ทำความรู้จัก NOMOS Glashütte นาฬิกาดีไซน์มินิมัลจากเยอรมนี เรียบง่าย แต่เชื่อถือได้ในความเที่ยงตรง

Date:

หนึ่งในนาฬิกาดีไซน์เรียบง่ายที่ Revolution อยากแนะนำให้เป็นนาฬิกาเรือนแรกของปี 2026

เริ่มต้นเดือนแรกของปีที่หลายคนยังมึนงงกับข้อมูลมากมายที่หลั่งไหลขึ้นมาบนหน้าฟีด เราจึงอยากจะ reset สมองให้เข้าสู่โหมดพร้อมทำงานในแบบของเรา นั่นก็คือการมองหานาฬิกาหน้าตาสะอาด ฟังก์ชันไม่ต้องซับซ้อน แค่บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงบนหน้าปัดสีเรียบๆ เส้นสายบอกค่าต่างๆ ดูคลีน อ่านค่าง่าย และเราก็ได้ค้นพบว่า แบรนด์นาฬิกาจากเมืองกลาชุตเตอ ประเทศเยอรมนี อย่าง NOMOS Glashütte นี่แหละคือสิ่งที่เราตามหา วันนี้จึงขอพามาทำความรู้จักแบรนด์ NOMOS Glashütte ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น 

จุดกำเนิดในยุค 90s

แบรนด์นาฬิกาสัญชาติเยอรมันแบรนด์นี้อาจจะไม่ได้สั่งสม legacy มายาวนานนับศตวรรษ แต่เรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์นาฬิกาที่ก่อตั้งโดย Roland Schwertner ชาวเยอรมันผู้เติบโตมาในครอบครัวที่อยู่ในแถบเทือกเขาโอเรนั้นแฝงไว้ด้วยสัญลักษณ์ในเชิงประวัติศาสตร์ ด้วยความที่เขาก่อตั้งแบรนด์นาฬิกา NOMOS Glashütte ขึ้นในปี 1990 และตรงกับช่วงเวลาที่กำแพงเบอร์ลินเพิ่งถูกทลายลงเพียงไม่กี่สัปดาห์ การถือกำเนิดของแบรนด์นาฬิกาจากลาสชุตเตอแบรนด์นี้จึงเป็นสัญลักษณ์ในการทลายกรอบจำกัดเดิมๆ ก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อันน่าตื่นเต้น 

Schwertner เลือกก้าวแรกในการก่อตั้งแบรนด์นาฬิกายุคสมัยใหม่ในเมืองกลาชุตเตอ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของงานช่างผลิตนาฬิกาสัญชาติเยอรมันนั่นเอง โดยยึดมั่นในคุณภาพอันเหนือชั้น การผสมผสานงานช่างฝีมือเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว และอีกหนึ่งหลักการส่วนตัวก็คือ นาฬิกาของ NOMOS ต้องเป็นนาฬิกาที่เขาและเพื่อนๆ ชื่นชอบ คอลเลกชันแรกของ NOMOS Glashütte เปิดตัวในปี 1992 ประกอบด้วยนาฬิกาไขลานทำจากวัสดุสเตนเลส 6 รุ่นด้วยกัน ซึ่งการเลือกใช้วัสดุสเตนเลสเป็นความตั้งใจในการสร้างนาฬิกาจักรกลดีไซน์ร่วมสมัย ที่เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และวางจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้  

อาคารที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่เรียกว่า ‘สถานีรถไฟ’ หรือ ‘Bahnhof’ ในภาษาเยอรมัน

ความไม่เหมือนใครของ NOMOS Glashütte ยังอยู่ที่อาคารที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่เรียกว่า ‘สถานีรถไฟ’ (หรือ ‘Bahnhof’ ในภาษาเยอรมัน) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นที่ตั้งของฝ่ายบริหารระดับสูง ฝ่ายธุรการ รวมถึงแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายขาย โลจิสติกส์ และฝ่ายบริการหลังการขาย และที่น่าสนใจคือ สถานีรถไฟแห่งนี้ยังคงให้บริการตามปกติอีกด้วย โดยภายในสำนักงานใหญ่ยังมีห้องประชุมกระจกที่ต่อเติมขึ้นใหม่เพื่อให้สามารถชมวิวรถไฟแล่นผ่านไปมาได้ขณะกำลังระดมไอเดียเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันนาฬิกาใหม่ๆ อีกด้วย ส่วนโรงงานผลิตของแบรนด์เองนั้นตั้งอยู่ในเขต Schlottwitz ในเมืองกลาชุตเตอเช่นกัน โดยทำหน้าที่ขึ้นรูปและผลิตชิ้นส่วนกลไกเป็นหลัก 

ดีไซน์เรียบง่ายอย่างมีศิลปะ

Tangente gold neomatik ทั้งสามรหัส

เมื่อดูจากเส้นสายสะอาดตาที่แลดูร่วมสมัยของ NOMOS เรารู้สึกได้ถึงภาษาการออกแบบที่แน่วแน่ในตัวตนของแบรนด์ยุค 90s แบรนด์นี้ ซึ่งถ้าหากใครชื่นชอบในศิลปะแนว Bauhaus ที่โดดเด่นด้วยลายเส้นเรขาคณิต ก็บอกได้เลยว่า NOMOS โอบรับสไตล์ของโรงเรียนศิลปะสัญชาติเยอรมันแห่งนี้มาอย่างเต็มตัว นอกจากนี้ยังเน้นดีไซน์ให้เรียบง่ายที่สุดด้วย ‘ศิลปะแห่งการลดทอน’ ตัดสิ่งไม่จำเป็นเน้นสิ่งที่เหลืออยู่ และสิ่งนั้นต้องถูกสร้างจากวัสดุที่ดีที่สุด และออกแบบมาให้สอดรับกับฟังก์ชันทางเทคนิคของนาฬิกา โดยเอกลักษณ์ที่สร้างภาพจำให้กับ NOMOS ได้แก่ ตัวเรือนบาง หน้าปัดอ่านค่าได้ง่าย ตัวอักษรแสดงค่ามีเอกลักษณ์เฉพาะ และเลือกใช้โทนสีที่แฝงด้วยความรู้สึกซับซ้อน บางครั้งคุมโทนสง่างาม บางคราวก็เลือกใช้สีหน้าปัดย่อยที่ตัดกับสีหน้าปัดหลักเพื่อเติมความสนุก 

คอลเลกชัน Tetra ที่มีเอกลักษณ์ด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยม

ความเป็นตัวของตัวเองของแบรนด์นาฬิกาสายมินิมัลจากเยอรมนีแบรนด์นี้ยังแสดงออกผ่านคอลเลกชันที่บ่งบอกคาแร็กเตอร์เฉพาะอย่างชัดเจน โดยมีเอกลักษณ์ที่ยังคงรักษาไว้ดังเดิมอย่างหน้าปัดที่ประกอบด้วยหน้าปัดย่อยบอกวินาทีขนาดเล็กแบบดั้งเดิม หลักชั่วโมงที่ใช้ในรูปแบบตัวเลขอารบิก โรมัน และขีดเครื่องหมาย พร้อมตัวเรือนทรงกลมและทรงเหลี่ยมที่ใช้ในคอลเลกชัน Tangente, Ludwig, Orion และ Tetra นาฬิการุ่นดั้งเดิมที่เกิดมาตั้งแต่ยุค ‘90s เหล่านี้ยังคงความเท่เนี้ยบแบบคลาสสิกมาจนถึงปัจจุบัน 

รายละเอียดที่แฝงอยู่ในส่วนต่างๆ ในแต่ละคอลเลกชันยังช่วยเติมคาแร็กเตอร์ให้แตกต่างอย่างแยบยล ไม่ว่าจะเป็น เม็ดมะยมต่างขนาด หลากลวดลายเทคนิคการตกแต่ง ไปยังองศาการติดตั้งที่แตกต่างกันไป อย่างในรุ่น Metro ที่ใช้การเซาะร่องอย่างละเอียดราวกับเครื่องมือช่าง หรือรุ่น Ahoi ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ใช้เม็ดมะยมขันเกลียว รวมถึงการใช้ตัวเลขในรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นที่ช่วยเติมความเฉพาะตัวได้ในทันที  

คอลเลกชัน Tangente

คอลเลกชันระดับไอคอนิกที่สะท้อนตัวตนร่วมสมัยในทุกยุคของ NOMOS ได้ดีที่สุดย่อมเป็น Tangente ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นนาฬิกาข้อมือที่มีชื่อเสียงที่สุดรุ่นหนึ่งของเยอรมนีเลยก็ว่าได้ คอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Glashütte ในยุค ‘30s โดดเด่นด้วยความชัดเจนเชิงฟังก์ชันและความสง่างาม ตัวเรือนสื่อสารด้วยเส้นสายเรียบง่าย ขาตัวเรือนมีเหลี่ยมมุม หน้าปัดเงินชุบสีขาวพร้อมหน้าปัดย่อยบอกวินาที ตัวอักษรทรงเพรียวบาง และเข็มสีน้ำเงินตัดกับหน้าปัดสีขาว เป็นนาฬิกาสเตนเลสที่โดดเด่นด้วยเส้นสายกราฟิกชัดเจน และเป็นรุ่นยอดนิยมของ NOMOS มากว่า 3 ทศวรรษ   

กลไกอินเฮ้าส์ที่เชื่อถือได้ 

กลไกของ NOMOS ถูกออกแบบ ประกอบ ปรับตั้ง และบรรจุลงตัวเรือนภายในอาคารประวัติศาสตร์ Deutsche Uhrenwerke NOMOS Glashütte (DUW) ในเมืองกลาชุตเทอ เมื่อร้อยปีก่อนอาคารแห่งนี้เคยเป็นเวิร์กช็อปสำหรับผลิตโครโนมิเตอร์ทางทะเล ด้วยบรรยากาศอันแสนเงียบสงบและวิวเมืองกลาชุตเตออันงดงาม ทำให้ที่แห่งนี้มอบทั้งสมาธิและแรงบันดาลใจให้แก่ช่างนาฬิกาผู้ทำหน้าที่ประกอบกลไก

กลไกไขลานของ NOMOS อยู่ภายใต้ตระกูล DUW มีทั้งรูปแบบไขลานอัตโนมัติที่มาพร้อมโรเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถขึ้นลานได้สองทิศทาง และกลไกไขลานด้วยมือที่โดดเด่นเรื่องการตกแต่งอย่างประณีต แต่ที่ยืนหนึ่งในเรื่องความงดงามและงานช่างฝีมืออันละเอียดอ่อนย่อมเป็นกลไก Atelier ของรุ่น Lambda และ Lux ที่มาในรหัส DUW 1001 และ DUW 2002 (บรรจุในตัวเรือนทรงตอนโน) ทั้งสองคาลิเบอร์ล้วนประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม และทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ swan-neck fine adjustment ชาตองทองคำ ตลับลานคู่ บาลานซ์แบบขันสกรู สะพานบาลานซ์ที่ตกแต่งผิวด้วยงานแกะสลักด้วยมือ แต่ละชิ้นส่วนผ่านการขัดลบเหลี่ยมมุมอย่างพิถีพิถัน 

ความเชี่ยวชาญด้านกลไกของแบรนด์ยังแสดงออกผ่านระบบ NOMOS swing system หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ‘เอสเคปเมนต์’ ชิ้นส่วนสำคัญอันเป็นดั่งหัวใจของนาฬิกาจักรกล ระบบ swing system นี้ประกอบด้วยบาลานซ์ สปริงบาลานซ์ เฟืองพาเลต และพาเลต ทำหน้าที่กำหนดจังหวะการเดินและรับประกันความเที่ยงตรงของนาฬิกา ซึ่งการที่ทางแบรนด์สามารถคิดค้นและผลิตชิ้นส่วนนี้ได้ภายในโรงงานของตัวเองนั้น เป็นการยืนยันว่า แบรนด์นาฬิกาสัญชาติเยอมันแบรนด์จริงจังในการพัฒนาความเป็นเลิศในทุกด้าน

Our Picks

Tangente Gold Neomatik


ความหรูหราที่มาพร้อมเส้นสายสะอาดตาบนหน้าปัดสีขาว คือความเรียบง่ายที่เหมาะกับการเริ่มต้นปี นาฬิกาที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างพอดิบพอดีรุ่นนี้ดูเผินๆ หน้าตาเหมือน dress watch ลุคเรียบเนี้ยบที่เหมาะสำหรับการสวมใส่คู่กับสูทคัตติ้งดีๆ แต่ถ้าพิจารณาดีๆ แล้วจะเห็นว่า มันแอบซ่อนความเป็นตัวของตัวเองไว้ภายใต้มาดเนี้ยบนิ่ง ด้วยเส้นสายที่บ่งบอกว่าพัฒนาขึ้นจากแนวศิลปะแบบ Bauhaus โดยเฉพาะฟอนต์หลักชั่วโมง ขีดเครื่องหมายบอกนาที เข็มนาฬิกาเพรียวบางสีน้ำเงิน บรรจุไว้ภายในตัวเรือนทอง 18 กะรัต ขอบสันคมชัดตามแบบฉบับคอลเลกชัน Tangente นี่คือความคลาสสิกในแบบฉบับที่ NOMOS กำหนดขึ้นเอง


กลไกอัตโนมัติ DUW 3001 ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านความบางเป็นรากฐานที่ส่งเสริมให้ Tangente รุ่นนี้ยังคงความสง่างามควบคู่ไปกับความเที่ยงตรงเชื่อถือได้ ทั้งยังมาพร้อมระบบ NOMOS swing system ที่คิดค้นมาช่วยเสริมความแม่นยำได้อย่างยอดเยี่ยม

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: Ref.161
  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติ DUW 3001 สำรองพลังงานได้ 43 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที หน้าปัดย่อยแสดงวินาที
  • ตัวเรือน: ทอง 3N 18 กะรัต ขนาด 35 มม.
  • หน้าปัด: ชุบผิวแบบกัลวาไนซ์ เคลือบเงินสีขาว เข็มนาฬิกาโลหะสีน้ำเงิน
  • สาย: หนัง Horween Genuine Shell Cordovan สีดำ เย็บขอบแบบ remborde


Club Sport neomatik Worldtimer Silver

นาฬิกาสำหรับหนุ่มนักเดินทางยุคใหม่ที่ยังคงหลงใหลในการดูเวลาแบบอนาล็อก ชื่นชอบในความซับซ้อนเชิงกลไก ในขณะเดียวกันก็ยังคงยืนหยัดในสไตล์เรียบง่ายและร่วมสมัย นาฬิกาเวิลด์ไทม์รุ่นนี้มาในตัวเรือนที่มีความหนาเพียง 10 มม. ขับเคลื่อนด้วยกลไก neomatik DUW 3202 ที่มีความบางพิเศษเพียง 4.8 มม. มาพร้อมสัญลักษณ์ลูกโลกสีทองบนโรเตอร์ ทุกชิ้นส่วนผ่านการออกแบบภายในแบบอินเฮาส์ที่ผสานกลไกซับซ้อนเข้ากับชุดเฟืองโดยตรง มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่คือการแสดงเวลาโซนที่สองแบบ 24 ชั่วโมงด้วยเข็มเดียว นับเป็นการตีความนาฬิกาเวิลด์ไทม์ในมุมมองใหม่ตามแบบฉบับของ NOMOS


การดูเวลาไทม์โซนต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่ม ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ส่วนโฮมไทม์นั้นสามารถปรับตั้งค่าด้วยการใช้เข็มชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้ปรับค่าเวลา ณ ด้านข้างตัวเรือนบริเวณ 8 นาฬิกาโดยเฉพาะ และเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เราชอบในนาฬิกาเวิลด์ไทม์รุ่นเงินนี้ คือ การออกแบบหน้าปัดให้อ่านค่าได้ง่าย ด้วยการจัดวางวงแหวนบอกไทม์โซนต่างๆ ไว้รอบนอกโดยเลือกใช้สีฟ้าสดที่ตัดกับหน้าปัดเงินอย่างชัดเจน หน้าปัดย่อยที่บอกค่าเวลาทั้ง 24 ชั่วโมงยังใช้สีแดงและสีฟ้าแบ่งฝากกลางวัน/กลางคืนเพื่อให้สังเกตได้ง่าย มากกว่าดีไซน์ที่ดูร่วมสมัย นี่จึงเป็นความเรียบง่ายที่สื่อสารกับผู้สวมใส่ได้อย่างตรงไปตรงมา 

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: Ref. 791
  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติ DUW 3202
  • ฟังก์ชัน: เวิลด์ไทม์ แสดงเวลาโฮมไทม์แบบ 24 ชั่วโมง และแสดงค่าช่วงเวลากลางวัน/กลางคืน
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลสามชิ้นขนาด 40 มม. ฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียว
  • หน้าปัด: ชุบกัลวาไนซ์ เคลือบโรเดียม พร้อมลวดลายซันเบิร์สต์ ตัวเลขชั่วโมงและหลักบอกเวลาทา Superluminova สีขาว
  • สาย: สเตนเลสตีล พร้อมระบบ quick-change

Lux Zikade

ถ้าหากชื่นชอบในนาฬิาตัวเรือนทรงตอนโนที่โอบรับกับข้อมือได้แนบสนิท สวมใส่สบาย และดูโก้หรูแต่ยังดูร่วมสมัย คอลเลกชัน Lux ที่มาในตัวเรือนตอนโนแตกต่างจากคอลเลกชันอื่นๆ คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากตัวเรือนที่ออกแบบมาในสัดส่วนที่ลงตัว หน้าปัดยังออกแบบมาในภาษาของ NOMOS ที่เน้นความเรียบง่ายที่จำเป็นในการอ่านค่าเวลาเท่านั้น เราจึงได้เห็นพื้นที่วงกลมสีขาวที่บรรจุไว้ด้วยหลักชั่วโมง นาที และหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาที พื้นที่รอบนอกบนพื้นหน้าปัดรายล้อมด้วยสีเหลืองมะนาวสดใส ตัดกับตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัตที่ดูหรูหราและอบอุ่น มากไปกว่านั้นนี่ยังเป็นนาฬิกาที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมด้านดีไซน์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี


ไม่เพียงแต่โดดเด่นในด้านดีไซน์ แต่กลไกไขลานด้วยมือ DUW 2002 ยังมีความพิเศษเฉพาะตัว เนื่องด้วยเป็นกลไกที่พัฒนาขึ้นสำหรับบรรจุในรุ่น Lux โดยเฉพาะ ทุกชิ้นส่วนประกอบด้วยมืออย่างประณีตใน NOMOS Atelier ที่ใช้ผลิตนาฬิกาทองคำของแบรนด์โดยเฉพาะ ทุกรายละเอียดจึงงดงามประณีต นับตั้งแต่ขอบที่เจียรและขัดเงาด้วยมือ ลวดลายขัดแบบซันบีม ไปจนถึงชาตองทองคำแบบยึดด้วยสกรูสีน้ำเงิน นี่จึงนาฬิกาหน้าตาร่วมสมัยแบบที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่เริ่มสนใจในนาฬิกาจักรกลได้อย่างดีเยี่ยม 

ข้อมูลทางเทคนิค

กลไก:  ไขลานด้วยมือ DUW 2002 สำรองพลังงานได้ 84 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และหน้าปัดย่อยแสดงวินาที
ตัวเรือน: โรสโกลด์ 18 กะรัต ขนาด 36.3 มม.
หน้าปัด: ชุบกัลวาไนซ์ เคลือบซิลเวอร์สีขาว พร้อมพิมพ์สีเหลืองเลมอน เข็มนาฬิกาทำจากทอง
สาย: สายหนัง Horween Genuine Shell Cordovan สีน้ำตาลเข้ม แบบเย็บขอบ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ปลุกความซนย้อนวัยเด็ก เมื่อโลกแห่งการ์ตูนมาอยู่บนข้อมือกับ Seiko 5 Sports x Pink Panther

Hublot Classic Fusion Yohji Yamamoto All Black Camo นิยามใหม่แห่งสีดำที่ผสมผสานดีเอ็นเอของสองแบรนด์เข้าด้วยกัน

First Watch (นาฬิกาเรือนแรก): เริ่มต้นเส้นทางนักสะสมกับ 5 นาฬิการะดับเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับปี 2026

Share post:

More like this

กลไกทรงพลังที่ส่งมอบพลังงานสู่ความเที่ยงตรงสูงสุด

กลไกระดับตำนานแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกาที่มอบทั้งความเที่ยงตรง และสำรองพลังงานได้ยาวนานเหลือเชื่อ มากกว่ารูปลักษณ์ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์แล้ว เบื้องหลังเรือนเวลาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางย่อมต้องอาศัยกลไกขับเคลื่อนที่เป็นดั่งหัวใจที่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวส่งมอบพลังงานไปยังองคาพยพต่างๆ ให้สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ลองคิดดูว่า สำหรับนาฬิกาจักรกลที่ไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ใดๆ ในการทำงาน สิ่งประดิษฐ์นี้ช่างน่าทึ่งไม่ต่างจากหัวใจของมนุษย์ที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ และกลไกขับเคลื่อนเบื้องหลังเรือนเวลาเหล่านี้คือขุมพลังงานที่ทำให้ฟันเฟืองสำคัญแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกายังคงดำเนินต่อไปได้อย่างเสถียรเที่ยงตรง Jaeger-LeCoultre...

A Statement of Success – เครื่องหมายแห่งความสำเร็จของเหล่าผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระดับโลก 

เรือนเวลาหรูไม่เพียงแต่บอกสถานะแต่ยังเผยวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จและมุมมองที่ผู้นำให้คุณค่าแก่เวลา บางครั้งเครื่องบอกเวลาอาจทำหน้าที่มากกว่าแค่บ่งชี้ชั่วโมง นาที หรือวัดสถิติการทำความเร็ว แต่มันยังเป็นมาตรวัดความพยายามและความมีวินัยที่ทำให้คนคนหนึ่งเดินไปถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้สำเร็จ เราจึงได้เห็นเหล่าผู้นำประเทศ หรือผู้นำองค์กรที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโลกให้รางวัลตัวเองด้วยถ้วยรางวัลบนข้อมือ หรือนาฬิกาเรือนหรูที่ไม่ได้เพียงสะท้อนทรัพย์สินในครอบครอง แต่ยังสะท้อนว่าตัวตนของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ผู้นั้นให้คุณค่ากับเวลาในแง่มุมไหน Vladimir Putin ประธานาธิบดี...

Breguet ฉลองครบรอบ 250 ปีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยผลงานร่วมสมัยที่เป็นตัวแทนประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า

พร้อมสร้างสรรค์ผลงานหลากรุ่นเพื่อทริบิวต์ให้กับมรดกดั้งเดิมของแบรนด์ ปี 2025 ถือเป็นปีสำคัญของแบรนด์นาฬิกาหลายแบรนด์ แต่คงไม่มีใครเฉลิมฉลองครบรอบได้อย่างยิ่งใหญ่เหมือนที่ Breguet ทำในวาระครบ 250 ปี ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานทริบิวต์ให้กับมรดกดั้งเดิมของแบรนด์...

ทำความรู้จัก Dennison นาฬิกาหน้าปัดหิน ราคาเข้าถึงง่าย ที่คว้ารางวัลจากเวที GPHG ครั้งล่าสุด

นอกจากนาฬิกาหน้าปัดหินอันโดดเด่น Dennison ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานและน่าสนใจไม่น้อย ถ้าจะให้ยกตัวอย่างนาฬิกาที่ดึงดูดสายตาเราได้ด้วยดีไซน์เรียบนิ่งแต่มีเสน่ห์ล้นเหลือ นาฬิกาหน้าปัดหินจาก Dennison แบรนด์นาฬิกาลูกครึ่งอังกฤษ-อเมริกัน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาในความคิด มากไปกว่าเส้นสายเรียบเท่และหรูหรา ราคาของ...