เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านเรือนเวลา Blancpain รุ่นไอคอนิกที่ Revolution คัดสรรมาเพื่อคนที่คุณรัก

Date:

มอบของขวัญอันเปี่ยมความหมายด้วยเรือนเวลารุ่น Villeret Golden Hour และ Fifty Fathoms Automatique จาก Blancpain

ช่วงเวลาส่งท้ายที่เราอยากใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก และอยากมอบของขวัญแทนช่วงเวลาแห่งความสุขที่ในปีที่ผ่านมา จะมีอะไรดีไปกว่าเรือนเวลาที่คอยย้ำเตือนว่า ทุกวินาทีที่ดำเนินต่อไปในปีหน้าจะเป็นเวลาที่เดินต่อไปอย่างเที่ยงตรง และสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกันผ่านดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เราสองทั้งยังบ่งบอกว่าใจเราตรงกันเสมอ และ Blancpain ก็มีสิ่งที่เรามองหาสำหรับมอบเป็นของขวัญอันเปี่ยมความหมายในช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน  

Golden Moment: Villeret Golden Hour

ช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ฉาบท้องฟ้าเป็นสีทองเป็นช่วงเวลาที่เราอยากเก็บไว้ในความทรงจำตลอดกาล และจะดีสักแค่ไหนหากจะมีเรือนเวลาที่สามารถสื่อถึงช่วงเวลาอันงดงามได้ในทุกขณะ และ Villeret Golden Hour ก็คือเรือนเวลาที่มีคุณสมบัตินั้นอย่างครบถ้วน เพราะนี้คือเรือนเวลาที่แสดงถึงความล้ำเลิศในเชิงกลไกด้วยการบรรจุฟังก์ชันปฏิทินและ moon phase เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดผ่านดีไซน์อันงามสง่าและยังให้ความรู้สึกหรูหราเหมาะสมสำหรับวาระแห่งการเฉลิมฉลอง

ความทรงคุณค่าของคอลเลกชัน Villeret ยังเป็นมากกว่าความสมบูรณ์แบบในเชิงกลไก ดีไซน์ และฟังก์ชัน แต่ยังแสดงถึงการก้าวข้ามช่วงเวลาอันยากลำบากด้วยการพัฒนาความเป็นเลิศของตนเอง ย้อนกลับไปในปี 1983 ยุคที่วงการนาฬิกาจักรกลกำลังเผชิญหน้ากับช่วงวิกฤต การเลือกผลิตนาฬิกาฟังก์ชันเพียบพร้อมอย่างนาฬิกา complete calendar ที่มาพร้อมฟังก์ชัน moon phase ขนาดเล็กอยู่ร่วมกันนับเป็นการตัดสินใจที่ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลง แต่ยึดมั่นในความชำนาญของตัวเองอย่างแน่วแน่ และ Villeret ก็ทำได้สำเร็จ ด้วยการยืนหยัดในตัวตนทำให้เรือนเวลาคอลเลกชันนี้ยังคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง,มากว่า 4 ทศวรรษ 

จวบจนถึงปี 2025 คอลเลกชัน Villeret ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ถึงสามรุ่นภายใต้ชื่อ Villeret Golden Hour ซึ่งถูกปรับให้ร่วมสมัยในเชิงดีไซน์ด้วยขอบตัวเรือนที่บางลง แต่เม็ดมะยมขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น มาพร้อมขานาฬิกาดีไซน์ใหม่ ส่วนรุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชัน moon phase ก็มีการขยายหน้าต่างแสดงฟังก์ชันบอกข้างขึ้นข้างแรมให้ใหญ่ขึ้น ทำให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจน และอวดความงดงามของพระจันทร์ทองคำได้อย่างเต็มตา ในเชิงกลไกยังคงเสริมความปลอดภัยในการปรับตั้งค่าได้ทุกเมื่อโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกลไกภายใน และยังออกแบบให้ปรับตั้งค่าด้วยตัวเองได้โดยง่าย ความใส่ใจนี้ยังแสดงออกผ่านการออกแบบปุ่มปรับตั้งค่าที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นเพื่อให้เอื้อต่อการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์  

ตัวแทนช่วงเวลาอันทรงคุณค่าภายใต้ชื่อ Villeret Golden Hour  ที่ล้อกับรูปลักษณ์อันอบอุ่น มาในหลากหลายเวอร์ชันให้เลือกสรรตามความพึงพอใจ แต่สองโมเดลที่เราคิดว่า เหมาะสำหรับการเป็นตัวแทนช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองก็คือ Villeret Quantième Complet Phases de Lune 6654N 3646 55B สำหรับสุภาพบุรุษมาดเนี้ยบ และ Villeret Quantième Phases de Lune 6126N 2946 55B สำหรับสุภาพสตรีผู้หลงใหลในประกายเจิดจรัส ทั้งสองโมเดลโดดเด่นด้วยโทนสีเปล่งประกายความหรูหราอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน และฟังก์ชันครบถ้วนภายในตัวเรือนเพรียวบาง

โดย Villeret Quantième Complet Phases de Lune มาในตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัต ขนาด 40 มม. ความหนา 10.6 มม. จัดว่าเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะกับข้อมือของชายหนุ่ม และมีความบางที่กำลังดี การคุมโทนสีอบอุ่นทำได้กลมกล่อมทั้งตัวเรือนและหลักชั่วโมงที่ทำจากเรดโกลด์ 18 กะรัต บนหน้าปัดสีน้ำตาลทองที่ดูเปล่งปลั่ง ขับให้หน้าต่าง moon phase ที่ถูกขยายขนาดยิ่งดูโดดเด่น ความใส่ใจในรายละเอียดยังแสดงผ่านการคุมโทนสีเรดโกลด์บนพื้นหน้าต่างแสดงวันประจำสัปดาห์ที่ล้อกันกับวงแหวนแสดงวันที่ ด้านความเที่ยงตรงนั้นเราเชื่อมั่นในกลไกอินเฮ้าส์ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ Blancpain Manufacture Calibre 6654.4 ที่สามารถขับเคลื่อนฟังก์ชันปฏิทินฉบับสมบูรณ์ได้อย่างแม่นยำ พร้อมการสำรองพลังงานที่ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง 

สำหรับ Villeret Quantième Phases de Lune นั้นก็คือตัวเลือกที่ถูกต้องทุกประการสำหรับสุภาพสตรีที่ต้องการเติมความหรูหราในช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยประกายเปล่งปลั่งของตัวเรือนเรดโกลด์ 18K ขนาด 33.20 มม. พร้อมความหนา 10.40 มม. ที่จัดว่าเป็นนาฬิกาเพียบพร้อมฟังก์ชันที่มาในขนาดกะทัดรัด ประกายระยิบระยับจากเพชรล้อมรอบขอบหน้าปัดและประดับแทนหลักชั่วโมงช่วยเสริมให้ตัวเรือนเรดโกลด์ 18K หน้าปัดสีน้ำตาลทองยิ่งดูหรูหรา ขับเคลื่อนด้วยกลไก Blancpain Manufacture Calibre 913QL.P ที่เชื่อถือได้ในความเที่ยงตรง พร้อมสำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมง จัดว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเติมประกายเหนือข้อมือเพรียวบาง Villeret Golden Hour ทั้งสองโมเดลจึงเป็นตัวแทนแห่งช่วงเวลาอันตราตรึงที่เราอยากให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน 

Sporty Spirit: Fifty Fathoms Automatique

สำหรับช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นที่ได้ออกไปผจญภัยหรือสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ร่วมกัน เรือนเวลาที่เป็นตำนานแห่งการท่องโลกใต้บาดาลอย่าง Fifty Fathoms คือตัวเลือกที่พร้อมออกเดินทางสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ร่วมกัน ด้วยชื่อชั้นของ Fifty Fathoms เรือนเวลาที่รังสรรค์มาเพื่อนักดำน้ำโดยเฉพาะ ความทนทานเชื่อถือได้ของตัวเรือนที่กันน้ำได้ถึง 300 เมตร และดีไซน์ที่คงร่วมสมัยในทุกยุค Fifty Fathoms จึงเป็นตัวเลือกที่อยู่ในอันดับต้นๆ ในใจของเราเสมอมา 

และสำหรับปี 2025 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ Fifty Fathoms ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการรังสรรค์โมเดลสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจเราได้ตั้งแต่แรกเห็น และเมื่อได้พิจารณาถึงองค์ประกอบต่างๆ ของนาฬิการุ่นที่รังสรรค์มาเพื่อให้ผู้หญิงได้ดำดิ่งสู่โลกที่ยังไม่เคยถูกค้นพบ เราก็ยิ่งหลงรักและลงความเห็นว่า นี่คือนาฬิกาที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญเพื่อบ่งบอกว่าช่วงเวลาอันน่าตื่นตายังรอคอยเธออยู่ในอนาคต 

Fifty Fathoms Automatique สำหรับสุภาพสตรีมาตัวเรือนขนาด 38 มม. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของคอลเลกชันนี้ที่มาในขนาดตัวเรือนพอเหมาะสำหรับข้อมือเพรียวบาง ด้านรูปลักษณ์นั้นมาในรูปแบบที่เคารพในต้นฉบับดั้งเดิม โดยเฉพาะขอบหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดมหมุนได้ทิศทางเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ ทางเลือกวัสดุและสีสันที่เลือกใช้ดึงดูดใจผู้หญิง ซึ่งสุดท้ายแล้วเราก็ยังคงชื่นชอบในตัวเลือกที่คงความเท่ตลอดกาลอย่างรุ่น Smoky Black Dégradé ที่เลือกใช้โทนสีดำจับคู่กับตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัตได้อย่างเหมาะเจาะ

โดยรุ่น Smoky Black Dégradé โมเดลสีดำมาในตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัตขัดเงา พร้อมหน้าปัด mother-of-pearl สีดำไล่เฉดเหลือบประกายมุก และขอบตัวเรือนสีดำ ที่มาพร้อมตัวเลือกสายสามรูปแบบ ทั้งสายยางสีดำสไตล์ tropic สายผ้าใบสีดำ และสายผ้า NATO สีดำ พร้อมความสามารถในการกันน้ำลึก 300 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 1153 ที่สามารถสำรองพลังงานได้นาน 100 ชั่วโมง ทั้งยังเลือกใช้ซิลิคอนบาลานซ์สปริงที่ช่วยต้านแรงสนามแม่เหล็ก และเสริมความทนทานต่อแรงกระแทก 

ในเมื่อเรามีเรือนเวลาที่พร้อมพาสุภาพสตรีออกผจญภัยแล้ว เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษที่พร้อมท่องโลกไปด้วยกันย่อมเป็น Fifty Fathoms Automatique ที่มาในตัวเรือนเรดโกลด์ขนาด 42.3 มม. ตัดกับหน้าปัดสีดำซันเบิรสต์ที่มาพร้อมหน้าต่างแสดงวันที่และเข็มวินาทีแบบกวาด ซึ่งแน่นอนว่า ขอบตัวเรือนแบบหมุนทางเดียวเคลือบแซฟไฟร์อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชันยังคงอยู่เช่นเดิม เสริมสไตล์สปอร์ตด้วยสายนาฬิกายางและบานพับแบบพับได้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 1315 อันทรงพลังที่พร้อมสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 5 วัน มอบความสบายในยามสวมใส่และความสง่างามได้อย่างกลมกล่อม Fifty Fathoms จึงเป็นของขวัญที่เหมาะสำหรับเพื่อนร่วมทางที่พร้อมออกสำรวจโลกไปด้วยกัน

ทั้งหมดนี้คือตัวแทนช่วงเวลาแห่งความสุขหลากรูปแบบที่ Blancpain รังสรรค์มาเพื่อให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความหมาย และเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

สุนทรียะแห่งกาลเวลาใต้ผืนน้ำ เผยมิติใหม่ของนาฬิกาดำน้ำ Fifty Fathoms ที่รังสรรค์เพื่อเธอ

Blancpain ปีมะเส็ง 2025 พลิกเกมเหนือชั้นของวงการนาฬิกาสุดหรู

ย้อนตำนานสีม่วงแห่งกษัตริย์ Blancpain Ladybird Colors พลิกโฉมความหรูหราเหนือกาลเวลา

Share post:

More like this

Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต

Rado ตอกย้ำฉายา Master of Materials ด้วยการยกระดับไฮเทคเซรามิกสู่โครงสร้าง Monobloc ที่บางเบาและทนทาน ผสานงานดีไซน์หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

RAYE x Audemars Piguet เมื่ออิสระของดนตรีมาบรรจบกับงานฝีมือชั้นสูง

เมื่อ Audemars Piguet จับมือกับ RAYE ศิลปินสาวผู้ทรงอิทธิพลในฐานะ Friend of the Brand เป็นปีที่สอง ณ Montreux Jazz Festival 2026 นี่คือการพิสูจน์ว่า "เวลา" และ "ดนตรี" มีจุดร่วมเดียวกันคือความอิสระในการกำหนดเส้นทางของตัวเอง

Wrist Luck | April Edition: สาดความร้อน ผ่อนดวงตก ด้วย “นาฬิกาสีมงคล”

รับมือสภาวะ Mercury Retrograde และความร้อนระอุของเดือนเมษายนด้วย "นาฬิกาสีมงคล" Wrist Luck พาไปเจาะลึกตั้งแต่สีเขียวลด Burnout ไปจนถึงสีน้ำเงินช่วยการเจรจา เพื่อให้เข็มนาฬิกาของคุณหมุนไปในทิศทางที่ปังที่สุด

Nautilus กำลังจะครบ 50 ปี มาดูกันว่า Patek Philippe จะฉลองวาระนี้อย่างไร

เมื่อ Nautilus เดินทางมาถึงปีที่ 50 ในปี 2026 โจทย์ใหญ่ของ Thierry Stern ไม่ใช่แค่การออกนาฬิการุ่นใหม่ แต่คือการทวงคืนจิตวิญญาณของแบรนด์และการวางตำแหน่งหมากเกมนี้ให้เหนือกว่ากระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย