สัมผัสความพิเศษของโรเตอร์รูปม้าและหน้าปัดสีเบอร์กันดีมงคล พร้อมพลังสำรอง 7 วันและงานวิศวกรรมสวิสชั้นเลิศในจำนวนจำกัด 500 เรือน
หากการเดินทางคือหัวใจของความสำเร็จ เรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดเอดิชันจาก IWC Schaffhausen ชิ้นนี้คือเพื่อนร่วมทางที่สะท้อนถึงพลังงานและความมุ่งมั่น โดยเลือกใช้ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 42.4 มิลลิเมตร ที่ปรับปรุงให้มีความเพรียวบางลง พร้อมกระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความสง่างามที่ดูนุ่มนวลและลุ่มลึก

จุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือหน้าปัดสีแดงเบอร์กันดี (Burgundy) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีมงคลในเทศกาลตรุษจีน ตัดกับเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงแบบตัวเลขโรมันสีทอง (Gilt) อย่างลงตัว การจัดวางหน้าปัดยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตระกูล Portugieser ด้วยหน้าปัดย่อยวินาทีที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และเข็มแสดงพลังงานสำรองที่ 3 นาฬิกา พร้อมช่องหน้าต่างวันที่ขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

ความพิเศษที่ซ่อนอยู่ด้านหลังคือกลไกคาลิเบอร์ 52011 ที่ผลิตขึ้นเองภายในโรงงานของ IWC ความโดดเด่นอยู่ที่โรเตอร์เหวี่ยงพลังงานชุบทองซึ่งถูกออกแบบเป็นรูป “ม้าพยศ” (Galloping Horse) ที่กำลังควบทะยาน สื่อถึงความมีชีวิตชีวา ความเป็นอิสระ และความก้าวหน้าตามความเชื่อทางวัฒนธรรม ตัวกลไกมาพร้อมระบบขึ้นลาน Pellaton ที่ใช้ชิ้นส่วนเซรามิกป้องกันการสึกหรอ และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 168 ชั่วโมง หรือ 7 วันเต็ม




นาฬิกาเรือนนี้ผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 500 เรือนทั่วโลก มาพร้อมตัวเลือกสายหนังอัลลิเกเตอร์สองสี ทั้งสีดำและสีแดงเบอร์กันดี เพื่อเปลี่ยนลุคตามความเหมาะสม นี่คือเรือนเวลาที่ผสมผสานความเชื่อเรื่องโชคลาภเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูง เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจในปีแห่งอาชานี้
ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Portugieser Automatic 42 Year of the Horse (Ref. IW501709)
- ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42.4 มม. หนา 13 มม.
- หน้าปัด: สีแดงเบอร์กันดี พร้อมเข็มและหลักชั่วโมงสีทอง
- ฟังก์ชัน: บอกเวลา (วินาทีแยกส่วน) วันที่ และแสดงพลังงานสำรอง
- กลไก: อัตโนมัติ Calibre 52011 (ระบบ Pellaton สำรองพลังงาน 7 วัน/168 ชั่วโมง)
- สาย: สายหนังอัลลิเกเตอร์สีดำและสีเบอร์กันดี พร้อมตัวล็อกแบบพับ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Nicolas Beau ผู้ต่อยอดตำนานแห่งอัญมณีชั้นสูงของ Tiffany & Co.
สู่นาฬิกาไฮจิวเวลรี่ที่เปี่ยมด้วยจินตนาการ
คุยกับสองบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังความฝัน
และความสำเร็จของ De Bethune
เมื่อความคิดสร้างสรรค์หลอมรวมกับงานฝีมือที่ Trilobe

