สองชัยชนะแห่ง Chopard เมื่อศิลปะและความเร็วพิชิตเวทีโลก (GPHG)
ในงานประกาศผลรางวัลนาฬิกาประจำปี Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ครั้งที่ 25 Chopard ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าชัยชนะมาถึงสองรางวัล ด้วยนาฬิกาสองรุ่นที่แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจในฐานะผู้ผลิตที่ไม่เป็นสองรองใคร ชัยชนะคู่คือการประกาศอย่างชัดเจนว่าชอปาร์ดคือเจ้าแห่งความงามและเทคโนโลยีในเวลาเดียวกัน
ชัยชนะแห่งความสง่างาม: Imperiale Four Seasons
ชัยชนะแรกเป็นของ Imperiale Four Seasons เรือนเวลาที่พิชิตใจกรรมการในหมวดหมู่ที่เน้นความประณีตและสุนทรียภาพ นาฬิกาเรือนนี้คือบทสรุปของความหรูหราของผู้หญิง ด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ที่ประดับเพชรอย่างวิจิตรบรรจง





สิ่งที่ทำให้ Imperiale โดดเด่นจนคว้ารางวัลมาครองคือการตีความเรื่องเวลาแบบบทกวี หน้าปัดที่นอกจากจะมีการแสดงตัวเลขแล้ว ยังเป็นการแสดงภาพวาดของฤดูกาลทั้งสี่ที่ค่อย ๆ หมุนเปลี่ยนไปตามวันในหนึ่งปีอย่างช้า ๆ นี่คือการผสมผสานเทคนิคชั้นสูงเข้ากับบทกวีแห่งชีวิต ซึ่งทำให้เวลาเดินไปอย่างมีความหมาย เป็นนาฬิกาที่สื่อถึงความงามที่อยู่เหนือกาลเวลา มีทั้งความหรูหราที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ใช่เร่งรีบ ทำให้เวลาเดินไปด้วยความงามและเสน่ห์ นาฬิการุ่นนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของ ศิลปะแห่งการประดับเพชรและการสร้างสรรค์เชิงกวี ที่แบรนด์ทำได้อย่างไร้ที่ติ
ชัยชนะแห่งเทคโนโลยี Alpine Eagle 41 SL Cadence 8 HF
ในอีกฟากหนึ่งของเวที Alpine Eagle 41 SL Cadence 8 HF ก็คว้าชัยชนะมาครองอย่างสมศักดิ์ศรีในหมวดหมู่ที่เน้นความก้าวหน้าทางเทคนิคและสมรรถนะ นี่คือนาฬิกาที่แสดงให้เห็นถึงอนาคตของกลไกจักรกล
สิ่งที่ทำให้ Alpine Eagle ได้รับรางวัลคือการรวมเอาวัสดุสุดล้ำเข้ากับความเที่ยงตรงที่เหนือกว่า ตัวเรือนทำจากไทเทเนียมชนิดพิเศษที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง พร้อมหน้าปัดสีดำเข้มที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและจริงจัง (เอาจริงๆ รางวัลนี้แอบลบภาพจำของเราที่มักจะนึกถึงนาฬิกาผู้หญิงๆ ไปเลยจริงๆ เช่นกัน)





แต่หัวใจที่แท้จริงคือกลไกที่อยู่ภายใน ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งความแม่นยำด้วย ความถี่สูงถึง 8 เฮิรตซ์ (หรือการทำงาน 57,600 ครั้งต่อชั่วโมง) ซึ่งเร็วกว่ากลไกมาตรฐานทั่วไปมาก ความถี่ที่สูงลิ่วนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การจับเวลาแม่นยำอย่างเหลือเชื่อแม้ในสภาวะที่มีการเคลื่อนไหวมาก Alpine Eagle จึงเป็นตัวแทนของ วิศวกรรมขั้นสูงและความมุ่งมั่นในความเที่ยงตรง ของชอปาร์ด
เรียกได้ว่าทั้งสองชัยชนะของ Chopard ใน GPHG ครั้งที่ 25 นี้ จึงเป็นเรื่องเล่าที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาพิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า โรงงานผลิตแห่งนี้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดของทั้งสองขั้ว ทั้งความสง่างามตามธรรมเนียม และความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีแห่งยุคสมัยใหม่
ข้อมูลทางเทคนิคของนาฬิกาผู้ชนะ GPHG
Imperiale Four Seasons (รุ่นลิมิเต็ด 25 เรือน)
- ตัวเรือน: ไวท์ โกลด์จริยธรรม 18 กะรัต, ขนาด Ø 36 มม. ประดับเพชร 2.85 กะรัต (ที่ขอบตัวเรือน/เม็ดมะยม)
- หน้าปัด: มาเควทรีเปลือกหอยมุก (Mother-of-Pearl Marquetry) และ ไวท์ โกลด์ ลายดอกบัว
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที การแสดงวัฏจักรฤดูกาล ที่เปลี่ยนไปตลอดปี
- กลไก: L.U.C 96.31-L ไขลานอัตโนมัติ พร้อมพลังงานสำรอง 65 ชั่วโมง
- สาย: สายหนังจระเข้ (สามารถเปลี่ยนได้ 4 สี ตามแต่ละฤดูกาล)
Alpine Eagle 41 SL Cadence 8 HF (รุ่นลิมิเต็ด 250 เรือน)
- ตัวเรือน: ไทเทเนียมเคลือบเซรามิก (Ceramicised Titanium), ขนาด Ø 41 มม.
- หน้าปัด: ไทเทเนียมสี Pitch Black ผิวขรุขระ (Textured-finish), พร้อมการเน้นสีส้ม
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่
- กลไก: Chopard Calibre 01.14-C ไขลานอัตโนมัติ กลไกความถี่สูง 8 เฮิรตซ์ (57,600 vph) ได้รับการรับรองโครโนมิเตอร์
- สาย: สายยาง
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Zenith G.F.J. เมื่อตำนาน Calibre 135 คืนชีพ พร้อมคว้ารางวัล Chronometry Prize ที่ GPHG 2025
LVMH ผนึกกำลัง La Joux-Perret การเดินทางสู่กลไกนาฬิกาสวิสแห่งอนาคต
Breguet Classique Souscription 2025 จิตวิญญาณแห่งความเป็นเลิศเหนือกาลเวลา

