ขอแนะนำ Vulcain Monopusher Heritage Panda นาฬิกาจับเวลาจากยุค 1950 หน้าปัดสไตล์แพนด้าที่นักสะสมหลงรัก

Date:

เจาะลึกงานดีไซน์วินเทจจากยุค 50 ของ Vulcain กับกลไกไขลานที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกอย่างลงตัวกับ Monopusher Heritage Panda

สำหรับนักสะสมนาฬิกาในประเทศไทยชื่อของ Vulcain อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่ในประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิสแบรนด์นี้คือยักษ์ใหญ่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1858 ณ เมืองเลอโลคัล ขอเล่าย้อนกลับไปยังประวัติที่มาของแบรนด์ ซึ่งเคยสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาปลุกเรือนแรกของโลกอย่างรุ่น Cricket ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากเหล่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลายท่านจนได้รับฉายาว่านาฬิกาของประธานาธิบดี แต่นอกเหนือจากระบบปลุกที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาที่มีความประณีตสูงมาตั้งแต่อดีต

ตำนานเหนือกาลเวลา มรดก Presidents’ Chronograph แห่งยุค 1950s

เรื่องราวของสองตำนาน Real Madrid และ Vulcain เมื่อแบรนด์จาก Le Locle มองเห็นพลังของฟุตบอลตั้งแต่ทศวรรษ 1930 และสร้างสายสัมพันธ์กับสเปนผ่าน André Didixien Ditisheim อดีตนักเตะของ Madrid FC ผู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสร

ปี 1934 Vulcain ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ Real Madrid และมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในศึก Spanish Cup ตอกย้ำความแม่นยำที่กลายเป็นตำนานของ Vulcain Chronograph

เพื่อยกย่องประวัติศาสตร์กีฬาระดับตำนาน Vulcain Manufacture แห่ง Le Locle จึงนำ Chronograph Heritage จากยุค 1950s กลับมาตีความใหม่อีกครั้ง ภายใต้ชื่อ Monopusher พร้อมตัวเรือนขนาดกะทัดรัด 39 มม. วางจำหน่าย 3 เวอร์ชัน โดยมีรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเพียงเวอร์ชันละ 50 เรือน

งานดีไซน์ยังคงซื่อสัตย์ต่อหน้าปัดดั้งเดิม ทั้งตัวเลขและหลักชั่วโมงที่ถอดแบบจากเรือนต้นฉบับ ใต้โลโก้ Vulcain ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ปรากฏคำว่า Chronomètre พร้อมสเกล Pulsometer ควบคู่สเกลนาที และคำกำกับ Graduated for 30 pulsations ตามต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส

ความเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งเดียวคือกลไกภายใน ซึ่งอัปเกรดเป็น SELLITA SW 510 แบบไขลาน มอบประสิทธิภาพที่ทันสมัยโดยยังคงจิตวิญญาณคลาสสิกไว้อย่างครบถ้วน

แหล่งกำเนิดการผลิต

โรงงานผลิตนาฬิกา Vulcain เป็นที่รู้จักในด้านนาฬิการุ่นไอคอนิกและกลไกการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ และมีชื่อเสียงโดดเด่นในโลกแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูง บริษัทแห่งนี้ดำเนินกิจการผลิตนาฬิกาคุณภาพเยี่ยมมาตั้งแต่ปี 1858 และปัจจุบันตั้งอยู่ในคฤหาสน์ในเมืองเลอ โลคล์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของการผลิตนาฬิกาสวิส

ด้วยประวัติศาสตร์และนวัตกรรมยาวนานกว่า 150 ปี Vulcain ยังคงสืบสานมรดกดั้งเดิมและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวอย่างต่อเนื่อง โรงงานผลิตมีบทบาทโดดเด่นบนเวทีนาฬิกานานาชาติ จากการสร้างสรรค์เรือนเวลาจักรกลคุณภาพสูงที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานเอง

Vulcain ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขา Neuchâtel แหล่งกำเนิดแห่งการทำนาฬิกาสวิสมาโดยตลอด ปัจจุบันแบรนด์พำนักอยู่ในคฤหาสน์ส่วนตัว ณ เมือง Le Locle พร้อมเดินหน้าสืบทอดขนบการทำนาฬิกาชั้นสูงที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของแบรนด์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Vulcain Monopusher Heritage Panda

สำหรับ Monopusher Heritage Panda ก็คือการหยิบยกมรดกอันล้ำค่าจากปี 1951 มาปัดฝุ่นใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ความโดดเด่นที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้แตกต่างจากนาฬิกาจับเวลาทั่วไปคือระบบปุ่มเดียวที่ใช้ควบคุมทั้งการเริ่มจับเวลา การหยุด และการรีเซ็ตค่ากลับไปที่ศูนย์ ซึ่งระบบนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความซับซ้อนของกลไก และความคลาสสิกของนาฬิกาจับเวลาในยุคทองที่เน้นความสะอาดตาของตัวเรือน โดยไม่มีปุ่มกดส่วนเกินมาบดบังเส้นสายที่โค้งมน

ดีไซน์หน้าปัดแบบแพนด้าที่ใช้พื้นสีเงินสว่างตัดกับวงจับเวลาสีดำสองวงเป็นรูปแบบที่นักสะสมทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหน้าปัดที่สวยงามและอ่านค่าได้ง่ายที่สุด (มักคุ้นเคยและขนานนามว่าหน้าปัดแพนด้า) เมื่อผสมผสานเข้ากับกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่ยังคงความแข็งแกร่งทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มิลลิเมตรถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่พอดีกับข้อมือทุกขนาดซึ่งเป็นขนาดที่นิยมมากในกลุ่มนาฬิกาวินเทจระดับสูง

หัวใจสำคัญที่ทำให้นักสะสมหลงรักคือกลไกไขลานด้วยมือที่ให้ความรู้สึกดั้งเดิมในทุกครั้งที่ใช้งาน การหมุนเม็ดมะยมเพื่อสำรองพลังงานที่ไม่ใช่แค่การทำงานของเครื่องจักรเท่านั้น เพราะนี่คือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สวมใส่และเรือนเวลา Vulcain Monopusher Heritage Panda เรือนนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องบอกเวลาที่เป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์สวิส ที่พร้อมจะบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จผ่านกาลเวลากว่า 160 ปีให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Vulcain Monopusher Heritage Panda
  • ตัวเรือน: Stainless Steel 316L ขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 12.8 มิลลิเมตร
  • กระจก: แซฟไฟร์ทรงโดมเคลือบสารกันสะท้อน
  • หน้าปัด: สีเงินสว่าง มาพร้อมวงหน้าปัดย่อยจับเวลาสีดำสไตล์แพนด้า
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลาและระบบจับเวลาปุ่มเดียว (Monopusher)
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือรหัส MHM M01 สำรองพลังงาน 63 ชั่วโมง
  • การกันน้ำ: 50 เมตร

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Slim d’Hermès Quantième Perpétuel ศิลปะแห่งการหวนคืนสู่พื้นฐานด้วยเส้นสายเพรียวบางและความซับซ้อนเชิงเทคนิค
LVMH Watch Week 2026: ศิลปะแห่งความเชี่ยวชาญสไตล์โรมันของ Bulgari
Jaquet Droz Petite Heure Minute “Japanese Garden” เมื่อความสงบของสวนญี่ปุ่นถูกรังสรรค์ผ่านหัตถศิลป์เปลือกหอยมุกชั้นสูง

Share post:

More like this

Louis Moinet Tourbillon Puzzle Fire Horse ศิลปะแห่งเวลาที่หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งอาชา

Louis Moinet Tourbillon Puzzle Fire Horse นาฬิกากลไกทูร์บิญองระดับมาสเตอร์พีซที่นำเทคนิคการวาดภาพขนาดจิ๋วมาสร้างสรรค์เป็นลายม้าไฟบนหน้าปัดสไตล์พัซเซิล ผลิตเพียงเรือนเดียวในโลก

Seiko 5 Sports x POORBOY Limited Edition จิตวิญญาณสตรีทอาร์ตบนเรือนเวลาสไตล์อาร์ตทอย

เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษจากการร่วมมือของไซโกและศิลปิน ต้น เกษมวิทย์ กับนาฬิกาแนวสตรีทอาร์ตที่มาในรูปแบบกล่องสะสมอาร์ตทอย

Raymond Weil Toccata Heritage x seconde-seconde บทเรียนแสบๆ ว่าด้วยกฎกติกาของนาฬิกาเดรส

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแบรนด์นาฬิกาสวิสสุดคลาสสิกมาเจอกับศิลปินสายกวน สัมผัส Raymond Weil Toccata Heritage x seconde-seconde- นาฬิกาเดรสที่กล้าชูใบเหลืองให้กับกฎระเบียบเดิมๆ ของโลกนาฬิกา มาพร้อมดีไซน์สี่เหลี่ยมสุดหรูและลูกเล่นที่ต้องยิ้มทุกครั้งที่มอง

Luminox MIL-SPEC Thailand Limited Edition เมื่อความแกร่งระดับกองทัพผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของสามพันโบก

สัมผัสความแกร่งระดับ MIL-SPEC ของ Luminox รุ่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก สามพันโบก ความงามของลุ่มน้ำโขงที่ถูกถ่ายทอดลงบนตัวเรือน CARBONOX™+ และขอบหน้าปัดไทเทเนียม ผลิตจำกัดเพียง 200 เรือนในไทย