Chopard at Watches & Wonders 2025: เรือนเวลาสปอตไลต์อันงามสง่า
WORDS Celine Yap
งาน Watches & Wonders 2025 ครั้งนี้ นำพาเราไปสัมผัสกับแก่นแท้ของ Chopard ผ่านนาฬิการุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและจิตวิญญาณของแบรนด์ พร้อมกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับวงการนาฬิกา ทุกเรือนเวลาได้ส่องประกายแห่งอัตลักษณ์ด้านการผลิตนาฬิกาของ Chopard ที่เติบโตอย่างมั่นคงและสง่างามขึ้นเรื่อยๆ
โดยความพิเศษของในปีนี้จะเทไปที่คอลเลกชัน L.U.C ซึ่งไม่เคยดูน่าหลงใหลเท่านี้มาก่อน กลายเป็นคอลเลกชั่นที่ดึงดูดใจเหล่านักสะสม ทั้งในแง่ของความซับซ้อนทางเทคนิคและเสน่ห์แห่งการสร้างสรรค์งานศิลป์ ส่วน Alpine Eagle ก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญลักษณ์แห่งวิสัยทัศน์ของการผลิตนาฬิกา และสายสัมพันธ์ข้ามรุ่นของตระกูล Scheufele
นอกจากนี้ Happy Sport ก็ยังคงรักษาจุดยืนที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมนี้ไว้ได้อย่างงดงาม และปิดท้ายด้วย L’Heure du Diamant ก็กำลังก้าวขึ้นมาอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์เป็นครั้งแรก


Alpine Eagle ตัวเรือนแพลทินัม
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2019 Alpine Eagle ก็ได้กลายเป็นตัวแทนของนิยามใหม่แห่งนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรี่สมัยใหม่ของ Chopard นับตั้งแต่นั้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา คอลเลกชันนี้ได้รับการพัฒนาออกมาหลายเวอร์ชัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านวัสดุตัวเรือน ขนาดตัวเรือน สีของหน้าปัด หรือแม้แต่การประดับอัญมณี
ซึ่งหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดสร้างสรรค์ของ Alpine Eagle คือ Caroline-Marie Scheufele ผู้เป็นตัวแทนรุ่นที่สามของตระกูล Scheufele ร่วมกับพี่ชายของเธอ Karl-Fritz ความผูกพันทางสายเลือดและจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นี้ ทำให้ Alpine Eagle เป็นคอลเลกชันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นนาฬิกาที่มีเพียงธุรกิจครอบครัวอย่าง Chopard เท่านั้นที่สามารถรังสรรค์ออกมาได้

เริ่มต้นการสำรวจนาฬิการุ่นใหม่จาก Chopard Watches & Wonders ปีนี้ด้วย Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นแรกในคอลเลกชันนี้ที่ใช้ตัวเรือนแพลตตินัม แม้ว่า Chopard จะเคยนำวัสดุนี้มาใช้กับรุ่น L.U.C มาก่อนแล้วก็ตาม
โดยทางแบรนด์เลือกใช้แพลตตินัมบริสุทธิ์ระดับ 950 platinum ซึ่งเป็นเกรดสูงสุดที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม ความโดดเด่นของแพลตตินัมคือโทนสีเงินขาวธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกที่หรูหรากว่าทองคำขาวชุบโรเดียม ซึ่งจะมีความขาวสว่างมากกว่า ดังนั้นแบรนด์นาฬิกาชั้นนำจึงมักสร้างจุดแตกต่างให้ชัดเจนระหว่างรุ่นที่ใช้แพลตตินัมและทองคำขาว
และโดยปกติแล้ว แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจะกำหนดเอกลักษณ์เฉพาะให้กับนาฬิการุ่นที่ทำจากแพลตตินัม ตัวอย่างเช่น Patek Philippe ซึ่งมักประดับเพชรรูปทรงกลมหนึ่งเม็ดไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาของตัวเรือนแพลตตินัม แต่สำหรับ Chopard แล้วใช้สัญลักษณ์รูป ผึ้ง
โดยตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นาฬิกาแพลตตินัมทุกเรือนจาก Chopard จะได้รับการสลักสัญลักษณ์รูป ผึ้ง ซึ่งเปรียบเสมือนตราประทับของผู้สร้าง หรือเครื่องหมายลับที่รู้กันเฉพาะผู้ครอบครองนาฬิกาแพลตตินัมของ Chopard เท่านั้น
สาเหตุที่ต้องเป็นผึ้งนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ยุคของ Louis-Ulysse Chopard ในศตวรรษที่ 19 ผึ้งได้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของโรงงานผลิตนาฬิกาแห่งนี้
เพราะผึ้งเป็นสัตว์ที่ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และถ่อมตัว อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว คุณลักษณะเหล่านี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Chopard ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของนาฬิกาแพลตตินัมจาก Chopard อยู่แล้ว สามารถเลือกให้สลักตราสัญลักษณ์ผึ้งนี้ได้เมื่อส่งนาฬิกากลับมาเข้ารับบริการที่ศูนย์
Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum มาพร้อมหน้าปัดเฉดสีใหม่ที่ทาง Chopard ตั้งชื่อว่า Shades of Ice ซึ่งเป็นโทนสีฟ้ากราเดี้ยนที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นราวกับธารน้ำแข็งยามต้องแสงอาทิตย์สดใส สีจะอ่อนลงตรงกึ่งกลางหน้าปัดและเข้มขึ้นบริเวณขอบ ทำให้ดูมีมิติน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ตัวเรือนที่บางเพียง 8 มม. และสายแพลตตินัมที่ออกแบบมาอย่างประณีต มอบสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเมื่อสวมใส่บนข้อมือ
ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum
- รหัสรุ่น: 295396-9001
- กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 96.42-L สำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
- ตัวเรือน: ขนาด 41 มม. x 8 มม. ผลิตจาก 950 platinum กันน้ำลึก 100 เมตร
- หน้าปัด: สีฟ้า Shades of Ice พื้นผิวปั๊มลาย Eagle’s Iris เข็มชั่วโมงและนาทีทรงแท่งทำจากทองคำขาวที่ได้จากแหล่งที่มี Ethical white gold เคลือบสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova มาร์กเกอร์ชั่วโมงแบบติดตั้งบนพื้นหน้าปัดพร้อมสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova เข็มวินาทีปลายลูกศรพร้อมตุ้มถ่วงลายขนนกอินทรี (Eagle’s Feather counterweight)
- สายนาฬิกา: สายแพลตตินัม 950 platinum ออกแบบแบบเรียว ไล่ระดับด้วยข้อต่อขัดด้านขนาดใหญ่และขอบข้างขัดเงา พร้อมบานพับสามทบ (triple folding clasp) พร้อมปุ่มกดนิรภัยใน 950 platinum และกลไกล็อคในทองคำขาวที่ได้จากแหล่งที่มี ethical white gold blades
- การวางจำหน่าย: จำหน่ายเฉพาะที่บูติกของ Chopard

ในปีนี้ Chopard Watches & Wonders ได้นำเสนอรุ่นใหม่อย่าง Alpine Eagle 33 ในตัวเรือนสองโทนสีที่ผสานระหว่าง Lucent Steel และ Yellow Gold อย่างงดงาม พร้อมด้วยประกายเพชรที่ช่วยเพิ่มความเจิดจรัสให้กับเรือนเวลาเรือนนี้ โดยAlpine Eagle 33 ใหม่นี้ใช้ Lucent Steel โลหะผสมสเตนเลสสตีลที่ Chopard พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเป็นโลหะที่มีความบริสุทธิ์สูง ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 80% และผ่านกระบวนการกลั่นขั้นสูงเพื่อให้ได้ประกายแวววาวที่โดดเด่นทัดเทียมได้กับทองคำขาว

ตัวเรือนของนาฬิกาเรือนนี้นำเสนอความงามของสองพื้นผิวอย่างลงตัว โดย Lucent Steel ได้รับการขัดลายเส้นแนวตั้งเพื่อสร้างมิติทางสายตาให้แตกต่างจากพื้นผิว ethical yellow gold 18K บริสุทธิ์ขัดเงา ซึ่งช่วยเน้นความหรูหราอย่างมีระดับ และเพิ่มดีกรีความลักซูรี่ด้วยขอบตัวเรือนและมาร์กเกอร์ชั่วโมงที่ประดับเพชร
เสริมความเจิดจรัสให้กับดีไซน์ของนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เข้าคู่กับหน้าปัดโทนสีเทาอ่อนที่เรียกว่า Vals Grey และยังคงลวดลาย Eagle’s Iris ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชัน Alpine Eagle นี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 09.01-C ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกอัตโนมัติที่เล็กที่สุดในอุตสาหกรรมและได้รับการรับรองความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer
ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard Alpine Eagle 33
- รหัส: 298617-4001
- กลไก: อัตโนมัติ Calibre 09.01-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
- ตัวเรือน: ขนาด 33 มม. x 7.95 มม. ผลิตจาก Lucent Steel และทองคำเหลือง 18K ethical yellow gold กันน้ำลึก 50 เมตร
- หน้าปัด: สีเทา Vals Grey พื้นผิวปั๊มลาย Eagle’s Iris เข็มชั่วโมงและนาทีทรงแท่งเคลือบทอง (Gilded baton-type hands) พร้อมสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova มาร์กเกอร์ชั่วโมงประดับเพชร ตัวเลขแบบติดตั้งบนพื้นหน้าปัดเคลือบทอง เข็มวินาทีปลายลูกศรเคลือบทอง พร้อมตุ้มถ่วงลายขนนกอินทรี (Eagle’s Feather counterweight)
- สายนาฬิกา: สาย Lucent Steel พร้อมข้อต่อกลางทำจากทองคำเหลือง 18K ethical yellow gold มาพร้อมบานพับแบบสามทบ (triple folding clasp)

L.U.C Quattro นำเสนอเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของกลไก Quattro ด้วยการเปิดตัวตัวเรือนดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความงามแบบร่วมสมัยของคอลเลกชัน L.U.C รุ่นล่าสุด ด้วยโครงสร้างกระปุกลานสี่ลูกที่เชื่อมต่อกันเป็นคู่แบบ series-coupled barrels รวมความยาวของสปริงทั้งหมดถึง 1.885 เมตร
ทำให้ Quattro เป็นกลไกแรกและกลไกเดียวในโลกที่มีรูปแบบเช่นนี้ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 216 ชั่วโมง หรือ 9 วันเต็ม พร้อมส่งกำลังไปยังจักรกรอกอย่างสม่ำเสมอ (constant force) เพื่อให้เดินเที่ยงตรงตลอดระยะเวลาการใช้งาน

กลไก L.U.C Calibre 98.01-L เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 นับเป็นกลไกลำดับที่สองที่พัฒนาโดยโรงงานผลิตกลไกของ Chopard หลังจาก Calibre 96.01-L โดยมีเป้าหมายเพื่อยืดระยะเวลาการสำรองพลังงานให้ยาวนานขึ้น โดยไม่เพิ่มความสูงของกลไกหรือลดทอนความสวยงามของสถาปัตยกรรมกลไก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการพัฒนากลไกรุ่น Quattro ในรูปแบบต่างๆ และในปีนี้ Calibre 98.09-L ได้รับการออกแบบใหม่ โดยย้ายการแสดงพลังงานสำรองไปไว้บนสะพานจักรกลไก ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากฝาหลังแบบใส ทำให้หน้าปัดมีพื้นที่มากพอสำหรับการเพิ่มหน้าต่างแสดงวันที่แบบเข็มขนาดเล็ก (small running seconds)

จุดเด่นสำคัญของ L.U.C Quattro รุ่นนี้คือ ตัวเรือนดีไซน์ใหม่ที่เพรียวบางกว่าที่เคย ด้วยความหนาเพียง 10.4 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. ตัวเรือนผลิตจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold ประกอบกับรูปทรงของตัวเรือนที่เป็นแบบ bassiné โดยฐานตัวเรือนจะค่อยๆ แคบลงเมื่อเทียบกับขอบเบเซลแบบโค้งโดมขัดเงา นี่คือลักษณะเดียวกับที่ใช้ใน L.U.C Lunar One และ L.U.C Flying T Twin Perpetual ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยหน้าปัดสีน้ำเงิน Frosted Blue ซึ่งมีพื้นผิวแบบ frosted texture ให้ความรู้สึกหรูหราและมีเอกลักษณ์ หลักชั่วโมงออกแบบเป็นลาย Herringbone ทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K ส่วนตัวเข็มชั่วโมงและนาทีทรง Dauphine fusée ผลิตจากทองคำโรสโกลด์ 18K เข็มแสดงวินาทีขนาดเล็กและเข็มวันที่ออกแบบเป็นทรงแท่ง (baton-type) และทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K เช่นกัน
ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L.U.C Quattro
- รหัส: 161954-5001
- กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 98.09-L สำรองพลังงาน 216 ชั่วโมง (9 วันเต็ม)
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาทีกลาง วันที่ และพลังงานสำรองที่ฝาหลัง
- ตัวเรือน: ขนาด 39 มม. x 10.4 มม. ผลิตจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold กันน้ำลึก 30 เมตร
- หน้าปัด: พื้นผิวเกล็ดน้ำแข็ง (Frosted-textured) สี น้ำเงินเข้มแบบกัลวาไนซ์ หลักชั่วโมงลาย Herringbone และเข็มทรง Dauphine fusée ทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K
- สายนาฬิกา: สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเย็บมือ พร้อมการตัดเย็บแบบ tone-on-tone หรือสายหนังลูกวัวสีน้ำตาล พร้อมตะเข็บสีเบจตัวล็อกแบบ Pin Buckle ทำจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold

L’Heure du Diamant Moonphase
เฉลิมฉลองอย่างสมเกียรติในปีนี้จากคอลเลกชันเรือนเวลาสุดหรูระดับ haute joaillerie ของ Chopard ด้วยการเปิดตัว L’Heure du Diamant Moonphase ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์นี้มาพร้อมกับ complication หรือกลไกพิเศษ ซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ Chopard ที่ได้พัฒนา Calibre 09.01-C กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งมีขนาดเพียง 20.40 มม. x 4.6 มม.
และนอกจากความพิเศษของกลไกแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งในไฮไลต์ของ L’Heure du Diamant Moonphase เรือนนี้ นั่นก็คือหน้าปัดแสดงข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase Display) ที่ถูกออกแบบให้เหมือนผืนฟ้ายามค่ำคืน แผ่นดิสก์แสดงข้างขึ้นข้างแรมผลิตจากแก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม (Blue Aventurine Glass) ซึ่งมีลวดลายละม้ายคล้ายดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า
ส่วนของดวงจันทร์ที่อยู่บนหน้าปัดทำจากทองคำขาว 18K สร้างความน่าสนใจ และความโดดเด่นให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้อย่างงดงาม และที่สำคัญ มันเป็น Astronomical Moonphase ที่ให้ความแม่นยำสูงมาก โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งวันในทุกๆ 122 ปี และส่วนของหน้าปัดหลักของนาฬิกานั้น ใช้แก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม เฉกเช่นเดียวกันกับดิสก์ Moonphase ให้สัมผัสราวกับท้องฟ้ากลางคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

มาถึงหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ L’Heure du Diamant Moonphase เรือนนี้นั้นงดงามเป็นพิเศษ นั่นก็คือการประดับเพชรสุดประณีต ซึ่งถูกบรรจงตกแต่งบนขอบตัวเรือน และขาตัวเรือนด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Crown Setting เทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chopard ที่ช่วยให้เพชรสามารถกระจายแสงได้สูงสุด ทำให้เกิดประกายไฟที่เจิดจ้า
โดยเพชรเม็ดเล็กๆ ถูกจัดวางลงบนหน้าปัด และดิสก์แสดงข้างขึ้นข้างแรม สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า หลักชั่วโมงถูกประดับด้วยเพชรทรงกลมเจียระไนแบบ Brilliant-Cut มอบกลิ่นอายของความโมเดิร์นเล็กๆ ที่เข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L’Heure du Diamant Moonphase
รหัส: 139445-1001
กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 09.02-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase)
ตัวเรือน: ขนาด 35.75 มม. x 9.6 มม. ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: ผลิตจาก แก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue Aventurine Glass) เข็มชั่วโมงและนาทีทรงกรวย (Cone-Shaped Hands) เคลือบโรเดียม ประดับเพชรบน หลักชั่วโมง และดิสก์ Moonphase
สายนาฬิกา: สายหนังจระเข้สีน้ำเงินกรมท่า (Navy Blue Alligator Leather หัวเข็มขัดผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold ประดับเพชร
วางจำหน่ายเฉพาะที่: Chopard Boutique
L’Heure du Diamant 26mm
นาฬิกาที่สะท้อนความหรูหราผ่านศิลปะแห่งการประดับอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในครั้งนี้ Chopard ได้นำเสนอในรูปแบบที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยตัวเรือนทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ที่มาพร้อมหน้าปัดหินธรรมชาติหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหอยมุกขาว โอนิกซ์ โอปอล คาร์เนเลียน อะเกต และโรสควอตซ์ รวมทั้งหมดถึง 12 สไตล์ ราวกับเป็นตัวแทนของแต่ละเดือนในหนึ่งปี

ดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบให้สามารถจับคู่ได้ทั้งกับสายหนังสีสันสดใส หรือสายโลหะ Chopard Signature Bracelet ที่มาพร้อมลวดลาย ‘Bark-Type’ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้นาฬิการุ่นน้ำสะท้อนถึงความสนุกสนานที่ไม่ได้ทิ้งหรูหราที่งดงามเหนือกาลเวลา ตอบโจทย์ทั้งสุภาพสตรีที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและนักสะสมที่หลงใหลในงานฝีมือระดับสูง

หัวใจสำคัญของ L’Heure du Diamant 26mm คือกลไกไขลานด้วยมือ Calibre L.U.C 10.01-C ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เล็กและบางที่สุดในโลก โดยมีขนาดเพียง 15.70 มิลลิเมตร และความหนาเพียง 2.90 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมพลังงานสำรองนานถึง 45 ชั่วโมง นับเป็นกลไกที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับนาฬิกาจิวเวลรี่ชั้นสูงที่ต้องการความประณีตในทุกดีเทลองค์ประกอบ
ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L’Heure du Diamant 26mm
รหัส: 10A178-1301
กลไก: ไขลานอัตโนมัติ Calibre L.U.C 10.01-C สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาที
ตัวเรือน: ขนาด 26 มม. x 9 มม. ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold เม็ดมะยมประดับ เพชรเจียระไนทรง Briolette เพิ่มความหรูหรา กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: ผลิตจาก เปลือกหอยมุกขาว (White Mother-of-Pearl) เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบโรเดียม (Rhodium-Plated Hands)
สายนาฬิกา: Chopard Signature Bracelet ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold
วางจำหน่ายเฉพาะที่: Chopard Boutique Exclusive

Happy Sport 33mm
เรือนเวลาระดับไอคอนิกของ Chopard ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีเสน่ห์อันหอมหวานยิ่งขึ้นในปีนี้ โดยการนำ Lepidolite มาใช้เป็นหน้าปัด หินธรรมชาติที่เปล่งประกายเฉดสีม่วงลาเวนเดอร์อ่อน ผสานความแวววาวดุจไข่มุกและลวดลายธรรมชาติที่สะท้อนเฉดสีไลแลค ม่วงอ่อน สีพลัม และสีม่วงเข้มได้อย่างงดงามน่าประทับใจ
แม้ว่าหน้าปัดหินธรรมชาติกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา แต่ Lepidolite กลับไม่ใช่วัสดุที่พบได้ทั่วไป ทำให้ Happy Sport 33mm มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่านาฬิกาเรือนเวลาใด ๆ
นาฬิการุ่นนี้ ผลิตเพียง 25 เรือนเท่านั้น ตัวเรือนทำจาก Ethical 18K Rose Gold ให้อารมณ์ของความหรูหราที่แสนหวาน โดดเด่นด้วยเพชรกลิ้งได้ห้ากะรัตบนหน้าปัด (Dancing Diamonds) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Happy Sport เสริมด้วยขอบตัวเรือนที่ประดับเพชรน้ำงามเต็มพื้นที่ เปล่งประกายเจิดจรัสในทุกมุมมอง
ข้อมูลทางเทคนิค
Happy Sport 33mm
รหัส: 275378-5010
กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre L.U.C 09.01-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงเวลา ชั่วโมง นาที และวินาทีตัวเรือน: ขนาด 33 มม. หนา 10.98 มม. / ทองคำชมพู Ethical 18K Rose Gold พร้อมเม็ดมะยมเจียระไนแบบเหลี่ยมฝังอเมทิสต์ / กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: Lepidolite ประดับเพชรกลิ้งได้ 5 เม็ด (Dancing Diamonds) / ตัวเลขโรมันเคลือบสีทอง / กรอบนาทีแบบรางรถไฟสีขาว / เข็มชั่วโมงและนาทีทรงกรวยเคลือบสีทอง / เข็มวินาทีทรง Baton-Type เคลือบสีทอง
สายนาฬิกา: หนังจระเข้เคลือบเงาสีม่วงไลแลค พร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุดทำจากทองคำชมพู Ethical 18K Rose Gold
จำนวนจำกัด: ผลิตเพียง 25 เรือน จำหน่ายเฉพาะที่บูติก Chopard
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ / ที่มา: RevolutionWatch

