Maurice Lacroix 1975 Master Grand Date Retrograde การหวนคืนสู่จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและกลไก Masterpiece ลำดับที่ 26

Date:

ในโลกของการผลิตนาฬิกาหรู ยุคสมัยหนึ่งเคยถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสการสร้างกลไกอินเฮาส์เพื่อสร้างกำไรและชื่อเสียง ซึ่ง Maurice Lacroix เองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่พยายามวิ่งตามกระแสนั้นจนสูญเสียทิศทางไปชั่วขณะ

นาฬิกา Maurice Lacroix รุ่น Master Grand Date Retrograde ปี 1975

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่ก่อตั้งโดยบริษัท Desco von Schulthess AG แห่งกรุงซูริกแห่งนี้ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่เมื่อพบว่าเพดานบินเริ่มสะดุด โดยเลือกที่จะกลับมาสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีราคาสมเหตุสมผลมากขึ้นและนำสัญลักษณ์ตัว M ที่เป็นเอกลักษณ์กลับมาไว้บนสายนาฬิกาอีกครั้งหลังจากเคยถูกละทิ้งไป ความสำเร็จจากรุ่น Aikon ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์ จนนำมาสู่การสร้างสรรค์ 1975 Master Grand Date Retrograde ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไก Masterpiece ลำดับที่ 26 ของแบรนด์อย่างภาคภูมิใจ

นาฬิกาแบบเรโทรเกรดในอดีตและปัจจุบัน

นาฬิการุ่นใหม่นี้สร้างขึ้นบนรากฐานที่แข็งแกร่งซึ่งเคยวางไว้โดยรุ่น Calendar Retrograde ในปี 1999 และ Double Retrograde ในปี 2002 ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร และมีความหนา 12.75 มิลลิเมตร ได้รับการปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม (Box-shaped) ที่ช่วยขยายรายละเอียดบนหน้าปัดให้ชัดเจน ภายใต้หน้าปัดแบบฉลุโปร่ง (Open-worked) เราจะเห็นการแสดงผลวันที่ขนาดใหญ่ (Big Date) ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และการแสดงวันในสัปดาห์แบบเข็มตีกลับ (Retrograde) ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา งานออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมนี้เปิดเผยให้เห็นโมดูลปฏิทินที่ผลิตขึ้นเองโดยวางอยู่บนฐานกลไก Sellita SW200-1 ซึ่งสะท้อนถึงความประณีตและความสมมาตรในรูปแบบที่ทันสมัย

ความประณีตยังรวมไปถึงงานขัดแต่งที่สามารถมองเห็นได้จากฝั่งหน้าปัด โดยแผ่นฐาน (Mainplate) มีการขัดผิวแบบพ่นทรายและเคลือบด้วยโรเดียมสีดำเพื่อเพิ่มมิติความลึก ในขณะที่สะพานจักรด้านหน้าเป็นโรเดียมขัดลายเส้น (Trait tirée) เพื่อสร้างความแตกต่างที่ลงตัว ชุดเข็มชั่วโมงและนาทีทรง Alpha เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova สีขาวเพื่อให้สามารถอ่านเวลาได้ง่ายในที่มืด ส่วนด้านหลังของตัวเรือนเป็นกระจกแซฟไฟร์ใสที่เผยให้เห็นโรเตอร์โรเดียมแบบฉลุโปร่งที่ตกแต่งด้วยลายเส้นอย่างสวยงาม

นาฬิการุ่นนี้ใช้กลไกอัตโนมัติรหัส ML302 ที่มีความถี่การทำงาน 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และมีพลังงานสำรองอยู่ที่ประมาณ 38 ชั่วโมง ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 50 เมตร มาพร้อมกับสายหนังสีดำลายจระเข้ที่มีระบบเปลี่ยนสายอย่างรวดเร็ว (Quick-change) เพื่อความสะดวกสบายของผู้สวมใส่ ด้วยราคาจำหน่ายที่ 7,950 ยูโร หรือประมาณ 8,600 ดอลลาร์สหรัฐ Maurice Lacroix กำลังท้าทายความรู้สึกของนักสะสมว่านี่คือนวัตกรรมที่คุ้มค่าสำหรับการครอบครองนาฬิกาที่มีลูกเล่นอันโดดเด่นและกลไกที่ซับซ้อนหรือไม่

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: 1975 Master Grand Date Retrograde (Ref. 758008-SS001-090-2)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 42 มม. หนา 12.75 มม. กันน้ำ 50 เมตร
  • หน้าปัด: แซฟไฟร์แบบฉลุโปร่ง (Open-worked) โชว์โมดูลวันที่และวันแบบตีกลับ
  • กลไก: ML302 อัตโนมัติ (ฐาน Sellita SW200-1) ความถี่ 28,800 vph พลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง
  • การตกแต่ง: แผ่นฐานเคลือบโรเดียมดำพ่นทราย สะพานจักรขัดลาย Trait tirée และ Perlage
  • สาย: หนังสีดำลายจระเข้ พร้อมโลโก้ “M” และระบบเปลี่ยนสายเร็ว

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

CHANEL เผยโฉมใหม่ของบูติกสาขาเอ็มควอเทียร์ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สานต่อตำนาน การกลับมาของ CHANEL PREMIÈRE GALON ที่ผสมผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว
Chanel Première Ribbon Red การคืนชีพของตัวเรือนไอคอนในโทนสีแดงสุดคลาสสิค

Share post:

More like this

Slim d’Hermès Squelette Lune บทกวีแห่งความว่างเปล่าและแสงจันทร์บนเรือนเวลาสเกลเลตัน

Slim d'Hermès Squelette Lune รุ่นปี 2026 นาฬิกาที่นำเสนอความโปร่งเบาของกลไกสเกลเลตันบนตัวเรือนไทเทเนียมและแพลทินัม พร้อมไฮไลต์ดวงจันทร์คู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

Atelier Wen Millésime Perception 漩 (Xuán) นี่คือการยกระดับงานฝีมือจีนสู่มาตรฐานสูงสุดของโลกนาฬิกา

นาฬิการุ่นพิเศษจาก Atelier Wen ที่นำแนวคิด Xuan มาถ่ายทอดผ่านหน้าปัดหินอัญมณีธรรมชาติบนตัวเรือน 904L สตีลที่บางเฉียบและหรูหราที่สุด

Louis Erard x Monica Bonvicini Not For You เมื่อศิลปะร่วมสมัยท้าทายขนบเรือนเวลา ที่มาพร้อมวลีสุดจี๊ด

การคอลแลบบอเรชันล่าสุดระหว่าง Louis Erard และศิลปินหญิงระดับโลก Monica Bonvicini กับนาฬิกาที่เปลี่ยนวลี Not For You ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่และอำนาจบนหน้าปัดกระจกเงา

Casio G-Shock MRG-B2000KT-3A จิตวิญญาณแห่งเกราะซามูไรและดอกไม้แห่งชัยชนะ

G-Shock MRG-B2000KT-3A นาฬิกาตัวท็อปในซีรีส์ MR-G ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์แรงบันดาลใจจากเกราะซามูไรและดอกไม้แห่งชัยชนะ บนตัวเรือนไทเทเนียมขัดเงาระดับพรีเมียม