ศิลปะเหนือกาลเวลาใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ Louis Vuitton Escale au Mont Fuji Pocket Watch

Date:

Louis Vuitton Escale au Mont Fuji นาฬิกาพกออโตมาตาระดับมาสเตอร์พีซเรือนเดียวในโลก

Louis Vuitton ตอกย้ำรากฐานความประณีตที่มีมาตั้งแต่ปี 1854 ด้วยการเปิดตัวผลงานระดับมาสเตอร์พีซ Escale au Mont Fuji นาฬิกาพกแบบเรือนเดียวในโลก (Pièce Unique) ที่ไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่คือการรวบรวมงานศิลปะชั้นสูงและกลไกที่ซับซ้อนที่สุดมาไว้ในหนึ่งเดียว ผลงานชิ้นนี้ถูกเนรมิตขึ้น ณ La Fabrique du Temps Louis Vuitton ในเจนีวา เพื่อถ่ายทอดความงามของรุ่งอรุณเหนือภูเขาไฟฟูจิผ่านงานฝีมือที่ต้องใช้เวลาทำรวมกว่า 1,000 ชั่วโมง

ความโดดเด่นของเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดซึ่งเปรียบเสมือนโรงละครขนาดจิ๋ว เล่าเรื่องราวการเดินทางในญี่ปุ่นผ่านภาพทิวทัศน์สีพาสเทลชมพูและฟ้า โดยมีรายละเอียดที่เคลื่อนไหวได้ถึง 4 จุด (Automata) ทั้งเข็มทิศดอกเข็มที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เรือประมงที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านผิวน้ำ หีบเดินทางอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เปิดออกเผยให้เห็นดอกไม้ลาย Monogram และดอกซากุระที่ไหวเอนอย่างแผ่วเบา โดยมีเทพเจ้าเอบิสุ (Ebisu) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง เป็นผู้พายเรือลำนี้ ซึ่งทุกรายละเอียดถูกแกะสลักด้วยมืออย่างวิจิตรบรรจง

ในด้านงานศิลป์ ช่างฝีมือต้องใช้เทคนิคการลงยา (Enamel) หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Grand Feu และการประดับแผ่นเงินใต้ชั้นสีเพื่อให้ผิวน้ำดูเปล่งประกาย ซึ่งต้องผ่านการเผาในเตาถึง 40 ครั้งเพื่อไล่เฉดสีรวม 33 เฉดสี เฉพาะขั้นตอนการลงยาและการแกะสลักตัวเรือนรวมถึงรายละเอียดบนหน้าปัดก็ใช้เวลารวมกันกว่า 460 ชั่วโมงแล้ว นอกจากนี้ตัวเรือนทองคำขาวขนาด 50 มิลลิเมตร ยังล้อมรอบด้วยซาฟไฟร์ทรงบาแก็ตต์ 60 เม็ดที่ไล่เฉดสีรุ้งอย่างงดงาม

ทางด้านกลไกก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยกลไกไขลานด้วยมือ LFT AU14.03 ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 561 ชิ้น ผสมผสานระบบตีบอกเวลา (Minute Repeater) เข้ากับกรงล้อทูร์บิญองและระบบขับเคลื่อนหุ่นจำลองบนหน้าปัด ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 8 วัน ทุกชิ้นส่วนแม้ในจุดที่มองไม่เห็นถูกขัดแต่งด้วยมาตรฐานสูงสุดของการผลิตนาฬิกาชั้นสูง ทำให้ Escale au Mont Fuji เป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางที่ผสานจิตวิญญาณแห่งศิลปะและเทคโนโลยีไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Escale au Mont Fuji Pocket Watch (Pièce Unique) 
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K ขนาด 50 มม. ขอบประดับซาฟไฟร์ไล่เฉดสี 60 เม็ด (3.74 กะรัต) ด้านข้างแกะสลักลวดลายสอดคล้องกับหน้าปัด 
  • หน้าปัด: งานลงยาเอนาเมล 33 เฉดสี พร้อมระบบหุ่นจำลองเคลื่อนไหว 4 ตำแหน่ง (รูปเทพเจ้าเอบิสุ เรือ หีบเดินทาง และดอกซากุระ) 
  • ฟังก์ชัน: ระบบตีบอกเวลา Minute Repeater กลไกออโตมาตาเคลื่อนไหวบนหน้าปัด ทูร์บิญอง 
  • กลไก: คาลิเบอร์ LFT AU14.03 ไขลานด้วยมือ สำรองพลังงาน 8 วัน (192 ชั่วโมง) ความถี่ 3 เฮิรตซ์ ชิ้นส่วน 561 ชิ้น 
  • สาย: มาพร้อมโซ่คล้องไวท์โกลด์ หีบใส่ของแบบพิเศษ และกระเป๋าหนัง

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
ทำความรู้จัก Norqain Adventure Neverest 40mm Limited Edition เรือนเวลาที่มาพร้อมจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย
รวมไฮไลต์ผลงานเด่นจาก Audemars Piguet ที่เปิดตัวในปี  2026
Franck Muller เผยโฉมสามเรือนเวลาไอคอนิก ต้อนรับสีสันแห่งเดือนมีนาคม

Share post:

More like this

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ