Audemars Piguet Parallel เมื่อเสียงดนตรีดังสนั่นในโรงไฟฟ้าเก่า (และทำไมมันถึงไม่เหมือนคอนเสิร์ตไหนๆ ที่เคยไป)

Date:

ในโลกที่คอนเสิร์ตจัดกันในฮอลล์ใหญ่คุ้นตา หรือตามลานกลางแจ้งที่คาดเดาได้ เราเองก็ไม่คิดว่าจะได้เจออะไรที่แปลกใหม่จริงๆ จนกระทั่งได้ยินเรื่องราวของ Audemars Piguet Parallel ครั้งที่ 3  ภาพงานดนตรีที่เป็นเหมือนการสร้างประสบการณ์ซ่อนหากับผู้ฟัง พลิกโฉมสถานที่ที่เคยถูกลืมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และมันทำให้การเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของแบรนด์นี้ดูมีอะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ

ค่ำคืน 100,000 โวลต์ ในโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน

เล่าย้อนไปสู่จุดเริ่มต้น Audemars Piguet Parallel เกิดขึ้นเมื่อปี 2022 ด้วยแนวคิดที่อยากมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้ชนะการประกวดจากเทศกาลดนตรีแจ๊สมงเทรอ โดยพาพวกเขาไปสัมผัสการแสดงในสถานที่เหนือความคาดหมายรอบทะเลสาบเจนีวา

แต่สำหรับปีนี้ ต้องบอกว่าพวกเขาเหนือความคาดหมายไปอีกขั้น เพราะงานถูกจัดขึ้นใน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ไม่ได้เปิดใช้งานแล้วในวูว์รีย์ (Vouvry) สวิตเซอร์แลนด์ แค่ชื่อสถานที่ก็ชวนให้จินตนาการถึงบรรยากาศดิบๆ เท่ๆ แล้ว ซึ่งโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1964 และปิดตัวไปในปี 1999 ก็ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นเวทีแห่งชีวิตชีวาได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือเสน่ห์ที่สัมผัสได้ทันที เพราะสถานที่ลับที่ถูกเปิดเผยในนาทีสุดท้าย มันสร้างความตื่นเต้นเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจลับอะไรบางอย่างเลยทีเดียว

เมื่อจังหวะถูกปลุก! ดีเจ Alex Wann จุดประกายค่ำคืน Parallel ให้ลุกโชนด้วยพลังดนตรีที่เร้าใจ

ภายในโรงไฟฟ้าเก่าแห่งนั้น ดีเจระดับโลกสามคนได้ผลัดกันมาปลุกพลังเสียง เริ่มจาก อเล็กซ์ วานน์ (Alex Wann) ผู้เชี่ยวชาญด้านดีพเฮาส์จากปารีส ที่เข้ามาเปิดฟลอร์ให้บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นอย่างมีชั้นเชิง จากนั้น โคลอี้ ไคเยต์ (Chloé Caillet) ดีเจชาวฝรั่งเศส ที่เข้ามาเสริมทัพความสนุกสนานอย่างต่อเนื่องด้วยเพลงอิเล็กโทรที่ชวนให้ทุกคนโยกตามได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยพลังของซูเปอร์สตาร์เพลงเฮาส์จากเกาหลีใต้ เพ็กกี้ โก (Peggy Gou) ที่มาสร้างบรรยากาศให้ร้อนระอุจนแทบหยุดหายใจ และทำให้ทุกคนบนฟลอร์เต้นรำต้องขยับตามจังหวะไปจนวินาทีสุดท้าย

แสง สี เสียง และพลังจากดีเจ Chloé Caillet ที่ทำให้ทุกคนบนฟลอร์ต้องขยับตามจังหวะไม่มีหยุดในงาน Audemars Piguet Parallel
ปิดท้ายค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบ! Peggy Gou มาปลุกเร้าอารมณ์ให้ถึงขีดสุด ทำให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้สั่นสะเทือนด้วยจังหวะเพลงเฮาส์ที่ไม่มีใครอยากให้จบลง

การจัดงานในสถานที่แบบนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องของความแปลกใหม่ ที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่อยากจะมอบประสบการณ์ที่ “จำไม่ลืม” ให้กับผู้เข้าร่วมงานจริงๆ ดังที่ Ilaria Resta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Audemars Piguet เคยกล่าวไว้ว่าการจัดงาน Parallel คือการแบ่งปันความเปิดกว้าง ความหลงใหล และสปิริตของความสงสัยใคร่รู้ ซึ่งสำหรับปีที่เฉลิมฉลอง 150 ปีของแบรนด์ มันยิ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่ได้เฉลิมฉลองร่วมกับผู้ชมที่เทศกาลดนตรีแจ๊สมงเทรอ

จากเสียงนาฬิกาสู่เสียงดนตรี พันธมิตรแห่งนวัตกรรมที่แท้จริง

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงอย่าง Audemars Piguet มาเกี่ยวข้องกับดนตรีได้อย่างไร? ความผูกพันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับเป็นสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและน่าสนใจ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2006 Audemars Piguet ซึ่งได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีโลซานน์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ (EPFL) เพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับโทนเสียงของนาฬิกาในศตวรรษที่ 19 นี่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจใน “เสียง” ไม่ใช่แค่การบอกเวลา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจมาก

แบรนด์ยังคงสานต่อมิตรภาพกับศิลปินและนักดนตรีระดับโลกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Jay-Z, Quincy Jones หรือ Mark Ronson โดยมีเป้าหมายร่วมกันในเรื่องความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ความแม่นยำ และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทั้งในโลกของนาฬิกาและดนตรี

นอกจากนี้ Audemars Piguet ยังสนับสนุนโครงการ Montreux Jazz Digital ตั้งแต่ปี 2010 เพื่อแปลงข้อมูลภาพและเสียงของเทศกาลให้เป็นดิจิทัล ซึ่งได้รับการยอมรับจาก UNESCO ว่าเป็น “ความทรงจำของโลก” และในปี 2019 ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรระดับโลกของเทศกาลดนตรีแจ๊สมงเทรอ

Mathieu Jaton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทศกาลดนตรีแจ๊สมงเทรอ ได้ยืนยันว่า “ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมืออันล้ำค่าระหว่าง Audemars Piguet และเทศกาลดนตรีแจ๊สมงเทรอได้สร้างช่วงเวลาทางดนตรีและอารมณ์ที่มิอาจลืมเลือน” และกล่าวเสริมว่า “ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครนี้ยังได้กลายเป็นไฮไลต์ในโปรแกรมของเทศกาลไปแล้ว”

Audemars Piguet Parallel คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเมื่อศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาอันละเอียดอ่อนผสานเข้ากับพลังแห่งดนตรีที่ไร้ขีดจำกัด ก็สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่พิเศษและน่าจดจำได้อย่างแท้จริง นอกเหนือการจัดงานเพื่อโปรโมท นี่คือการแสดงออกถึงคุณค่าและจิตวิญญาณที่แท้จริงของแบรนด์ผ่านภาษาที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้ นั่นคือ ‘ดนตรี’ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ ‘The Beat Goes On.’

อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
เจาะลึกบทบาทของนาฬิกา OMEGA Speedmaster ในภารกิจพิชิตดวงจันทร์ และความสำคัญที่ยังคงอยู่เหนือกาลเวลา
BVLGARI: Beyond Time พาชมบรรยากาศนิทรรศการแห่งกาลเวลาที่สิงคโปร์

Share post:

More like this

Geneva – The Capital of Haute Horlogerie

เดินทางตามจังหวะเข็มนาฬิกา ใต้ขอบฟ้า และเทือกเขาแอลป์ WORDS Aunyawan T. บางเมืองอาจไม่ได้โดดเด่นด้วยตึกสูงหรือแสงสี แต่โดดเด่นด้วย ‘เวลา’ เรากำลังพูดถึง ‘เจนีวา’...

ลิ้มรสอาหารไทยสไตล์โลคัลแท้ๆ จากร้านดัง 4 ภาค ในโปรเจ็กต์ Taste of Thailand 2026ที่ Front Room โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok 

พร้อมเสิร์ฟเมนูคอลแล็บระดับ 5 ดาว ที่เชฟของ Front Room ร่วมครีเอทกับเชฟโลคัลร้านดัง ถ้าสวรรค์ของเหล่าฟู้ดดี้คือการได้ชิมอาหารฝีมือเชฟร้านเด็ดทั่วทุกสารทิศโดยไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปจับจองโต๊ะ (ซึ่งจองยากอยู่แล้ว) กันถึงถิ่น...

ไฮจิวเวลรี่และนาฬิกาจาก Cartier เปล่งประกายเจิดจรัสในงาน Met Gala 2026

ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นวินเทจหรือคอลเลกชันปัจจุบัน แอมบาสเดอร์และเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Cartier ได้อย่างมีศิลปะ ในงาน Met Gala ที่เพิ่งผ่านพ้นไป นอกจากชุดราตรีและทักซิโด้โก้หรูที่เหล่าเซเลบริตี้นำธีมงาน...

โรงแรม Andaz One Bangkok เปิดตัวอย่างมีสไตล์ พร้อมหยิบบรรยากาศของย่านใจกลางเมือง ผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินท้องถิ่นได้ครบทุกมิติ  

ปักหมุดเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่มอบประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้นักเดินทางจากงานดีไซน์ท้องถิ่น โดยปกติแล้วการได้ไปงานเปิดตัวของโรงแรมหรูใจกลางกรุง มักจะมาในรูปแบบยิ่งใหญ่ หรูหรา และเป็นทางการ แต่เมื่อได้รับเชิญไปงานเปิดตัวของโรงแรม Andaz One Bangkok...