Swatch เปิดตัวสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ One Bangkok

Date:

Swatch เปิดตัวสโตร์ใหม่ พร้อมนาฬิการุ่นพิเศษที่ทุกคนต้องจับตามอง

Swatch ถือกำเนิดขึ้นในปี 1983 จากไอเดียปฏิวัติวงการของ Nicolas G. Hayek ผู้ก่อตั้ง The Swatch Group ที่ต้องการสร้างนาฬิกาที่มีดีไซน์โดดเด่น ราคาเข้าถึงง่าย และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ Swatch ไม่ได้เป็นเพียงแค่นาฬิกา แต่เป็น “statement piece” ที่ผสมผสานศิลปะ แฟชั่น และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกัน

ด้วยแนวคิดที่แตกต่างนี้ Swatch สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของนาฬิกาข้อมือจากเครื่องบอกเวลาแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นไอเท็มแฟชั่นที่มีสีสันและดีไซน์สุดล้ำ ส่งผลให้แบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ถ้าพูดถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น Swatch กลายเป็นแบรนด์ที่มีความผูกพันกับโลกศิลปะ กีฬา และวัฒนธรรมสมัยใหม่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับศิลปินระดับโลกในคอลเลกชัน Swatch Art Special การสนับสนุนกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง Swatch Proteam หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Bioceramic และ Swatch X You มาพัฒนาโปรดักต์ให้ล้ำสมัยขึ้น

เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงยุคปัจจุบัน เราได้เห็นว่าแบรนด์ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์และท้าทายขีดจำกัดของการออกแบบ ทำให้ทุกครั้งที่เปิดตัวคอลเลกชันใหม่สามารถสร้างกระแสและดึงดูดความสนใจจากแฟน ๆ ได้เสมอ

ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 40 ปี และดีเอ็นเอที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ Swatch ยังคงก้าวต่อไปในการขยายอาณาจักรและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟน ๆ ทั่วโลก ไม่ใช่แค่การเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนา Swatch Store ให้เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สนุกสนาน ทันสมัย และเต็มไปด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ทุกสาขาของ Swatch จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านนาฬิกา แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่พร้อมให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของแบรนด์อย่างใกล้ชิด

ล่าสุด Swatch ได้ตอกย้ำความเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ล้ำสมัยและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปิดตัว Swatch Store แห่งใหม่ ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์สุดพิเศษ ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การเลือกนาฬิกาในแบบที่ไม่เหมือนใคร และแน่นอนว่าเปิดตัวทั้งที Swatch ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะงานนี้อัดแน่นไปด้วยสีสัน ความสนุก และไอเดียสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

ครั้งนี้ Revolution Thailand ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองของแบรนด์ เลยอยากจะหยิบประสบการณ์ความประทับใจมาเล่าให้ฟังกันซักหน่อย

เริ่มด้วยบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาใน Swatch Store ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ใน One Bangkok แลนด์มาร์กสุดล้ำแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่ร้านสองชั้นขนาดกว่า 600 ตารางเมตร ถูกออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย ผสานกับความทันสมัยในสไตล์ Swatch ได้อย่างลงตัว

อย่างที่เราได้กล่าวไปตั้งแต่แรก ๆ แล้วว่าทุกรายละเอียดต่าง ๆ ภายในร้านนั้นต่างได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ศาลาไทย” ที่ถูกนำมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดึงดูดสายตาและทำให้การชมนาฬิกาเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวนาฬิการุ่น Swatch Destination Art Bangkok THE WANDERER

ภายในร้านคุณจะได้พบกับผลงานออกแบบสุดพิเศษของ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ดีไซเนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “หนุมาน” แห่งรามเกียรติ์ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านลวดลายไทยร่วมสมัยที่ละเอียดอ่อน สื่อถึงความแข็งแกร่ง ปกป้อง และพลังแห่งการผจญภัย ตามแนวคิดของ Swatch ที่สนับสนุนให้ทุกคนกล้าก้าวออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ๆ

ในงานนี้ยังได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รวมถึง เปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย และ อแลง วีลาร์ CEO ของ Swatch ที่ร่วมฉลองโมเมนต์สำคัญนี้ไปด้วยกัน

เมื่อเดินสำรวจภายในร้าน จะเห็นได้ว่าพื้นนั้นถูกแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ ในส่วนของชั้นล่างนั้นเป็นแหล่งรวมไอคอนิกไทม์พีซจากคอลเลกชันล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Bioceramic MoonSwatch, Bioceramic Scuba Fifty Fathoms และ Flik Flak นาฬิกาสำหรับเด็กที่ออกแบบมาให้ลุคสดใสและสนุกสนาน

ส่วนชั้นบนจะเป็นดินแดนของแฟน Swatch ตัวจริง เพราะรวบรวมคอลเลกชันสุดพิเศษอย่าง ONE AGAIN, CARAMELISSIMA, Swatch NEON และ BIOCERAMIC WHAT IF…? รวมไปถึง Swatch x Tate Gallery ที่นำเสนอนาฬิกาดีไซน์ร่วมกับงานศิลปะระดับโลก

อีกหนึ่งโซนที่สะดุดตาก็คือ โซนสเกตบอร์ดที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความสนุกและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของ Swatch ที่สนับสนุนกีฬาท้าทายและไลฟ์สไตล์แนวแอ็กชันมาโดยตลอด ไม่ไกลกันเป็นโซนนิทรรศการ Swatch Art Journey ที่จัดแสดงนาฬิกาสะสมหายากตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ห้ามพลาดคือ Swatch X You บริการออกแบบนาฬิกาในสไตล์ของตัวเอง เลือกพื้นหลัง ลวดลาย และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อสร้างเรือนเวลาที่มีเพียงเรือนเดียวในโลก เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้แฟน ๆ Swatch ตื่นเต้นอย่างแน่นอน

ภาพรวมบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของศิลปะ เสียงหัวเราะ และพลังของคนรัก Swatch ที่มาแชร์ความประทับใจร่วมกัน อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่าทุกมุมของร้านถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่ให้ทุกคนได้ค้นพบความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ผ่านศิลปะ นาฬิกา และไลฟ์สไตล์

ตลอดทั้งวันมีกิจกรรมมากมายให้ได้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปออกแบบลวดลายบนสาย Swatch ด้วยตัวเอง โซนทดลองใส่ MoonSwatch พร้อมให้แฟน ๆ ได้สัมผัสนาฬิกาไอคอนิกแบบใกล้ชิด และช่วงโชว์พิเศษจากศิลปินที่มาสร้างสีสันให้กับงาน

Swatch Store แห่งใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงร้านนาฬิกา แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่หลอมรวมศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟนตัวยงของ Swatch หรือเพิ่งเริ่มสนใจ ที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่ต้องมาสัมผัสสักครั้ง

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

ที่มา: swatch

Share post:

More like this

Rolex ร่วมกับสถาบัน Phillips เปิดประมูล Cosmograph Daytona รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาล

รายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุน Federer Foundation และ Re:Wild    4 สีสัน 4 ฤดูกาล หน้าปัดสีสดใส...

ทำไม Czapek ถึงยอมกลับมาปักหลักที่เดิมในเจนีวา? พร้อมส่อง 2 รุ่นลิมิเต็ดเอาใจคนรักนาฬิกา

พาไปหาคำตอบว่าทำไม Czapek & Cie ถึงเลือกย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ณ นครเจนีวา พร้อมเจาะลึกคอนเซปต์บูติกใหม่ไร้เคาน์เตอร์กั้น และเผยความพิเศษของ 2 เรือนเวลารุ่นจำกัดอย่าง Quai des Bergues "Midnight in Geneva" และ Place Vendôme Complicité Glacier Blue ที่สายสะสมไม่ควรพลาด

เมื่อนักแสดงสายฝีมือมาร่วมทางกับช่างทำนาฬิกา Robert Pattinson กับบทบาท Global Ambassador คนล่าสุดของ Jaeger-LeCoultre

Jaeger-LeCoultre ประกาศแต่งตั้ง Robert Pattinson เป็น Global Ambassador คนใหม่ล่าสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเรียบหรูทรงพลัง และความมุ่งมั่นในงานฝีมือระดับสูง

เผยโฉม Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon ประดับอัญมณี

เจาะลึก Jacob & Co. Astronomia Four-Axis Tourbillon เรือนเวลาไฮเปอร์วอทช์ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดด้วยกลไกทูร์บิยอน 4 แกน หน้าปัดปรับระดับอัตโนมัติ และระบบ Remontoir ความถี่สูง 6 ครั้งต่อวินาที บนพื้นหลังผลึกคริสตัลประดับอัญมณีสุดตระการตา ผลิตจำกัดเพียงสีละ 6 เรือนทั่วโลก