ORIENT STAR เผยโฉม 3 ซีรีส์ใหม่

Date:

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่สีสันที่สะกดทุกสายตา

หากพูดถึงนาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังหลอมรวมความประณีตของงานฝีมือญี่ปุ่นเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย Orient Star ย่อมอยู่ในลิสต์ของนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาเสมอ ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งตั้งแต่ปี 1951 แบรนด์ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญระดับสูง ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แบรนด์ยังคงยึดมั่นในปรัชญาด้านการออกแบบที่ถ่ายทอดถึงความสง่างาม ความเที่ยงตรง และกลไกที่เหนือระดับ ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกนที่ว่า “Capture Your Gaze” หรือ “ดึงดูดทุกสายตา” 

ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่

จากอดีตถึงปัจจุบัน แบรนด์นาฬิกาดังจากญี่ปุ่นอย่าง Orient Star ได้เผยโฉมเรือนเวลาใหม่พร้อมกันทีเดียวถึง 3 ซีรีส์ ภายใต้คอลเลกชั่น Contemporary ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันของธรรมชาติผสานงานออกแบบร่วมสมัยที่แฝงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา มาตีความใหม่ให้กลายเป็นดีไซน์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่ข้อมือของคุณ 

M34 Avant-garde F8 Skeleton ความหรูหราแห่งทะเลทราย

แบรนด์ยังคงเดินหน้าสร้างตำนานบทใหม่ภายใต้ซีรีส์ M34 Avant-garde F8 Skeleton ซึ่งเป็นนาฬิกาสเกเลตันรุ่นเรือธงที่ผสมผสานความเที่ยงตรงทางวิศวกรรมเข้ากับดีไซน์แห่งอนาคต โดยเปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นได้แก่ สีดำ All Black ที่สะท้อนถึงความดุดัน และ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นอย่าง Desert Luxury ที่นำเสนอแนวคิดความหรูหราแห่งทะเลทราย

ภาพผืนทะเลทรายที่กว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต และถูกปกคลุมด้วยประกายสีทองของแสงอาทิตย์ กลายมาเป็นเบื้องหลังแรงบันดาลใจของ Desert Luxury ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ตีความถึงความหรูหราในรูปแบบใหม่ โดดเด่นด้วยตัวเรือนที่สะท้อนถึงเม็ดทรายระยิบระยับ ผสานเข้ากับหน้าปัดแบบสเกเลตันที่เผยให้เห็นความซับซ้อนของกลไกภายใน ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ หัวสกรูทรงหกเหลี่ยม ที่เสริมลุคอุตสาหกรรม ไปจนถึง สายนาฬิกาไนลอนสีกากีเดินขอบด้วยหนังสีเหลือง ที่ผลิตเพียง 300 เรือนทั่วโลก และนำเข้าไทยเพียง 25 เรือน 

ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่
นาฬิกา Orient Star Contemporary Mechanical Collection M34 สายเหล็ก (RE-BZ0004B)
ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่
นาฬิกา Orient Star Contemporary Mechanical Collection M34 สายไนล่อน (RE-BZ0005G) Limited

ในขณะที่รุ่น All Black (Ref.RE-BZ0004B) ถูกนำเสนอมิติแห่งความดุดันทรงพลัง ด้วยตัวเรือนและสายโลหะสีดำด้านสื่อถึงความลึกลับและความแข็งแกร่ง มาพร้อมโครงสร้างหน้าปัดแบบ Layered Skeleton Dial ที่ซ้อนกันสองชั้นอย่างมีมิติ ตกแต่งด้วยเส้นสายเฉียบคมตัดกับความโปร่งใสของกลไกภายในได้อย่างลงตัว 

ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre F8F64 ที่ใช้จักรเหล็กซิลิคอน (Silicon Escapement Wheel) เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความแม่นยำ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรสำหรับประเทศญี่ปุ่นและนานาชาติ ตัวเครื่องได้รับการขัดแต่งด้วยลวดลาย Geneva Stripes และมีช่องเปิดที่เผยให้เห็นจักรเหล็กซิลิคอนสีน้ำเงินที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ มาพร้อมด้วยพลังงานสำรองสูงสุด 60 ชั่วโมง และความเที่ยงตรงระดับ +15 ถึง -5 วินาทีต่อวัน 

สำหรับรุ่น All Black จะวางจำหน่ายในราคา 87,000 บาท และรุ่น Limited Edition Desert Luxury อยู่ที่ 89,000 บาท

ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่

Layer Skeleton ความงามแห่งเมดิเตอร์เรเนียน

หากลองจินตนาการถึงสีสันของชายฝั่งและบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ที่ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดของ Layer Skeleton หนึ่งในซีรีส์ยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดสองชั้น ผสานความซับซ้อนและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน 

รุ่นปกติของซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยเฉดสี Champagne Gold จับคู่กับสายหนังแท้สีเทา ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับแสงแดดยามบ่ายริมชายฝั่ง มอบความหรูหราและสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมาพร้อมหน้าปัดสี Mint Green และสายนาฬิกาสตีล SUS316L แบบห้าข้อ สื่อถึงความสดชื่นและปลอดโปร่ง เสมือนสายลมที่พัดผ่านมหาสมุทรสีคราม 

จุดเด่นของซีรีส์ Layer Skeleton คือหน้าปัดแบบ สองชั้น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายของ Paisley หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เพรสลี่ย์” ลวดลายที่มักปรากฏบนสูทและเนกไทสุดคลาสสิก พร้อมช่องหน้าต่าง Semi-Skeleton ที่เผยให้เห็นกลไกการทำงานภายใน เพิ่มความลึกและมิติให้กับตัวเรือน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ Power Reserve Indicator ตรงกลางหน้าปัด ที่แสดงค่าพลังงานสำรองได้อย่างชัดเจน

ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่
นาฬิกา Orient Star Contemporary Mechanical สายเหล็ก (RE-AV0B11E) Limited
ORIENT STAR 3 ซีรีส์ใหม่
นาฬิกา Orient Star Contemporary Mechanical สายหนัง (RE-AV0B10G)

ภายในเรือนเวลาทั้งสองขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre F6F44 ซึ่งผลิตขึ้นในโรงงานของ Orient Star โดยเฉพาะ ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 50 ชั่วโมง พร้อมความเที่ยงตรงระดับ +25 ถึง -15 วินาทีต่อวัน สำหรับ รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น Mint Green นั้นมาพร้อมกับ หมายเลขประจำตัวเรือนสลักที่ฝาหลัง ซึ่งใช้กระจกใสเพื่อเผยให้เห็นการทำงานของกลไก เพิ่มความพิเศษและคุณค่าของการสะสม ในราคาจำหน่าย 38,000 บาท (Champagne Gold) และ 39,000 บาท (Mint Green Limited Edition) 

Contemporary Date 4 เฉดสีเอิร์ธโทนที่ถ่ายทอดความเป็นตัวคุณ

มาพูดถึงคอลเลกชัน Contemporary Date กันบ้าง ซึ่งได้นำแนวคิดของสีเอิร์ธโทนมาใช้เพื่อสร้างความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยการลดความอิ่มตัวของสี เพื่อให้ได้โทนสีที่นุ่มนวลและเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ โดยสีสันที่นำเสนอนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ได้แก่ Leaf Green สีเขียวที่ถ่ายทอดความงดงามของใบไม้และเสน่ห์แห่งธรรมชาติที่สดชื่น Sand Copper โทนคอปเปอร์ที่มอบความอบอุ่น ราวกับผืนทรายในทะเลทราย Water Blue สีฟ้าใสที่ชวนให้นึกถึงความบริสุทธิ์และความสงบของสายน้ำ Rock Gray สีเทาเข้มที่สะท้อนถึงพลังและความแข็งแกร่งของหินธรรมชาติ 

สำำหรับนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งในโอกาสทางการและลำลอง โดยยังคงเอกลักษณ์ของ Orient Star เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เข็มนาฬิกาแบบสามเข็มอันเรียบง่ายและหรูหรา การแสดงวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ก็เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และมาตรวัดพลังงานสำรอง ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มาพร้อมตัวเรือนขนาด 38.5 มม. ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับข้อมือทุกขนาด ทำให้สวมใส่สบาย และให้ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

เรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre F6N43 ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติอินเฮ้าส์ ให้ความเที่ยงตรงระดับ +25 ถึง -15 วินาทีต่อวัน และสำรองพลังงานได้นานถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องไขลานบ่อย ๆ

A group of wrist watches

Description automatically generated

นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติเด่นที่ยกระดับความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ช่วยเพิ่มความคมชัดและป้องกันรอยขีดข่วน ตัวเรือนสเตนเลสสตีล SUS316L ที่แข็งแกร่งและทนทานต่อการเกิดสนิม พร้อมดีไซน์ขัดแฮร์ไลน์ผสานผิวกระจก มอบความหรูหราและรายละเอียดที่ประณีตให้กับเรือนเวลาอย่างลงตัว

ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียมและกลไกที่เที่ยงตรง Orient Star “Contemporary Date” จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนาฬิกาที่สามารถใส่ได้ทุกวัน ในราคาเพียง 29,000 บาท (ทุกสี) สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเรือนเวลาที่ผสมผสานความคลาสสิกกับความทันสมัยอย่างลงตัว Orient Star Contemporary Date คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

ที่มา: orientstar-watch

Share post:

More like this

Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด

งานโอเพ่นเวิร์กอันน่าทึ่ง กลไกสิทธิบัตรใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมไร้เม็ดมะยม สาวกนาฬิการู้กันดีอยู่แล้วว่า แบรนด์ที่ชื่อชั้นเรื่องการผลิตกลไกไม่เป็นรองใครอย่าง Minerva มีจุดแข็งเรื่องกลไกซับซ้อนที่ผลิตด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด กลไกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคสูงทุกเรือนของ Minerva ล้วนเป็นผลงานการประกอบสร้างของช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวในทุกขั้นตอน...

Timothée Chalamet จับมือ Urban Jürgensen จากผู้ใช้งานจริงสู่พาร์ทเนอร์ฝ่ายสร้างสรรค์

เมื่อไอคอนแห่งยุคอย่าง Timothée Chalamet ปฏิเสธแบรนด์แมสเพื่อร่วมเป็นเจ้าของ Urban Jürgensen แบรนด์นาฬิกาอินดี้สุดประณีต นี่คือบทพิสูจน์ว่ารสนิยมที่แท้จริงคือการแสวงหา "เนื้อหา" และ "งานฝีมือ" ที่จับต้องได้ มากกว่าความฉาบฉวยในโลกเซเลบริตี้

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Bremont สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมพุ่งตัวสู่อวกาศด้วย Supernova Chronograph ที่ผ่านบททดสอบระดับมหาโหดเพื่อร่วมภารกิจบนดวงจันทร์กับ Astrolab นี่ไม่ใช่แค่รุ่นลิมิเต็ดเกาะกระแส แต่คืองานวิศวกรรมที่พร้อมเผชิญแรงสั่นสะเทือนและฝุ่นดวงจันทร์บนตัวเรือนเหล็ก 904L ที่คมคายที่สุดในพ.ศ. นี้

Christie’s จัดไอเทมหรูสุดแรร์ให้นักสะสมเมืองไทยได้ชมก่อนงานประมูลในฮ่องกงและเจนีวาในงาน  Bangkok Preview

Birkin รุ่นหายาก Nautilus Tiffany & Co. และงานจิวเวลรี่ชั้นสูงจากเมซงระดับตำนาน เปิดให้ชมแค่วันที่ 24...