Introducing: Brew Retrograph Stone Blend Automatic เมื่อความงามของสายธารกาแฟถูกรังสรรค์ผ่านหินธรรมชาติ Pietersite

Date:

งานศิลปะบนข้อมือรุ่นจำกัด 250 เรือน ที่ถ่ายทอดสายธารการผสมผสานของนมและกาแฟผ่านหินธรรมชาติปีเตอร์ไซต์และตัวเรือน PVD สีทอง

กระแสความนิยมของหน้าปัดหินธรรมชาติ (Stone Dial) ในโลกแห่งเรือนเวลาช่วงปีที่ผ่านมาอาจทำให้คนรักนาฬิกาหลายคนเริ่มรู้สึกซ้ำจำเจ แต่สำหรับ Brew Watch Co. แบรนด์นาฬิกาอิสระชื่อดัง การนำเสนอสิ่งที่มีอยู่ในตลาดให้ออกจากกรอบเดิมๆ ถือเป็นงานถนัด ล่าสุดแบรนด์ได้เปิดตัว Retrograph Stone Blend Automatic เรือนเวลารุ่นพิเศษ Limited Edition ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หน้าปัดหินธรรมชาติยังคงมีเสน่ห์ลึกซึ้งและทรงคุณค่าได้ หากถูกถ่ายทอดผ่านความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจที่มีเรื่องราวรองรับอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามกระแสเพื่อการค้า

แรงบันดาลใจอันลึกซึ้ง ศิลปะแห่งการผสมผสานในถ้วยกาแฟ

เอกลักษณ์และหัวใจสำคัญของแบรนด์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง คือการได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและสุนทรียศาสตร์ของกาแฟมาโดยตลอด ทว่าในรุ่น Retrograph Stone Blend Automatic แบรนด์ได้ก้าวข้ามการตีความเชิงนามธรรมแบบโมเดิร์นในรุ่นก่อนๆ ไปสู่การสะท้อนภาพของกาแฟที่ชัดเจนและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

Brew Retrograph Stone Blend Automatic

แนวคิดหลักของเรือนเวลานี้มาจากวินาทีอันทรงเสน่ห์ในวัฒนธรรมกาแฟ นั่นคือช่วงเวลาที่นมสดถูกเทลงไปในกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) ภายในแก้วใส วินาทีที่ของเหลวทั้งสองชนิดเริ่มหมุนเกลียวและผสมผสานเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดลวดลายสายธารที่พลิ้วไหวอย่างมีจังหวะ Brew ได้เลือกใช้ หินปีเตอร์ไซต์ (Pietersite) มาทำเป็นแผ่นหน้าปัด ซึ่งคุณสมบัติพิเศษตามธรรมชาติของหินชนิดนี้ที่มีการซ้อนทับและพันเกี่ยวกันของเฉดสีอย่างซับซ้อน สามารถถ่ายทอดภาพการผสมผสานของนมและกาแฟได้อย่างสมจริงและเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก

Brew Retrograph Stone Blend Automatic

งานดีไซน์ตัวเรือนและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมเรือนเวลา

ตัวเรือนนั้นมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมนอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Retrograph รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุสแตนเลสสตีลพร้อมเคลือบ PVD สีทอง เพิ่มความอบอุ่นและขับเน้นลวดลายของหน้าปัดหินปีเตอร์ไซต์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตัวเรือนมีสัดส่วนคลาสสิกด้วยความกว้าง 38 มิลลิเมตร ความหนาเพียง 10.4 มิลลิเมตร และระยะจากขาเรือนถึงขาเรือน (Lug-to-Lug) อยู่ที่ 41.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ลงตัวและสวมใส่สบายบนข้อมือหลากหลายขนาด

ด้านหลังตัวเรือนเป็นฝาหลังแบบเปิดเปลือย (Exhibition Caseback) เผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายใน ยึดเข้ากับสายหนังวัวรมดำแบบผิวอัดลาย (Pebble Grain Leather) สีน้ำตาล เข้ากันได้ดีกับโทนสีทองของตัวเรือนและโทนสีของหน้าปัด พร้อมระบบสปริงบาร์แบบปลดเร็ว (Quick Release) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนสายเป็นเรื่องง่าย

Brew Retrograph Stone Blend Automatic

กลไกการทำงาน ระดับราคา และความเอ็กซ์คลูซีฟ

แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานของแบรนด์ที่มักเลือกใช้กลไกควอตซ์หรือเมคาควอตซ์ เรือนเวลารุ่นพิเศษนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Miyota 9015 ซึ่งเป็นกลไกจักรกลสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความไว้วางใจในเรื่องความเที่ยงตรง ความทนทาน และความหนาของตัวเครื่องที่บางเบา ส่งผลให้เรือนเวลารุ่นนี้คงความบางเฉียบไว้ได้ตามรายละเอียดของงานดีไซน์

Brew Retrograph Stone Blend Automatic ซึ่งจัดอยู่ในระดับพรีเมียมของไลน์สินค้าจากแบรนด์โดยได้รับการรังสรรค์ขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนทั่วโลก ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องบอกเวลาที่มีดีไซน์โดดเด่น แต่ยังเป็นชิ้นงานศิลปะบนข้อมือที่มีคุณค่าต่อการสะสมสำหรับผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลาและวัฒนธรรมกาแฟอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีทอง ขนาดกว้าง 38 มม. / หนา 10.4 มม. / Lug-to-Lug 41.5 มม. / ฝาหลังเปิดเปลือย
  • หน้าปัด: หินธรรมชาติปีเตอร์ไซต์ (Pietersite Natural Stone)
  • กลไก: ออโตเมติก Miyota 9015
  • สาย: สายหนังวัวอัดลายสีน้ำตาล (Pebble Grain Leather) พร้อมสปริงบาร์แบบ Quick Release
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดอิดิชัน 250 เรือนทั่วโลก

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่
“Must-Have” 5 นาฬิกามอบให้คุณแม่ ของขวัญบอกเวลาแทนความรักที่งดงามกาลเวลา
ชมนาฬิกา Cartier คอลเลกชันล่าสุด ส่งตรงจาก Watches and Wonders 2026 มาจัดแสดงครั้งแรกในไทย ณ พารากอนบูติก

Share post:

More like this

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 ปี โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...

การปรับโฉมครั้งใหม่ของนาฬิกาแข่งระดับตำนานกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport 42 มม. รุ่นใหม่

TAG Heuer เผยโฉม Carrera Chronograph Sport รุ่นใหม่ที่ปรับสัดส่วนตัวเรือนลงเหลือ 42 มม. เพื่อความเพรียวบางและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น พร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre TH20-00 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 5 เวอร์ชัน