Round Triple Mystery นาฬิกาแห่งจินตนาการจาก Franck Muller ผู้ท้าทายขนบธรรมเนียม

Date:

เมื่อความลึกลับของกาลเวลา ได้แปรเปลี่ยนเป็นการร่ายรำอันน่าหลงใหลผ่านเรือนเวลา Round Triple Mystery จาก Franck Muller

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเข็มนาฬิกาหายไป เวลาจะถูกบอกเล่าด้วยวิธีไหน? Franck Muller ได้ตอบคำถามนี้ด้วยจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด ผ่านผลงานชิ้นเอกล่าสุดอย่าง Round Triple Mystery ซึ่งสร้างสรรค์การแสดงเวลาในรูปแบบใหม่ที่น่าหลงใหล และยังได้รับการยอมรับในระดับโลกจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติ Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ประจำปี 2025 ในสาขา Ladies’ Complication อีกด้วย

การเดินทางของเรือนเวลารุ่นนี้เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจอันลึกซึ้งที่ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Franck Muller ได้สัมผัสระหว่างการเดินทาง เขาได้พบกับวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการรับรู้กาลเวลาอย่างอิสระไร้กรอบ ซึ่งความหลงใหลนี้ได้นำไปสู่การสร้างสรรค์นาฬิกาใหม่ๆ ทำให้เขากลับมาพัฒนานาฬิกาที่ท้าทายขนบธรรมเนียมเดิมๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิการุ่น Mystery ที่ใช้จานหมุนเพียงแผ่นเดียวเพื่อบอกชั่วโมง จากนั้นจึงพัฒนาเป็นรุ่น Double Mystery ที่เพิ่มจานบอกนาทีเข้ามา และล่าสุดก็คือการเปิดตัว และ Round Triple Mystery ที่มาพร้อมจานหมุนถึงสามแผ่นสำหรับบอกชั่วโมง นาที และวินาที

ร่ายรำแห่งกาลเวลาบนหน้าปัดที่เปล่งประกาย

สิ่งที่ทำให้ Round Triple Mystery โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือการแสดงเวลาที่มองแวบแรกเหมือนหน้าปัดกำลังลอยเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เมื่อมองให้ลึกลงไป เราจะเห็นการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนราวกับการแสดงบัลเลต์ของจานหมุนทั้งสาม ที่ทำหน้าที่บอกเวลาอย่างไม่หยุดนิ่ง ตัวเรือนขนาด 39 มม. มีให้เลือกทั้งแบบโรสโกลด์และไวท์โกลด์ ถูกประดับด้วยเพชรจำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเรียงเป็นเกลียวสวยงาม ซึ่งดึงดูดสายตาให้จับจ้องไปที่ตัวชี้บอกเวลารูปสามเหลี่ยมที่หมุนไปพร้อมกับจาน ราวกับเพชรแต่ละเม็ดกำลังเต้นรำไปตามเส้นทางของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาที่ผ่านไปให้กลายเป็นการแสดงอันน่าทึ่ง

ความเบาคือหัวใจสำคัญของกลไกอันซับซ้อน

การสร้าง Round Triple Mystery ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม เพราะต้องทำให้จานทั้งสามแผ่นหมุนอย่างอิสระโดยที่ยังคงความเที่ยงตรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการเพิ่มจานวินาทีถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากความเร็วในการหมุนที่สูง ทำให้ต้องใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทีมวิศวกรจึงเลือกใช้อะลูมิเนียม ออกแบบให้เป็นโครงสร้างแบบสเกเลตันที่มีน้ำหนักรวมเพียง 0.052 กรัม ซึ่งความบางของโครงสร้างแต่ละส่วนนั้นกว้างเพียง 0.3 มม. เท่านั้น ความละเอียดอ่อนนี้ทำให้จานวินาทีหมุนได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของกลไก

นับว่าเราได้เห็น Round Triple Mystery อีกหนึ่งเรือนเวลาที่เป็นเหมือนงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ และบอกเล่าเรื่องราวของเวลาด้วยภาษาใหม่ๆ จากเดิมที่เวลาเป็นเส้นตรงที่เดินหน้าไปเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกา แต่สำหรับ Round Triple Mystery เวลาคือการร่ายรำอันสง่างามที่หมุนวนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นการเปลี่ยนมุมมองจากคำว่า “เวลาผ่านไป” ให้กลายเป็น “ช่วงเวลาที่น่าชื่นชม”

นาฬิกาเรือนนี้จึงอานเป็นบทสรุปของความเชื่อที่ว่า “ความลึกลับไม่ได้มีไว้เพื่อให้ไข แต่มีไว้เพื่อให้ชื่นชม” และถ้าหากคุณได้มีโอกาสสัมผัส Round Triple Mystery ด้วยตัวเอง แล้วสำหรับคุณจะรู้สึกอย่างไรกับการที่เวลาถูกบอกเล่าในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน?

ข้อมูลทางเทคนิค
Round Triple Mystery
  • ตัวเรือน: ทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. หนา 10.05 มม. ทำจากโรสโกลด์หรือไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 206 เม็ด (5.22 กะรัต) ด้วยมือ
  • หน้าปัด: ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 232 เม็ด (2.28 กะรัต) ด้วยมือ มีตัวแสดงเวลาเป็นรูปสามเหลี่ยม ไทรแองเกิล-คัต 3 ชิ้น (0.07 กะรัต) ทำจากเพชร มรกต ทับทิม หรือแซฟไฟร์สีน้ำเงิน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที ด้วยจานหมุนสามแผ่น
  • กลไก: ใช้กลไกอัตโนมัติ MVD 2800-TMY สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง
  • สาย: สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือ ตัวล็อกทำจากโรสโกลด์หรือไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับเพชร 8 เม็ด (0.06 กะรัต)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เมื่อม้าพยศโลดแล่นบนเรือนเวลา Jaeger-LeCoultre เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Reverso Tribute Enamel ‘Xu Beihong’
บทสนทนากับ Franz Linder ประธานบริหารผู้อยู่คู่ MIDO มากว่าสามทศวรรษ
Jaeger-LeCoultre เปิดตัวนาฬิการุ่น Master Ultra Thin Tourbillon Enamel พร้อมหน้าปัดใหม่สีเทาแอนทราไซต์ 

Share post:

More like this

Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล

รายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุน Federer Foundation และ Re:Wild    4 สีสัน 4 ฤดูกาล หน้าปัดสีสดใส...

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด

เมื่อนักแสดงสายฝีมือมาร่วมทางกับช่างทำนาฬิกา Robert Pattinson กับบทบาท Global Ambassador คนล่าสุดของ Jaeger-LeCoultre

Jaeger-LeCoultre ประกาศแต่งตั้ง Robert Pattinson เป็น Global Ambassador คนใหม่ล่าสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเรียบหรูทรงพลัง และความมุ่งมั่นในงานฝีมือระดับสูง