TAG Heuer ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ต พร้อมอัปเดต Carrera รุ่นใหม่ ดีไซน์ที่รวมฟังก์ชั่นล้ำสมัยและการสวมใส่ที่ลงตัว
ปี 2025 กับการกลับมาอีกครั้งในฐานะ Official Timekeeper ของ Formula 1 พร้อมเปิดตัวคอลเลกชัน Carrera รุ่นใหม่ที่ผสานความเร็วและสไตล์อย่างลงตัว
เป็นที่รู้กันดีว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงอยู่ในเส้นทางแห่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการเติมเต็มคอลเลกชัน Carrera ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และในปี 2025 ท่ามกลางการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะ Official Timekeeper ของ Formula 1 แบรนด์ก็ยังไม่ลดความแรงลง
แบรนด์เดินหน้าขยายคอลเลกชัน Carrera รุ่นใหม่ต้อนรับการกลับสู่วงการแข่งรถครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสองคอลเลกชันไอคอนิกอย่าง Formula 1 และ Carrera ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น (บอกเลยว่าเล่นครั้งนี้ตั้งใจสุด ๆ)



ที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ TAG Heuer Formula 1 Chronographs ตัวใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่านี่คือการประกาศศักดาแห่งความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตในอนาคต ด้วยตัวเรือนขนาด 44 มม. ที่ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 2 มาพร้อมตัวเลือกถึง 5 สี
โดยมีทั้งแบบตัวเรือนทรายขัดเงาหรือเคลือบ DLC สีดำ ดีไซน์อื่น ๆ ที่โดดเด่นยังรวมถึงขอบตัวเรือน Tachymeter อะลูมิเนียมเคลือบ DLC และลูกเล่นสีสันสดใสที่เติมเต็มให้ตัวนาฬิกาดูสะดุดตาในทุกมุมมอง
และต้องยอมรับว่าหนึ่งในเรือนเวลาที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ TAG Heuer Formula 1 Chronograph x Oracle Red Bull Racing รุ่นพิเศษที่สะท้อนความร่วมมืออันยาวนานนับตั้งแต่ปี 2016 และถือเป็นการร่วมมือครั้งที่ 8 แล้ว
ซึ่งถ้าพูดถึงความพิเศษของรุ่นนี้คือการใช้โทนสีและดีเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทีมแข่งระดับตำนาน เช่น หน้าปัดสีน้ำเงินโอปาลีนลวดลายตารางหมากรุก พร้อมฝาหลังที่เข้ากันอย่างลงตัว แต่สิ่งที่เจ๋งกว่านั้น คือนาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมขอบตัวเรือนทาคีมิเตอร์ที่ทำจากวัสดุคาร์บอนฟอร์จ เสริมความล้ำสมัยที่ผสมผสานเทคโนโลยีแห่งโลกแห่งความเร็วเข้ากับศิลปะแห่งเรือนเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
*คาร์บอนฟอร์จ (forged carbon) ซึ่งเป็นวัสดุขั้นสูงที่เกิดจากการนำเส้นใยคาร์บอน (carbon fiber) มาผสมกับเรซิน แล้วผ่านกระบวนการหล่อและบีบอัดด้วยความร้อนและแรงดันสูง เพื่อให้ได้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน และมีน้ำหนักเบา พร้อมลวดลายเฉพาะตัวที่ดูหรูหราและล้ำสมัย


TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche Rallye
จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่คอลเลกชัน Formula 1 เท่านั้นนะที่สะท้อนถึง DNA มอเตอร์สปอร์ตของ TAG Heuer แต่ครั้งนี้เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานและประวัติศาสตร์อันน่าจดจำของ TAG Heuer จึงได้เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ Carrera Chronosprint x Porsche Rallye
โดยมีให้เลือกในรุ่นสแตนเลสสตีลที่ผลิตเพียง 911 เรือน และรุ่นทองคำ 18K ผลิตเพียง 11 เรือนเท่านั้น ตัวเรือนมาพร้อมกล่องสีแดงเคลือบแลคเกอร์สุดหรู และไฮไลต์พิเศษคือ โมเดลรถ Porsche 911 “147” สเกล 1:43 ซึ่งเป็นตำนานที่เคยคว้าชัยในรายการ Monte Carlo Rally ปี 1965 มาแล้ว


ทั้งสองเรือนมีหน้าปัดสีดำที่ประดับด้วยประกายระยิบระยับ เสริมด้วยรายละเอียดสีแดงที่สะท้อนถึงความสำเร็จในฐานะจ้าวแห่งความเร็ว ตัวเลขซีดจางและจุดเรืองแสงโดดเด่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาหน้าปัดแดชบอร์ดที่ Heuer เคยผลิตในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ด้านหลังฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์เผยให้เห็นกลไก Calibre TH20-08 Automatic แบบเต็มรูปแบบ โดยโรเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากพวงมาลัยของ Porsche เป็นจุดเด่น กระจก Glassbox โดมช่วยเน้นการแสดงเวลาทั้ง 60 นาที พร้อมโลโก้ “PORSCHE” ที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกา ทำให้เรือนเวลานี้ดูมีเอกลักษณ์และสมบูรณ์แบบ
สองเรือนนี้ยังคงสืบทอดตำนานของการสปรินต์ที่ยิ่งใหญ่ของ Porsche 911 “147” ที่ทำ 0-100 กม./ชม. ในเวลาอันรวดเร็ว (สำหรับยุคนั้น) เพียง 9.1 วินาที ซึ่งนั่นทำให้กลไก TH20-80 ถูกออกแบบมาเพื่อจับเวลาช่วงแรก 15 วินาทีจากการนับ 60 วินาทีได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรงเสมือนคลิกเดียว
เส้นสีแดงที่ด้านขวาของหน้าปัดบ่งบอกถึงเวลา 9.1 วินาทีอย่างชัดเจน และเมื่อเกิน 15 วินาทีไปแล้ว เข็มจับเวลาจะช้าลงเพื่อจับช่วงเวลาที่เหลือจนกว่าจะครบ 1 นาที ความล้ำหน้าที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากความอัจฉริยะของ Carole Forestier-Kasapi ผู้อำนวยการฝ่ายกลไกของ TAG Heuer

ตั้งแต่เข้าร่วมงานกับ TAG Heuer เมื่อ 5 ปีก่อน Forestier-Kasapi ได้มุ่งเน้นพัฒนาเครื่องกลไกที่ใหม่ แข็งแกร่ง และแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งและความสามารถของ TAG Heuer ในวงการนาฬิกาหรู “กลยุทธ์ของเรา คือการทำให้แบรนด์มีคอลเลกชันเครื่องกลไกที่มีคุณภาพและความทนทานสูงขึ้น…
นี่คือเหตุผลที่เราตัดสินใจพัฒนาเครื่องกลไก Heuer 02 รุ่นใหม่อย่าง TH20 ด้วยระบบอัตโนมัติที่มีคุณภาพสูงกว่าและทนทานกว่าเดิม” Forestier-Kasapi ได้เคยกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์กับ Revolution เมื่อไม่นานมานี้
และวันนี้ด้วยการเปิดตัว Chronosprint รุ่นใหม่ 2 รุ่น TAG Heuer ยิ่งแสดงให้เห็นถึง Passion (แพชชั่น) ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต โดยผสานทั้งฟังก์ชันและมรดกของแบรนด์เข้าไปในหัวใจของทุกเรือนเวลาอย่างตั้งใจ
TAG Heuer Carrera Chronograph กับหน้าปัดม่วงควัน
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าแบรนด์นั้นยังคงเดินหน้าสานต่อความนิยมของดีไซน์ Glassbox อย่างสวยงาม ด้วยการเพิ่ม Carrera Chronograph ใหม่สองเรือนในคอลเลกชันนี้ หน้าปัดสีม่วงสะท้อนแสง Sunray ที่เปลี่ยนสีไปเป็นดำสนิทบริเวณขอบวงนาฬิกา 60 นาที ทำให้ดูมีมิติและลึกลับ
เมื่อมองผ่านฝาหลังจะเห็นการทำงานอันยอดเยี่ยมของกลไก Caliber TG20-00 automatic column wheel chronograph movement ที่ถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ขนาด 39 มม. สร้างความลงตัวระหว่างความคลาสสิกและสัดส่วนที่ทันสมัยอย่างลงตัว


การเพิ่มหน้าปัดสีม่วงโดดเด่นนี้เข้าไปในคอลเลกชันที่กลายเป็นตำนานในทันที ถือเป็นการอัปเดตที่ยอดเยี่ยม แต่แน่นอนว่า TAG Heuer ยังคงมีเซอร์ไพรส์มากกว่านั้นให้เราเห็น โดยนอกจากรุ่นผลิตปกติแล้ว
ยังมีรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มาพร้อมกับทูร์บิยองสุดตระการตาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ด้วยขนาด 42 มม. ตัวเรือนดูสมส่วนกับความซับซ้อนของทูร์บิยองที่ตั้งโชว์อย่างลงตัว เสริมด้วยหลักชั่วโมงที่ขัดเงาด้วยเพชรที่ล้อมรอบหน้าปัดสีม่วงมืดได้อย่างพอดี TAG Heuer Carrera Chronograph Tourbillon และจะผลิตเพียงแค่ 200 เรือนเท่านั้น
แต่เพื่อไม่ให้โลกเข้าใจผิดว่า TAG Heuer ใจจดใจจ่ออยู่กับแค่เรื่องมอเตอร์สปอร์ตจนเกินไป คอลเลกชัน Carrera Chronograph ก็ยังได้เพิ่มชิ้นใหม่ ๆ ที่มาในลุคหรูหราและมีประกายระยิบระยับ มาพร้อมหน้าปัดให้เลือกทั้งสีชมพูพาสเทลอ่อนละมุน หรือสีน้ำเงินเมทัลลิกเข้มที่ตกแต่งด้วยลายแปรงวงกลมทั้งสองเรือน ประดับด้วยเพชรขาว 72 เม็ดรอบกรอบหน้าปัดอย่างงดงาม
พร้อมทั้งบอกเวลาทุกชั่วโมง (ยกเว้นตำแหน่ง 6 นาฬิกาที่เป็นช่องแสดงวันที่) เรือนเวลาทั้งสองมีสายหนังลูกวัว (calf-skin) สีเดียวกับตัวเรือน และฝาปิดสเตนเลสที่ได้รับการขัดเงาอย่างละเอียด
พบกับความเรียบหรูที่ลงตัวสำหรับทุกวัน TAG Heuer Carrera Date
เติมเต็มความหรูหราและสปอร์ตในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วย Carrera Date รุ่นใหม่ในเฉดสีพาสเทล มาในขนาด 36 มม. ตัวเรือนสเตนเลสสตีล พร้อมหน้าปัดพาสเทลที่เลือกได้ทั้งสีม่วงอ่อนที่ผ่านการขัดแบบซันเรย์ หรือสีชมพูพาวเดอร์อ่อน ๆ เข้ากับเข็มนาฬิกาผิวโรเดียมและโลโก้ TAG Heuer ที่ลงตัว
พร้อมด้วยเพชร 11 เม็ดที่ประดับอยู่บนดัชนีโรเดียมที่มีการติดตั้งอย่างประณีต เครื่องยนต์ Calibre 7 อัตโนมัติที่ตกแต่งอย่างประณีตสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแบบ exhibition caseback


การอัพเดทดีไซน์จากปี 2023 ยังคงโดดเด่นกับตัวเรือนขนาด 36 มม. ที่มีความหนาเพียง 10.26 มม. ทำให้สวมใส่สบายอย่างไร้กังวล โดยเฉพาะการปรับปรุงที่ข้อมือกับสาย Carrera H ที่มีความเงางามและดีไซน์เรียวสวย ทำให้ทั้งการสวมใส่และการจับคู่ลุคต่างๆ เป็นเรื่องง่ายและสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย
รุ่น TAG Heuer Carrera Date
- กลไก: Calibre 7 ระบบอัตโนมัติ ขึ้นลานอัตโนมัติด้วยพลังงานสำรอง 56 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที / วินาทีกลาง / วันที่
- ตัวเรือน: ขนาด 36 มม. (หนา 10.26 มม.) / สแตนเลสสตีล / กันน้ำที่ 50 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัดลายซิ้งค์สีลาเวนเดอร์หรือสีพาวเดอร์พิงค์แบบซันเรย์ / ดัชนีเคลือบโรเดียมประดับเพชร
- สาย: สายข้อมือสแตนเลสสตีลรูปตัว H ขัดลายพร้อมตัวล็อกพับ



สำหรับ TAG Heuer Carrera Chronosprint × Porsche Rallye
- กลไก: Calibre TH20-08 แบบขึ้นลานอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง
- ฟังก์ชั่น: ชั่วโมงและนาที วินาทีเล็ก Chronosprint โครโนกราฟ วันที่
- ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. (หนา 14.9 มม.) สแตนเลสสตีลหรือทองคำ 18K 3N สีเหลือง กันน้ำได้ลึกถึง 100 ม.
- หน้าปัด: หน้าปัดสีดำมันวาว
- สาย: สายสแตนเลสสตีลพร้อมตัวล็อคพับ สายหนังลูกวัวสีดำเจาะรูเสริม สายหนังลูกวัวสีดำเจาะรูพร้อมหัวเข็มขัดทองคำสีเหลือง สายหนังลูกวัวสีเทาอ่อนเจาะรูเสริม
- จำนวนที่ผลิต: จำกัดเพียง 911 เรือน (สแตนเลส) และ 11 เรือน (yellow gold)


ถัดมาเป็น TAG Heuer Carrera Chronograph
- กลไก: Caliber TH20-00 แบบไขลานอัตโนมัติ / พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที / วินาทีเล็ก / โครโนกราฟ / วันที่
- ตัวเรือน: ขนาด 39 มม. (หนา 13.86 มม.) / สแตนเลสสตีล / กันน้ำลึกถึง 100 ม.
- หน้าปัด: หน้าปัดสีม่วงอ่อนผิวซันเรย์
- สาย: หนังลูกวัวสีดำเจาะรูพร้อมขอบสีม่วงที่ขาโลหะพับ
- จำนวนที่ผลิต: จำกัดเพียง 200 เรือน


ต่อด้วย TAG Heuer Carrera Chronograph Tourbillon
- กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Caliber TH20-09 พร้อมสำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที / วินาทีย่อย / โครโนกราฟ / ทูร์บียอง
- ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. (หนา 14.33 มม.) / สเตนเลสสตีล / กันน้ำที่ระดับ 100 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัดสีม่วงรมควัน เคลือบแสงแบบซันเรย์
- สาย: สายหนังลูกวัวเจาะรูสีดำ เคลือบขอบสีม่วง พร้อมตัวล็อคพับสเตนเลส
- จำนวนที่ผลิต: ผลิตจำนวนจำกัด 200 เรือน


ตามมาด้วย Formula 1 Chronograph × Oracle Red Bull Racing
- กลไก: Caliber 16 แบบไขลานอัตโนมัติ; สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
- ฟังก์ชั่น: ชั่วโมงและนาที / วินาทีเล็ก / โครโนกราฟ / วันที่
- ตัวเรือน: ขนาด 44 มม. (หนา 14.1 มม.) / ไทเทเนียมเกรด-2 แบบทรายขัด / กันน้ำลึกถึง 200 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัด Blue Opaline Checkered พร้อมลวดลายเคลือบสีที่โดดเด่น
- สาย: สายยางสีน้ำเงินพร้อมหัวเข็มขัดสเตนเลส




และรุ่น TAG Heuer Formula 1 Chronograph
- กลไก: ไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 16 สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที วินาทีเล็ก โครโนกราฟ วันที่
- ตัวเรือน: 44 มม. (หนา 14.1 มม.) ไททาเนียม DLC เกรด 2 สีดำหรือไททาเนียม DLC เกรด 2 พ่นทราย ทนน้ำได้ 200 ม.
- หน้าปัด: หน้าปัดโอพาลินสีดำพร้อมรายละเอียดเคลือบแล็กเกอร์สี (สีเขียวมะนาว/น้ำเงิน/แดง)
- สาย: สายยางสีดำพร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุดเหล็ก


รวมไปถึง Carrera Chronograph Precious
- กลไก:ไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ TH20-00 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน:ชั่วโมงและนาที วินาทีเล็ก โครโนกราฟ วันที่
- ตัวเรือน: 39 มม. (หนา 13.86 มม.) สแตนเลสสตีล ทนน้ำได้ 100 ม.
- หน้าปัด: หน้าปัดสีชมพูอ่อนหรือสีน้ำเงินแบบขัดเงา ขอบและเครื่องหมายบอกชั่วโมงประดับเพชร
- สาย: สายหนังวัวสีชมพูอ่อนมุกหรือหนังจระเข้สีน้ำเงิน ตัวล็อคแบบพับเหล็ก
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

