การเปลี่ยนโฉมของตลาดนาฬิกามือสอง: Rolex CPO และปรากฏการณ์ใหม่

Date:

Rolex CPO: การปรับตัวครั้งใหญ่ กับเกมพลิกตลาดอย่างมีกลยุทธ์

ตลาดนาฬิกามือสองเคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและการเก็งกำไร แต่ไม่เคยมีความผันผวนเท่าช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปิดตัวโปรแกรม Certified Pre-Owned (CPO) ของ Rolex ที่เริ่มต้นผ่าน Bucherer ก่อนขยายไปยังตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตรายอื่น ๆ ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในโลกนาฬิกาหรู การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิธีการใหม่ในการรับรองนาฬิกามือสอง แต่มันคือการ “รีเซ็ต” ตลาดครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคานาฬิกา นักสะสม และผู้ค้าปลีกในวงกว้าง

โปรแกรม CPO ของ Rolex: ก้าวสำคัญในการควบคุมตลาด

การตัดสินใจของ Rolex ในการเข้าสู่ตลาด CPO ผ่าน Bucherer เป็นการยอมรับถึงอิทธิพลของตลาดนาฬิกามือสองในยุคปัจจุบัน หลายปีที่ผ่านมา นาฬิกา Rolex มือสองมักถูกขายในราคาที่สูงกว่าราคาปกติของร้าน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากในโลกสินค้าหรูหรา ราคาที่พุ่งสูงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มนักเก็งกำไรและนักซื้อขายที่ใช้ประโยชน์จากความต้องการสูงและอุปทานที่จำกัด โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง Submariner, Daytona และ GMT-Master II ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ฟองสบู่” ในการเก็งกำไรในตลาดเกรย์

การเข้ามาด้วยโปรแกรม CPO ทำให้ Rolex สามารถควบคุมตลาดได้โดยตรง พร้อมทั้งกำจัดตลาดเกรย์ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 25% ของมูลค่าการซื้อขายรวม การขายต่อก่อนสินค้าถึงร้านได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และทำให้ลูกค้าที่แท้จริงที่ต้องการซื้อนาฬิกาเพื่อใส่ใช้งานจริงเกิดความไม่พอใจ และการกักตุนสินค้ารอราคาเพิ่มยังสร้างแรงกดดันให้กับอุปทานอีกด้วย แม้ว่าในคอลเลกชันของ Rolex ซึ่งมีทั้งหมด 450 เรเฟอเรนซ์นั้น ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นที่จะเป็นที่ต้องการสูง แต่ประมาณ 50 เรเฟอเรนซ์เป็นเช่นนั้น และแบรนด์ก็สามารถขายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ในแต่ละปี

“เราทำผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การลงทุน”

Jean-Frédéric Dufour ซีอีโอของ Rolex กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า “ผมไม่ชอบเวลาที่มีคนเปรียบเทียบนาฬิกากับหุ้น เราสร้างผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การลงทุน” คำพูดนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการที่นักเก็งกำไรนำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไปใช้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน คำพูดนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นเพราะปกติซีอีโอของ Rolex จะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ในฐานะหัวหน้าบริษัท แต่ในฐานะประธาน Watches & Wonders Foundation เขาได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าการเก็งกำไรเชิงพาณิชย์เหล่านี้เป็นการทำลายแก่นแท้ของแบรนด์

ราคาจะลดลงหรือไม่

คำตอบยังคงเป็น “ไม่” ในระยะสั้น ราคาของนาฬิกาที่ผ่านการรับรอง CPO ยังต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15-30% จากเรือนที่ไม่ได้รับการรับรอง สาเหตุหลักคือความมั่นใจที่ลูกค้าจะได้รับจากการรับรองของแบรนด์และการรับประกันเพิ่มอีก 2 ปี แม้ว่าระบบ CPO จะช่วยควบคุมราคานาฬิกาใหม่ที่ยังอยู่ในสายการผลิต แต่สำหรับรุ่นวินเทจที่ไม่ผลิตแล้ว เรื่องราวกลับแตกต่างออกไปอย่างมาก

ผลกระทบต่อรุ่นปัจจุบันและวินเทจ

สำหรับรุ่นปัจจุบัน โปรแกรม CPO จะช่วยกำหนดเพดานราคาตลาดมือสอง ผู้ซื้อจะมีแนวโน้มจ่ายเพิ่มสำหรับนาฬิกาที่ผ่านการรับรองจาก Rolex มากกว่าการเสี่ยงซื้อในตลาดเกรย์ ซึ่งอาจทำให้ราคาจากตลาดนี้ลดลงในระยะยาวและเกิดความเสถียรมากขึ้น

แต่สำหรับนาฬิการุ่นวินเทจ ยกตัวอย่างเช่น Datejust สีทองปี 1963 ที่ Beyer ซึ่งได้รับการรับรอง CPO แม้ Rolex จะไม่สามารถรับประกันได้ว่าส่วนประกอบทุกชิ้นยังคงเป็นของแท้จากโรงงาน แต่การที่แบรนด์ให้การรับรองนาฬิกาวินเทจถือเป็นก้าวใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการ

ผลกระทบต่อผู้ค้าตลาดเกรย์

การเปิดตัวโปรแกรม CPO ของ Rolex เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อผู้ค้าอิสระและแพลตฟอร์มอย่าง Chrono24 ที่เคยเป็นแหล่งซื้อขายหลักสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการรอซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยโปรแกรม CPO ที่ให้ความมั่นใจมากขึ้น ผู้บริโภคอาจหันไปเลือกช่องทางของแบรนด์มากขึ้น ผู้ค้าตลาดสีเทาอาจต้องลดราคาลงเพื่อแข่งขัน ซึ่งอาจส่งผลให้กำไรหดตัว

เมื่อแบรนด์หรูรายอื่นเริ่มปรับตัว

Rolex ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่มองเห็นความสำคัญของตลาดมือสอง Audemars Piguet, Richard Mille, Vacheron Constantin, Cartier และ Jaeger-LeCoultre ต่างก็เริ่มมีโปรแกรม CPO ของตนเอง การควบคุมตลาดมือสองช่วยให้แบรนด์สามารถรับรองความแท้และคัดสรรผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น ลดความผันผวนของราคา และรักษาคุณค่าของแบรนด์

บทสรุป: การรีเซ็ตที่ควบคุมได้

โปรแกรม CPO ของ Rolex ผ่าน Bucherer เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดนาฬิกามือสอง แม้ว่าเป้าหมายจะเป็นการลดการเก็งกำไรและควบคุมราคา แต่ตลาดมือสองยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของรุ่นวินเทจ ความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่ตลาดที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งราคามือสองสะท้อนถึงคุณค่าที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไร

สำหรับผู้ค้าตลาดเกรย์ การปรับตัวครั้งนี้คือสัญญาณเตือนชัดเจน เมื่อแบรนด์หรูเริ่มเข้าสู่ตลาดนี้ พื้นที่แข่งขันจะยิ่งเข้มข้นและถูกกำหนดโดยคุณภาพ ความไว้วางใจ และการรับรองจากแบรนด์โดยตรง ซึ่งอาจทำให้ความไม่แน่นอนในตลาดกลายเป็นอดีตไป

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Oliver R Müller

Share post:

More like this

นาฬิกาพกกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่เราเคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

คำแนะนำของเราคือ จงโอบรับกระแสนี้ในฐานะการชื่นชมศาสตร์แห่งเรือนเวลา มากกว่าการตามแฟชั่น เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิกาพกอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และความซับซ้อนทางกลไกอันน่าทึ่ง WORDS: Nick Scott นาฬิกาพก แผ่นเสียงไวนิล เครื่องพิมพ์ดีด...

สำรวจเบื้องหลังหนึ่งในนาฬิกาไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านมุมมองของผู้กำกับการสร้างสรรค์ผู้สานต่อจิตวิญญาณและนวัตกรรมของ Chanel Watchmaking

บทสัมภาษณ์ Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการฝ่าย Chanel Watch Creation Studio มีนาฬิกาเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการนาฬิการ่วมสมัยได้อย่างแท้จริง และ...

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันที่บอกเล่า 235 ปีแห่งงานช่างของ Girard-Perregaux

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันล่าสุดของ Girard-Perregaux  สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดกว่า 235 ปี  “Never...

4 ผลงานกลไกซับซ้อนของ A. Lange & Söhne ที่นักสะสมทุกคนควรรู้จัก

นับตั้งแต่ Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาในปี 1845 และ Walter Lange...