Revolution ประกาศพาการสะสมนาฬิกากลับสู่ยุคแห่งความรู้
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา วงการนาฬิกาทั่วโลกถูกกลืนกินด้วยกระแส “Hype” หรือการปั่นราคาจนน่าตกใจ นาฬิกากลายเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรพอๆ กับคริปโตเคอเรนซี จนบางครั้งเราลืมไปว่า “เสน่ห์ที่แท้จริง” ของมันคืออะไรกันแน่?
บทความ “Long Live the Watch Nerds” โดย Wei Koh ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Revolution (สื่อนาฬิกาที่ทรงอิทธิพลที่สุดฉบับหนึ่งของโลก) คือการประกาศ “คืนอำนาจ” ให้กับจิตวิญญาณดั้งเดิมของคนรักนาฬิกา โดยคุณเว่ยเล่าไว้ว่า…
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Revolution ทำให้ผมได้หยุดคิดว่านิตยสารของเราควรเป็นตัวแทนของอะไร เมื่อสองทศวรรษก่อน Revolution ถูกสร้างขึ้นเพื่อพานาฬิกาออกจากโลกแคบๆ ของงานอดิเรกเฉพาะกลุ่ม จาก “โต๊ะเด็กเนิร์ด” ในโรงอาหารของโรงเรียนมัธยม ไปสู่ “โต๊ะเด็กคูล” (Cool Kids) โดยที่ยังคงรักษาความน่าเชื่อถือทางเครื่องบอกเวลาและความถูกต้องทางเทคนิคเอาไว้ แต่ตอนนี้ ผมต้องการพาพวกเรากลับไปที่ “โต๊ะเด็กเนิร์ด” อีกครั้ง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของสื่อนาฬิกาแนวนิตยสารไลฟ์สไตล์ นาฬิกาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสมัยนิยมอย่างฝังรากลึก จนไม่มีงานพรมแดง งานกีฬา หรือคอนเสิร์ตครั้งไหนที่นาฬิกาจะไม่ถูกจับตามองในฐานะ “ไอเทมบ่งบอกสถานะ” (Statement Accessories) เพียงแค่ 3 ปีที่ผ่านมา ยอดส่งออกนาฬิกาสวิสไปยังสหรัฐฯ พุ่งสูงจาก 3 พันล้านฟรังก์ เป็น 4.4 พันล้านฟรังก์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมนาฬิกาหรู
แม้ผมอยากจะเชื่อว่า Revolution มีส่วนเล็กๆ ในการทำให้นาฬิกาเป็นที่นิยม แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับคืนสู่รากเหง้า และปล่อยให้การนำเสนอแบบไลฟ์สไตล์หรือการเน้นความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหน้าที่ของเหล่า “อินฟลูเอนเซอร์” รุ่นใหม่ที่มีอยู่เต็มโซเชียลมีเดีย

การกลับมาโฟกัสที่ “ศิลปะแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง” (Haute Horlogerie) ในปีที่ผ่านมา เราได้หันกลับมาโฟกัสในสิ่งที่เราบรรจงรักมากที่สุด นั่นคือ Haute Horlogerie ผมขออ้างคำพูดของเพื่อนผม François-Paul Journe ที่ว่า “การทำนาฬิกาเปรียบเสมือนกำแพงที่ยาวต่อเนื่อง และแต่ละคนที่ทำงานในวงการนี้มีหน้าที่เติมอิฐทีละก้อนลงไปในประวัติศาสตร์” ตัวอย่างของ “อิฐ” ที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์นาฬิกาในปัจจุบัน ได้แก่:

- Rolex Land-Dweller: ที่มาพร้อมกลไกปล่อยจักร (Escapement) ความถี่สูงแบบใหม่ ซึ่งเป็นการออกแบบชุดกลไกปล่อยจักรแบบสวิสตัวใหม่ตัวแรกที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 1999 (ตอนที่ Omega เปิดตัว Co-Axial ของ George Daniels)


- Vacheron Constantin: แบรนด์ที่ผลักดันขีดจำกัดได้ดีที่สุดในทศวรรษนี้ ตั้งแต่รุ่น Ref. 57260 (นาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในโลกในปี 2015) รุ่น Berkley ที่รวมปฏิทินเกรกอเรียนและปฏิทินจีนเข้าด้วยกัน และล่าสุดรุ่น Solaria Ultra Grand Complication ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือที่ซับซ้อนที่สุดในโลก พร้อมฟังก์ชันทำนายตำแหน่งวัตถุบนท้องฟ้า
- Audemars Piguet: เองก็เช่นกัน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมอย่าง RD#4 ในปี 2023 นาฬิกา ultra-complication เรือนแรกที่ผสาน grande และ petite sonnerie เข้ากับ split-seconds chronograph และปฏิทินถาวร (perpetual calendar) ซึ่งถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างไร้ความผิดพลาดโดยสิ้นเชิง
ความสำเร็จนั้นยังถูกสานต่อด้วย Caliber 7138 กลไกปฏิทินถาวรที่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายดาย เป็นธรรมชาติ และแข็งแกร่งอย่างยิ่งไม่แพ้กัน และ Audemars Piguet ยังได้เติมเต็มเรื่องราวการพัฒนาของโลกการทำนาฬิกาด้วย RD#5 ผลงานอันน่าทึ่งซึ่งเป็นการออกแบบโครโนกราฟขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยอาศัยพลังงานจากตัวกลไกเองในการขับเคลื่อนระบบรีเซ็ต อาจมีคนมองว่า RD#5 คือการทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล เพียงเพื่อดึงพลังงานที่ปกติแล้วจะสูญเสียไปกับสปริง jumper มาใช้ในการรีเซ็ตเข็มทั้งหมดของโครโนกราฟ แต่สำหรับผมแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้น่าสนใจอย่างแท้จริง


- Fam Al Hut: ที่น่าทึ่งไม่แพ้กันคือ Fam Al Hut แบรนด์จากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นบนเวทีการทำนาฬิกาชั้นสูง ด้วยทูร์บิญงแบบแกนคู่ (bi-axial tourbillon) ในขนาดตัวเรือนที่เล็ก กระชับ และสวมใส่ได้จริงอย่างน่าประหลาดใจ พร้อมนำเสนอ “เสียงใหม่” ที่แท้จริงและเป็นต้นฉบับให้กับโลกของ haute horlogerie เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

บทสรุป: โต๊ะของเด็กเนิร์ดคือที่ที่เจ๋งที่สุด
นิตยสาร Revolution ฉบับล่าสุดจึงอุทิศให้กับ Haute Horlogerie เพื่อแทนที่กระแส “Hype” (การปั่นราคา) ที่เป็นผลผลิตจากการเก็งกำไรในตลาดรองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้โลกกำลังกลับมาเชื่อมต่อกับการสะสมนาฬิกาที่เน้น “ความรู้” ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะมันช่วยให้นักสะสมตัวจริงได้เห็นคุณค่าของนาฬิกาที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกา
ถามว่าการเขียนเรื่องเทคนิคนาฬิกาชั้นสูงมันยากไหม? บอกตามตรงว่ายากมาก แต่นั่นแหละคือเหตุผลที่เราชอบมัน เพราะในจุดที่นาฬิกาเข้าใจยากที่สุดนั่นแหละ คือเวทมนตร์ที่มนุษย์ใช้จินตนาการและความกล้าหาญสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมความหมายที่สุดออกมา
การที่เราหันมาเน้นเนื้อหาวิดีโอขนาดยาวที่เจาะลึกทางเทคนิค และถอยห่างจากข่าวไลฟ์สไตล์ ทำให้เรามียอดซับใน YouTube ทะลุ 210,000 ราย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าโต๊ะเด็กเนิร์ดกลายเป็นสถานที่ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง และบางทีในโลกของงานอดิเรกที่ “ความรู้คืออำนาจ” โต๊ะเด็กเนิร์ดนี่แหละที่เป็นพื้นที่ของ “เด็กคูล” มาโดยตลอด
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
ไขปริศนาศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกายุคโบราณผ่านโปรเจ็กต์ Naissance d’une Montre ครั้งล่าสุดของ Ferdinand Berthoud
The Game Changers – ว่าด้วยนาฬิกาที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการนาฬิกาและนำพาศาสตร์แห่งการบอกเวลาเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – ฟรองซัวส์-โปล จูร์น (François-Paul Journe)

