เข้าใจแนวทาง Chanel ในโลกแห่งนาฬิกา ก้าวสู่ยุคใหม่ร่วมกับพันธมิตรสุดหรู
Chanel ทำให้ทั้งวงการนาฬิกาจับตามองอีกครั้งด้วยการเข้าถือหุ้นในแบรนด์ MB&F เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยถือหุ้นถึง 25% การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวเชิงธุรกิจทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ลุ่มลึกของแบรนด์หรูระดับโลก การลงทุนในอดีตกับแบรนด์นาฬิกาอิสระ เช่น F.P. Journe, Romain Gauthier และ Bell & Ross ชี้ให้เห็นว่า Chanel ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนแบรนด์เฉพาะกลุ่มเหล่านี้ แต่ยังมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์เหล่านี้ผ่านเงินทุนเชิงกลยุทธ์ด้วย แต่คำถามที่น่าคิดคือ การลงทุนนี้เป็นเพียงการอุปถัมภ์หรือมุ่งสู่แผนระยะยาวสำหรับแผนกนาฬิกาของ Chanel?
ตำแหน่งของ Chanel ในอุตสาหกรรมนาฬิกา
จากข้อมูลประมาณการของ Morgan Stanley ปี 2023 Chanel มียอดขายนาฬิกาประมาณ 400 ล้านฟรังก์สวิส อยู่ในอันดับที่ 22 ของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส แม้จะตามหลัง Hermès ซึ่งมียอดขาย 593 ล้านฟรังก์สวิส แต่ก็ยังเหนือกว่า Louis Vuitton ที่ทำได้เพียง 162 ล้านฟรังก์สวิส และถึงแม้ว่านาฬิกาจะคิดเป็นเพียง 2% ของยอดขายรวม 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Chanel ในปีที่ผ่านมา แต่แผนกนี้กลับมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก
นาฬิกาของ Chanel โดดเด่นด้วย J12 ซึ่งเปิดตัวในปี 1999 และได้รับสถานะเป็น “ไอคอน” ด้วยอายุที่มากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีไลน์อื่น ๆ เช่น Code Coco, Boy-Friend และ Première ที่ยังคงสานต่อดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
Monsieur de Chanel ซึ่งเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับกลไกจากโรงงาน Romain Gauthier เป็นตัวอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Chanel ในการสร้างความชอบธรรมในโลกของนาฬิกาชั้นสูง

สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ
หนึ่งในนาฬิกาที่โดดเด่นที่สุดก็คือ J12 Automaton ที่มาพร้อมกับ Gabrielle Chanel ในภาพการเป็นช่างฝีมือ 355 ชิ้นส่วนที่ซับซ้อนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมกลไกที่นักสะสมต่างหลงใหล ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การออกแบบกลไกของ Romain Gauthier ที่ยังคงรักษาความเป็นอิสระในฐานะแบรนด์นาฬิกาอิสระ แต่เป็นผู้พัฒนากลไกพิเศษให้กับ Chanel


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่สร้างความฮือฮาล่าสุด แม้จะไม่ใช่สินค้า “ขายดี” ก็คือ Première Sound Watch ซึ่งมาในรูปแบบสร้อยคอ ซึ่งนอกจากจะเป็นนาฬิกาควอตซ์แล้วยังมาพร้อมหูฟัง ทำให้สามารถรับสายหรือฟังเพลงได้ในขณะที่ยังคงความสง่างามแบบ Chanel ด้วยราคา 14,800 ยูโร อาจไม่ดึงดูดในตลาดระดับกว้าง แต่แนวคิดนี้ล้ำหน้ากว่านาฬิกาอัจฉริยะที่มีอายุการใช้งานทางเทคโนโลยีสั้นกว่า

Chanel: ดำเนินงานเชิงกลยุทธ์หรืออุปถัมภ์มรดกทางวัฒนธรรม?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Chanel ได้รับความสนใจจากการลงทุนในแบรนด์นาฬิกาอิสระ เช่น Bell & Ross, F.P. Journe และ MB&F ในขณะที่การซื้อกิจการโรงงานผลิต เช่น G&F Châtelain และ Manufacture Romain Gauthier เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ของตน
คำถามคือ การลงทุนเหล่านี้สะท้อนถึงแผนการยกระดับแบรนด์ให้กลายเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมนาฬิกา หรือเป็นการรักษามรดกงานฝีมือสวิส?
ในมุมหนึ่ง Chanel ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มรดกมากกว่าการขยายตลาด เพราะการร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านงานฝีมือและดีไซน์ที่สะท้อนถึงความเคารพต่อศิลปะของการทำนาฬิกา
แต่หากมองลึกลงไป นี่อาจเป็นกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่าเพียงแค่การอนุรักษ์ เพราะ Chanel มุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นโดยใช้ความแข็งแกร่งและปรัชญาของแบรนด์พันธมิตร
การร่วมมือกับแบรนด์อย่าง Bell & Ross ที่มีจุดเด่นเรื่องลักษณะนาฬิกาเชิงการบิน F.P. Journe ที่เน้นความซับซ้อนเชิงกลไก และ MB&F ที่เน้นนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ทำให้ Chanel สามารถดึงเอาเอกลักษณ์ของแบรนด์เหล่านี้มาผสมผสานเพื่อสร้างไลน์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้

อนาคตของ Chanel ในโลกนาฬิกา
กลยุทธ์การออกผลิตภัณฑ์แบบลิมิเต็ดเอดิชั่น และความร่วมมือพิเศษ ช่วยกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ Chanel ยังได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดความรู้จากแบรนด์พันธมิตรซึ่งสามารถนำไปพัฒนากระบวนการผลิตของตนเองได้
Chanel เข้าใจความซับซ้อนของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง การลงทุนเหล่านี้ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ แต่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างสมดุลระหว่างความอนุรักษ์นิยมและความทันสมัย
Chanel กำลังก้าวเข้าสู่โลกแห่งนาฬิกาชั้นสูงในฐานะผู้เล่นที่ทรงอิทธิพล พร้อมกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหราในอุตสาหกรรมนี้
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ที่มา:by Oliver R Müller

