อาชาผงาดเหนือแสงตะวัน จิตวิญญาณแห่งปีมะเมียบนเรือนเวลา Longines

Date:

ศิลปะแห่งอาชาผงาดบนหน้าปัดสีแดงไล่เฉด Limited Edition เพียง 2,026 เรือน

ท่ามกลางความสงบเงียบของศิลปะแห่งการทำนาฬิกา มีเรือนเวลาหนึ่งที่โดดเด่นออกมาด้วยเฉดสีแห่งพลังและความโชคดีต้อนรับปีมงคล นั่นก็คือเรือนเวลา Longines Master Collection Moonphase รหัส L2.919.4.09.2 เรียกได้ว่านี่คือการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างประเพณีการผลิตนาฬิกาสวิสระดับสูง กับการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

ความสะดุดตาแรกอยู่ที่หน้าปัดสีแดงไล่เฉด (Sunray Red Gradient) ที่ดูมีมิติและลุ่มลึก สีแดงเข้มจากกึ่งกลางค่อยๆ จางออกไปสู่ขอบด้านนอกราวกับแสงแรกของพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ หลักชั่วโมงสีทอง (Gilt) ทรงแท่งที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม ช่วยเสริมให้หน้าปัดดูสะอาดตาและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมีฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase) วางไว้อย่างสมดุลที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา บอกเล่าเรื่องราวของดวงจันทร์สีทองที่โคจรอยู่ท่ามกลางดวงดาว

สิ่งที่ทำให้เรือนเวลานี้เป็นชิ้นงานสะสมที่ทรงคุณค่า คือความลับที่ซ่อนอยู่หลังกระจกแซฟไฟร์ใสบนฝาหลัง ซึ่งถ้าพลิกดูจะพบกับโรเตอร์ (Rotor) ที่สลักภาพ “ม้าพยศ” อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ภาพวาดพู่กันจีนของ Xu Beihong ศิลปินผู้เลื่องชื่อ ภาพอาชาที่กำลังควบทะยานสื่อถึงความสำเร็จ พลัง และจิตวิญญาณที่ไม่หยุดนิ่ง โดยจะเคลื่อนไหวไปตามทุกจังหวะของการขยับข้อมือ

ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 42 มม. จับคู่มากับสายหนังอัลลิเกเตอร์สีดำสนิท ซึ่งช่วยขับเน้นให้หน้าปัดสีแดงและรายละเอียดสีทองดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ภายในบรรจุกลไกออโตเมติก L899.5 ที่มาพร้อมซิลิคอนบาลานซ์สปริง ช่วยต้านทานสนามแม่เหล็กและให้ความเที่ยงตรงสูง พร้อมการสำรองพลังงานที่ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง

ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 2,026 เรือนทั่วโลก เพื่อต้อนรับปีนักษัตรมะเมียในปี 2026 นาฬิกาเรือนนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่บอกเล่าถึงความสง่างามและความกล้าหาญ เป็นเพื่อนคู่กายที่พร้อมจะร่วมเดินทางไปสู่ความสำเร็จในทุกย่างก้าวอย่างมั่นคงและมีสไตล์ เหมาะเป็นนาฬิกาเรือนแรกของปีได้เช่นกัน

ข้อมูลทางเทคนิค: Longines Master Collection Moonphase “Year of the Horse”
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล ขนาด 42 มม. กระจกหน้า-หลังแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน
  • หน้าปัด: สีแดงไล่เฉด (Sunray Red Gradient) พร้อมหลักชั่วโมงและเข็มสีทอง (Gilt)
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) วันที่ และแสดงข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase)
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre L899.5 (สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ซิลิคอนบาลานซ์สปริง)
  • สาย: หนังอัลลิเกเตอร์สีดำ พร้อมตัวล็อกแบบพับล็อก

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ไขปริศนาศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกายุคโบราณผ่านโปรเจ็กต์ Naissance d’une Montre ครั้งล่าสุดของ Ferdinand Berthoud
The Game Changers – ว่าด้วยนาฬิกาที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการนาฬิกาและนำพาศาสตร์แห่งการบอกเวลาเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – ฟรองซัวส์-โปล จูร์น (François-Paul Journe)

Share post:

More like this

เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ: เจาะลึก Bell & Ross BR-03 Space Mission

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

นาฬิกาที่สร้างกฎของตัวเอง เพื่อผลักดันวงการนาฬิกาสู่อนาคตที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ ตลอดระยะเวลา 180 ปีของ Ulysse Nardin ‘ความเที่ยงตรง’ คือสิ่งที่กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการก้าวไปอีกขั้น...

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง