Oris at Watches & Wonders 2025: จุดมุ่งหมายยังคงเดิมคือ ทำให้นาฬิกายังคงมีรอยยิ้ม
WORDS Troy Barmore
สำหรับ Oris แล้ว ปี 2025 นี้นับเป็นปีที่ยอดเยี่ยมอีกปีหนึ่ง แม้ว่าวงการนาฬิกาจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายก็ตาม ปีนี้ของ Oiris เริ่มต้นด้วย ProPilot X Miss Piggy Edition ในเดือนมกราคม และตามมาติด ๆ กับ Divers Sixty-Five 60th Anniversary Edition สองเรือนเวลาที่สะท้อนประวัติศาสตร์ 60 ปีของ Oris ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นยุคแห่งความสนุกสนานอย่างแท้จริง
Oris ได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการรีเฟรชใหม่โดยมีแนวคิดหลักเพียงข้อเดียวคือ นาฬิกาของพวกเขาต้องผลิตอย่างประณีต มีรายละเอียดที่ซับซ้อน และมอบความคุ้มค่าให้กับผู้สวมใส่
แต่เหนือสิ่งอื่นใด นาฬิกาของ Oris ควรทำให้ผู้คนรู้สึกยิ้มได้ และนี่คือสิ่งที่คอลเลกชัน Watches & Wonders 2025 ของพวกเขาต้องการสื่อถึงทุกคน
Oris Big Crown Pointer Date 40mm
Oris Pointer Date เป็นนาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและต่อเนื่องมาเกือบศตวรรษ จุดเด่นของมันคือความชัดเจนของตัวเลขบนหน้าปัดและเข็มชี้วันที่ที่มองเห็น และอ่านค่าเวลาได้ง่าย ร่วมกับเม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้มันถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะนาฬิกาสำหรับนักบินที่ใช้งานได้จริงและตรงไปตรงมา แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันได้พัฒนาไปมากจนกลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันหลักของแบรนด์


ในปีนี้ Oris ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ที่เพิ่มชีวิตชีวาให้กับนาฬิการุ่นคลาสสิกนี้ โดยใช้กลไก Calibre 403 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง มาพร้อมกับพลังงานสำรองถึง 5 วัน และมีช่วงเวลาการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 10 ปี พร้อมการรับประกันที่ยาวนานขึ้นเช่นกัน
รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับตัวเลือกหน้าปัดใหม่ที่สวยงามถึงสองสี ได้แก่ เขียวมอส และ สีเทอร์ราคอตต้า ซึ่งทั้งสองเวอร์ชันสามารถเลือกจับคู่ได้กับสายหนังกวาง Cervo Volante พร้อมตัวล็อกพับ หรือสายโลหะ H-link รุ่นใหม่ ที่มีข้อตรงกลางขัดเงาและตัวล็อกแบบปีกผีเสื้อที่ออกแบบใหม่


นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่ใช้กลไก Calibre 754 อีก 3 รุ่น ที่เปิดตัวในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยมีสีสันสดใสและสอดคล้องกับคอนเซ็ปความสนุกสนาน ได้แก่ เหลืองสดใส ฟ้าอะความารีน และม่วงไลแลค ซึ่งเหมาะเจาะกับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังมาถึง

ข้อมูลทางเทคนิค
Big Crown Pointer Date Calibre 403
กลไก: Oris Calibre 403 ระบบไขลานอัตโนมัติ ป้องกันสนามแม่เหล็ก
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาทีขนาดเล็กพร้อมระบบหยุดวินาที เข็มชี้วันที่ สำรองพลังงาน 120 ชั่วโมง
ตัวเรือน: สแตนเลสสตีลขนาด 40 มม. ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ กันน้ำลึก 50 เมตร
หน้าปัด: สีเขียวมอส หรือ เทอร์ราคอตต้า พร้อมตัวเลขเคลือบสารเรืองแสง
สายนาฬิกา: สายหนังกวาง Cervo Volante พร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุด หรือ สายโลหะ H-link สแตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกปีกผีเสื้อ
ข้อมูลทางเทคนิค
Big Crown Pointer Date
กลไก: Oris Calibre 754 ระบบไขลานอัตโนมัติ
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาทีขนาดเล็กพร้อมระบบหยุดวินาที เข็มชี้วันที่ สำรองพลังงาน 41 ชั่วโมง
ตัวเรือน: สแตนเลสสตีลขนาด 40 มม. ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ กันน้ำลึก 50 เมตร
หน้าปัด: สีเหลือง ฟ้า หรือ ม่วงไลแลค พร้อมตัวเลขเคลือบสารเรืองแสง
สายนาฬิกา: สายโลหะสแตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกแบบพับลงชื่อ Oris
Oris Big Crown 34mm
ความพิเศษของปีนี้ยังไม่จบเพียงเท่านั้น! คอลเลกชัน Big Crown ต้อนรับสมาชิกใหม่ในขนาดที่เล็กลง ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 34 มม. รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับกลไก Oris Calibre 531 ซึ่งมอบพลังงานสำรองที่ยาวนานสูงสุดถึง 42 ชั่วโมง และทั้งสองเวอร์ชันมาพร้อมกับสายโลหะสเตนเลสสตีลแบบพับล็อกอย่างแน่นหนา

นาฬิกาในรุ่นใหม่นี้มีให้เลือกสองแบบ ได้แก่ หน้าปัดสีน้ำตาลดินเผาที่มีพื้นผิวชนิดพิเศษ พร้อมหลักชั่วโมงแบบพิมพ์คมชัด และเข็มแบบโปร่งบาง ส่วนอีกเวอร์ชันมาพร้อมหน้าปัดสีดำสุดหรูที่ประดับด้วยหลักชั่วโมงเพชรบาแก็ตต์แบบ lab-grown จำนวน 12 เม็ด

เช่นเดียวกับ Miss Piggy Edition ที่มีเพชร lab-grown ประดับที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา นาฬิการุ่นนี้ยังคงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Oris ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเลือกใช้เพชรที่ปลูกในห้องปฏิบัติการแทนการทำเหมือง

ข้อมูลทางเทคนิค
Oris Big Crown
กลไก: Oris Calibre 531 ระบบไขลานอัตโนมัติ
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที, สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลขนาด 34 มม.
หน้าปัด: สีน้ำตาลดินเผาพื้นผิวแบบพิเศษ หรือ สีดำพร้อมหลักชั่วโมงเพชรบาแก็ตต์ lab-grown 12 เม็ด
สายนาฬิกา: สายโลหะสเตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกแบบพับลงชื่อ Oris
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ / ที่มา: RevolutionWatch


