Casio ฉลอง 50 ปี มาพร้อมด้วย Ring Watch สีทองสุดหรูที่กลับมาพร้อมกลไกดิจิทัลครบครัน

Date:

50 ปี Casio ด้วย Ring Watch สีทอง CRW-001G-9DR เมื่อแฟชั่นดิจิทัลผสานกับเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปโลหะขั้นสูง

Casio ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม ด้วยการต่อยอดความสำเร็จครั้งใหญ่จากผลิตภัณฑ์ที่สร้างกระแสเมื่อปลายปีที่แล้ว นั่นก็คือ Ring Watch จากความนิยมอย่างล้นหลามของรุ่นสีเงิน (CRW-001-1DR) ในครั้งนี้ Casio ได้นำเสนอนาฬิกาวงแหวนดิจิทัลรุ่นใหม่ CRW-001G-9DR ที่เปล่งประกายด้วยตัวเรือนสีทองสุดหรู

Casio Ring Watch Gold CRW-001G-9DR

การกลับมาครั้งนี้ นอกจากจะมีเฉดสีที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังยกระดับงานฝีมือสู่ความพรีเมียม ตัวเรือนสีทองถูกผลิตจากสแตนเลสสตีล ผ่านเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปโลหะขั้นสูง และเคลือบด้วยการชุบไอออนสีทอง (Gold Ion Plating) โครงสร้างตัวเรือนแบบโมโนค็อก (Monocoque) ผสานกับเทคโนโลยีการยึดติดกระจก ยังช่วยเพิ่มความแน่นหนา ทำให้สามารถกันน้ำได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ ไม่แพ้นาฬิกา G-SHOCK รุ่นปกติเลยทีเดียว

Casio Ring Watch Gold CRW-001G-9DR

แม้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ Ring Watch รุ่น CRW-001G-9DR ก็อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันดิจิทัลที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ LCD 7 ส่วนบนหน้าปัดสามารถแสดงเวลา ชั่วโมง นาที วินาที ไปจนถึงวันที่ และเวลาคู่ (Dual Time) โดยผู้ใช้สามารถสลับระหว่างสองเขตเวลาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันตัวจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที พร้อมสัญญาณบอกเวลารายวันหรือรายชั่วโมง และมีไฟแบ็คไลท์ LED ที่ช่วยให้อ่านหน้าจอในที่แสงน้อยได้ดีอีกด้วย โดยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ถูกควบคุมผ่านปุ่มทั้ง 3 ปุ่มบนตัววงแหวน

สิ่งที่ทำให้นาฬิกาวงแหวนเรือนนี้สร้างความรู้สึกพิเศษให้กับผู้สวมใส่ คือฟังก์ชันไฟกระพริบ ซึ่งสามารถตั้งค่าให้ส่องแสงเป็นจังหวะตามเวลาที่กำหนดได้ นาฬิการุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ SR621SW ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานประมาณ 2 ปี

Casio Ring Watch Gold CRW-001G-9DR

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสความหรูหราที่มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Casio Ring Watch รุ่น CRW-001G-9DR ตัวเรือนสีทอง สามารถเลือกชมและเลือกซื้อได้ที่ร้าน G-SHOCK CASIO Shop ทั่วประเทศ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Ring Watch รุ่น CRW-001G-9DR (ต่อยอดจากรุ่นสีเงิน CRW-001-1DR )
  • ตัวเรือน: ผลิตจากสแตนเลสสตีล ด้วยเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปโลหะขั้นสูง พร้อมการชุบไอออนสีทอง มีโครงสร้างแบบโมโนค็อกและเทคโนโลยีการยึดติดกระจก
  • หน้าปัด: หน้าจอ LCD 7 ส่วน
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลา ชั่วโมง นาที วินาที แสดงวันที่ เวลาคู่ (Dual Time) ตัวจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที สัญญาณบอกเวลารายวันหรือรายชั่วโมง ไฟแบ็คไลท์ LED ช่วยอ่านหน้าจอในที่แสงน้อย ฟังก์ชันไฟกระพริบ ที่สามารถตั้งค่าให้ส่องแสงเป็นจังหวะตามเวลาที่กำหนด
  • กลไก: นาฬิกาดิจิทัลขนาดเล็ก ควบคุมด้วยปุ่ม 3 ปุ่มบนวงแหวน ใช้แบตเตอรี่ SR621SW
  • สาย: (ข้อมูลจากแหล่งที่มาไม่ได้ระบุรายละเอียดของสาย แต่ระบุว่าเป็นนาฬิกาวงแหวน และทำจากสแตนเลสสตีลเป็นหลัก)
คุณสมบัติเพิ่มเติม
  • กันน้ำได้ในระดับการใช้งานประจำวัน
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 2 ปี

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เรียนรู้ประวัติศาสตร์แห่งความเที่ยงตรงของ A. Lange & Söhne ผ่านนิทรรศการป๊อป-อัพ Art of Precision ณ สยามพารากอน
MIDO Multifort TV Big Date S01E02 เมื่อความทรงจำแห่งยุคทองของโทรทัศน์ ส่องประกายบนข้อมือ
Tissot: The Gift of Time การส่งต่อความสุขเหนือกาลเวลาผ่านเรือนเวลาสวิส

Share post:

More like this

การกลับมาของเรือนเวลาเสียงตีระฆังผสานฟลายอิ้งทูร์บิญองจาก Jacob & Co. ในตัวเรือนโรสโกลด์และหน้าปัดแร่ธรรมชาติสีแดงสด ผลิตจำกัดเพียง 12 เรือนทั่วโลก

Jacob & Co. ปัดฝุ่นนาฬิกาสุดหรู Palatial Flying Tourbillon Minute Repeater กลับมาอีกครั้งในรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 12 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัดแร่ธรรมชาติสีแดงโปร่งแสง กลไกมินิตรีพีทเตอร์ และคาลิเบอร์ JCCM04 สำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

ย้อนวันวานสู่วงการความเร็วกับ Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟทรงวินเทจ

เปิดตัว Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟวินเทจขนาดกะทัดรัด 37 มิลลิเมตร สะท้อนกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิกด้วยกลไกไขลานคาลิเบอร์ A5000 ผลิตจำนวนจำกัด

สรุปไฮไลต์นาฬิกาเปิดตัวใหม่วีคแรกของเดือนตุลาคม 2026 จาก 5 แบรนด์ดัง 

อัปเดตเทรนด์นาฬิกาล่าสุดประจำเดือนตุลาคม 2026 รวบรวมเรือนเวลารุ่นเด่นทั้ง Oris Big Crown Pointer Date, Frederique Constant The Elements, Omega Seamaster Diver 300M, MeisterSinger Panthero Jumping Hour และ Parmigiani Fleurier TORIC

Introducing: Peacock Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญอง 3 แกนที่เล็กและเบาที่สุดในโลก

Peacock เขย่าวงการนาฬิกาไฮเอ็นด์ด้วย Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญองสามแกนขนาดจิ๋วเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 0.436 กรัม บนตัวเรือนไวท์โกลด์ 43.5 มิลลิเมตร หน้าปัดแกะลายกิโยเช่โค้งสามมิติ ผลิตจำกัด 70 เรือนทั่วโลก