์แลนด์

Cartier Tank à Guichets

ถ้าพูดถึงความอมตะแห่งเรือนเวลาสาย dress watch ก็ต้องนึกถึง Cartier Tank à Guichets เป็นหนึ่งในนาฬิกาไอคอนิกที่มีความพิเศษและมีประวัติศาสตร์ยาวนานของแบรนด์คาร์เทียร์ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1928 และผลิตออกมาเพียงไม่ถึง 400 เรือนเท่านั้น แม้ว่ารุ่นนี้จะหายไปจากตลาดไปนาน แต่การกลับมาครั้งนี้ในงาน Watches & Wonders 2025 ถือเป็นการเปิดตัวที่กว้างขวางที่สุดที่เคยมีมาและทำให้ทุกคนตื่นเต้นอย่างมาก

5 THE BILLIONAIRE CODE

นาฬิกา Tank à Guichets ใหม่ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีตัวเรือนโลหะที่ดูหรูหราและหน้าปัดที่โดดเด่นซึ่งแสดงเวลาในรูปแบบหน้าต่างสองช่องสำหรับชั่วโมงและนาที ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่แตกต่างจากนาฬิกาอื่นๆ ของคาร์เทียร์ รุ่นใหม่มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ Yellow Gold, Rose Gold, Platinum และรุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 200 เรือน ที่มีการออกแบบตำแหน่งของหน้าต่างเวลาที่แตกต่างออกไปอีกด้วย

การกลับมาของ Tank à Guichets นี้ไม่เพียงแค่การนำเสนอการออกแบบที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของคาร์เทียร์ในการรักษามรดกของแบรนด์ที่สืบทอดมาหลายสิบปีในวงการนาฬิกาหรู และยังสะท้อนถึงความสำคัญของการออกแบบนาฬิกาทรงรูปทรง (Shaped Watches) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาด

รุ่นนี้ไม่เพียงแค่เป็นการหวนคืนของความคลาสสิก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาในด้านนาฬิกาหรูที่ไม่หยุดนิ่งและมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น

ข้อมูลทางเทคนิค
Cartier Privé Tank à Guichets

  • กลไก: Manual-winding movement / 9755 MC
  • ฟังก์ชั่น: ชั่วโมงกระโดด (Jump hours) และ นาทีที่ลาก (Dragging minutes)
  • ขนาดตัวเรือน: 37.6mm × 24.8mm × 6mm
  • วัสดุตัวเรือน: แพลตินัม / เยลโลว์โกลด์ หรือโรสโกลด์
  • สาย: หนังจระเข้ในสีดำ / เขียว / เทา หรือ แดงเบอร์กันดี
  • ความพร้อมจำหน่าย: รุ่นที่ทำจากแพลตินัมสไตล์ปี 1930s จำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน

Voutilainen Vingt-8 n°318 “Setsu-Getsu-Ka”

นาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นจากการร่วมงานระหว่าง Kari Voutilainen และ Tatsuo Kitamura ศิลปินลาครั่มชื่อดังจากญี่ปุ่น ได้รวมเอาความงดงามของศิลปะตะวันออกกับการออกแบบนาฬิกาสวิสแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ ผลงานชิ้นนี้สะท้อนถึงการร่วมมือระหว่างสองวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างลงตัว

5 THE BILLIONAIRE CODE

ศิลปะลาครั่มของ Tatsuo Kitamura
Tatsuo Kitamura เป็นหนึ่งในศิลปินลาครั่มที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานลาครั่มที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ด้วยเทคนิคการทำลาครั่มแบบ Saiei Makie และ Somata Zaiku ซึ่งใช้เวลาในการสร้างหลายเดือน นาฬิกานี้จึงไม่เพียงแค่เป็นเครื่องบอกเวลา แต่มันคือผลงานศิลปะที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความอดทนสูงสุด

วัสดุที่ใช้ในการสร้างหน้าปัดนั้นล้วนแต่มีความหายากและมีคุณค่าอย่างมาก เช่น Kinpun (ผงทองคำ) Jyunkin-itakane (แผ่นทองคำ) Yakou-gai (เปลือกหอยกรีนเทอร์เบิน) และ Awabi-gai (เปลือกหอยอะวาบิจากนิวซีแลนด์) ทุกชิ้นส่วนที่นำมาสร้างสรรค์นั้นต้องผ่านการเลือกสรรและการทำงานที่ละเอียดอ่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งความงามที่ไม่เหมือนใคร

Setsu-Getsu-Ka (หิมะ พระจันทร์ และดอกไม้)
ธีมของนาฬิกาชิ้นนี้มาจากแนวคิด “Setsu-Getsu-Ka” หรือ “หิมะ พระจันทร์ และดอกไม้” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและฤดูกาลที่มีความสำคัญในศิลปะญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงยุค Edo ความหมายของธีมนี้คือการถ่ายทอดความงดงามของแต่ละฤดูกาล หิมะ หมายถึงฤดูหนาว พระจันทร์ หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง และ ดอกไม้ หมายถึงฤดูใบไม้ผลิ

ในนาฬิกาเรือนนี้ ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาว ถูกสะท้อนผ่านแสงพระจันทร์ที่ส่องกระทบบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและละเอียดอ่อนสะท้อนถึงความงามของธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

การออกแบบและกลไก
ตัวเรือนของนาฬิกาทำจากไทเทเนียม ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ซึ่งช่วยให้การสวมใส่สะดวกสบายและทนทาน ในขณะที่หน้าปัดทำจากงานลาครั่มที่ละเอียดอ่อนและประณีต การใช้วัสดุเหล่านี้ทำให้นาฬิกาชิ้นนี้มีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น

การออกแบบกลไกของนาฬิกานี้ก็เป็นหนึ่งในความโดดเด่นเช่นกัน โดยใช้กลไก free-sprung balance ที่ช่วยให้การเคลื่อนที่ของนาฬิกามีความแม่นยำสูง พร้อมทั้งมีการใช้ Grossman และ Philips สำหรับการออกแบบวงล้อบาลานซ์ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของนาฬิกามีความเสถียรและแม่นยำ

5 THE BILLIONAIRE CODE

ข้อมูลทางเทคนิค
Voutilainen Vingt-8 n°318 “Setsu-Getsu-Ka”

  • กลไก: กลไกในตัวที่ออกแบบและผลิตเอง มีฟังก์ชันการแสดงเวลา (ชั่วโมงและนาที)
  • บาลานซ์: บาลานซ์ที่ไม่มีสปริงเสริม (free-sprung balance) พร้อมวงล้อบาลานซ์ขนาด 13.60 มม. และการออกแบบของ Grossman และ Philips ที่เคลื่อนที่ที่ความถี่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง
  • เพชร: 21 เม็ด
  • เข็ม: ผลิตด้วยมือจากทองคำเหลืองและเหล็ก
  • หน้าปัด: งานศิลปะที่สร้างขึ้นโดย Tatsuo Kitamura ด้วยเทคนิคการลาครั่มที่ประณีต
  • ตัวเรือน: ตัวเรือนทำจากไทเทเนียมและมงกุฎ
  • ขนาดกลไก: 30 มม. x 5.60 มม.
  • ขนาดตัวเรือน: 39 มม. x 11.5 มม.
  • จำนวนจำกัด: ตัวเดียว (1 unique piece)

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยโลโก้และการแสดงออกถึงสถานะ มีเรือนเวลาที่เลือกที่จะไม่พูดอะไรเลย ไม่มีโลโก้ ไม่มีชื่อแบรนด์ แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจ เพียงแค่เหลือบตามองก็รู้ทันทีว่า นี่คือ “The Billionaire Code” หรือ รหัสลับของนักสะสมนาฬิกาคนจริงที่เข้าใจความหมายของ “ความเงียบที่ทรงพลัง” โดยไม่ต้องเปล่งเสียง

จริงๆ แล้ว นาฬิกาที่ไม่มีโลโก้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีตัวตน ในทางกลับกัน มันคือการประกาศตัวตนในแบบที่เงียบที่สุด แต่เฉียบที่สุด เพราะในโลกของมหาเศรษฐีตัวจริง แบรนด์ไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ “รสนิยม และความเข้าใจลึก” คือสิ่งที่บ่งบอกสถานะได้เหนือกว่า หากคุณเลือกเรือนเวลาเหล่านี้ คุณไม่ได้แค่ใส่นาฬิกา…คุณกำลังใส่จุดยืน

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

ภาพ | ที่มา: Voutilainen / Cartier / MING / H. Moser & Cie. / Ochs und Junior

Share post:

More like this

หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

วิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมนาฬิกาหลังการประกาศเปิดตัว "Basilia" งานจัดแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับหรูงานใหม่โดย MCH Group ความพยายามครั้งสำคัญในการฟื้นฟูเมืองบาเซิลให้กลับมามีบทบาทบนแผนที่โลกนาฬิกาอีกครั้งผ่านโมเดลธุรกิจที่กระชับและเป็นมิตรขึ้น

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล