No menu items!

Chopard at Watches & Wonders 2025

Date:

Chopard at Watches & Wonders 2025: เรือนเวลาสปอตไลต์อันงามสง่า

WORDS Celine Yap

งาน Watches & Wonders 2025 ครั้งนี้ นำพาเราไปสัมผัสกับแก่นแท้ของ Chopard ผ่านนาฬิการุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและจิตวิญญาณของแบรนด์ พร้อมกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับวงการนาฬิกา ทุกเรือนเวลาได้ส่องประกายแห่งอัตลักษณ์ด้านการผลิตนาฬิกาของ Chopard ที่เติบโตอย่างมั่นคงและสง่างามขึ้นเรื่อยๆ

โดยความพิเศษของในปีนี้จะเทไปที่คอลเลกชัน L.U.C ซึ่งไม่เคยดูน่าหลงใหลเท่านี้มาก่อน กลายเป็นคอลเลกชั่นที่ดึงดูดใจเหล่านักสะสม ทั้งในแง่ของความซับซ้อนทางเทคนิคและเสน่ห์แห่งการสร้างสรรค์งานศิลป์ ส่วน Alpine Eagle ก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญลักษณ์แห่งวิสัยทัศน์ของการผลิตนาฬิกา และสายสัมพันธ์ข้ามรุ่นของตระกูล Scheufele

นอกจากนี้ Happy Sport ก็ยังคงรักษาจุดยืนที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมนี้ไว้ได้อย่างงดงาม และปิดท้ายด้วย L’Heure du Diamant ก็กำลังก้าวขึ้นมาอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์เป็นครั้งแรก

Chopard at Watches & Wonders 2025
รุ่นแพลตตินัมรุ่นแรกในตระกูล Alpine Eagle
Chopard at Watches & Wonders 2025
คาลิเบอร์ 96.42-L มีความสูง 3.3 มม.

Alpine Eagle ตัวเรือนแพลทินัม

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2019 Alpine Eagle ก็ได้กลายเป็นตัวแทนของนิยามใหม่แห่งนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรี่สมัยใหม่ของ Chopard นับตั้งแต่นั้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา คอลเลกชันนี้ได้รับการพัฒนาออกมาหลายเวอร์ชัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านวัสดุตัวเรือน ขนาดตัวเรือน สีของหน้าปัด หรือแม้แต่การประดับอัญมณี

ซึ่งหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดสร้างสรรค์ของ Alpine Eagle คือ Caroline-Marie Scheufele ผู้เป็นตัวแทนรุ่นที่สามของตระกูล Scheufele ร่วมกับพี่ชายของเธอ Karl-Fritz ความผูกพันทางสายเลือดและจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นี้ ทำให้ Alpine Eagle เป็นคอลเลกชันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นนาฬิกาที่มีเพียงธุรกิจครอบครัวอย่าง Chopard เท่านั้นที่สามารถรังสรรค์ออกมาได้

Chopard at Watches & Wonders 2025

เริ่มต้นการสำรวจนาฬิการุ่นใหม่จาก Chopard Watches & Wonders ปีนี้ด้วย Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นแรกในคอลเลกชันนี้ที่ใช้ตัวเรือนแพลตตินัม แม้ว่า Chopard จะเคยนำวัสดุนี้มาใช้กับรุ่น L.U.C มาก่อนแล้วก็ตาม

โดยทางแบรนด์เลือกใช้แพลตตินัมบริสุทธิ์ระดับ 950 platinum ซึ่งเป็นเกรดสูงสุดที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม ความโดดเด่นของแพลตตินัมคือโทนสีเงินขาวธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกที่หรูหรากว่าทองคำขาวชุบโรเดียม ซึ่งจะมีความขาวสว่างมากกว่า ดังนั้นแบรนด์นาฬิกาชั้นนำจึงมักสร้างจุดแตกต่างให้ชัดเจนระหว่างรุ่นที่ใช้แพลตตินัมและทองคำขาว

และโดยปกติแล้ว แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจะกำหนดเอกลักษณ์เฉพาะให้กับนาฬิการุ่นที่ทำจากแพลตตินัม ตัวอย่างเช่น Patek Philippe ซึ่งมักประดับเพชรรูปทรงกลมหนึ่งเม็ดไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาของตัวเรือนแพลตตินัม แต่สำหรับ Chopard แล้วใช้สัญลักษณ์รูป ผึ้ง

โดยตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นาฬิกาแพลตตินัมทุกเรือนจาก Chopard จะได้รับการสลักสัญลักษณ์รูป ผึ้ง ซึ่งเปรียบเสมือนตราประทับของผู้สร้าง หรือเครื่องหมายลับที่รู้กันเฉพาะผู้ครอบครองนาฬิกาแพลตตินัมของ Chopard เท่านั้น

สาเหตุที่ต้องเป็นผึ้งนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ยุคของ Louis-Ulysse Chopard ในศตวรรษที่ 19 ผึ้งได้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของโรงงานผลิตนาฬิกาแห่งนี้

เพราะผึ้งเป็นสัตว์ที่ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และถ่อมตัว อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว คุณลักษณะเหล่านี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Chopard ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของนาฬิกาแพลตตินัมจาก Chopard อยู่แล้ว สามารถเลือกให้สลักตราสัญลักษณ์ผึ้งนี้ได้เมื่อส่งนาฬิกากลับมาเข้ารับบริการที่ศูนย์

Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum มาพร้อมหน้าปัดเฉดสีใหม่ที่ทาง Chopard ตั้งชื่อว่า Shades of Ice ซึ่งเป็นโทนสีฟ้ากราเดี้ยนที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นราวกับธารน้ำแข็งยามต้องแสงอาทิตย์สดใส สีจะอ่อนลงตรงกึ่งกลางหน้าปัดและเข้มขึ้นบริเวณขอบ ทำให้ดูมีมิติน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ตัวเรือนที่บางเพียง 8 มม. และสายแพลตตินัมที่ออกแบบมาอย่างประณีต มอบสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเมื่อสวมใส่บนข้อมือ

ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard Alpine Eagle 41 XPS CS Platinum
  • รหัสรุ่น: 295396-9001
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 96.42-L สำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
  • ตัวเรือน: ขนาด 41 มม. x 8 มม. ผลิตจาก 950 platinum กันน้ำลึก 100 เมตร
  • หน้าปัด: สีฟ้า Shades of Ice พื้นผิวปั๊มลาย Eagle’s Iris เข็มชั่วโมงและนาทีทรงแท่งทำจากทองคำขาวที่ได้จากแหล่งที่มี Ethical white gold เคลือบสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova มาร์กเกอร์ชั่วโมงแบบติดตั้งบนพื้นหน้าปัดพร้อมสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova เข็มวินาทีปลายลูกศรพร้อมตุ้มถ่วงลายขนนกอินทรี (Eagle’s Feather counterweight)
  • สายนาฬิกา: สายแพลตตินัม 950 platinum ออกแบบแบบเรียว ไล่ระดับด้วยข้อต่อขัดด้านขนาดใหญ่และขอบข้างขัดเงา พร้อมบานพับสามทบ (triple folding clasp) พร้อมปุ่มกดนิรภัยใน 950 platinum และกลไกล็อคในทองคำขาวที่ได้จากแหล่งที่มี ethical white gold blades
  • การวางจำหน่าย: จำหน่ายเฉพาะที่บูติกของ Chopard
Chopard at Watches & Wonders 2025
Alpine Eagle 33 สองโทนสีแรกจาก Lucent Steel และเยลโลว์โกลด์

ในปีนี้ Chopard Watches & Wonders ได้นำเสนอรุ่นใหม่อย่าง Alpine Eagle 33 ในตัวเรือนสองโทนสีที่ผสานระหว่าง Lucent Steel และ Yellow Gold อย่างงดงาม พร้อมด้วยประกายเพชรที่ช่วยเพิ่มความเจิดจรัสให้กับเรือนเวลาเรือนนี้ โดยAlpine Eagle 33 ใหม่นี้ใช้ Lucent Steel โลหะผสมสเตนเลสสตีลที่ Chopard พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเป็นโลหะที่มีความบริสุทธิ์สูง ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 80% และผ่านกระบวนการกลั่นขั้นสูงเพื่อให้ได้ประกายแวววาวที่โดดเด่นทัดเทียมได้กับทองคำขาว

Chopard at Watches & Wonders 2025
คาลิเบอร์ 09.01-C หนึ่งในกลไกไขลานอัตโนมัติที่เล็กที่สุดในปัจจุบัน

ตัวเรือนของนาฬิกาเรือนนี้นำเสนอความงามของสองพื้นผิวอย่างลงตัว โดย Lucent Steel ได้รับการขัดลายเส้นแนวตั้งเพื่อสร้างมิติทางสายตาให้แตกต่างจากพื้นผิว ethical yellow gold 18K บริสุทธิ์ขัดเงา ซึ่งช่วยเน้นความหรูหราอย่างมีระดับ และเพิ่มดีกรีความลักซูรี่ด้วยขอบตัวเรือนและมาร์กเกอร์ชั่วโมงที่ประดับเพชร

เสริมความเจิดจรัสให้กับดีไซน์ของนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เข้าคู่กับหน้าปัดโทนสีเทาอ่อนที่เรียกว่า Vals Grey และยังคงลวดลาย Eagle’s Iris ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชัน Alpine Eagle นี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 09.01-C ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกอัตโนมัติที่เล็กที่สุดในอุตสาหกรรมและได้รับการรับรองความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer

ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard Alpine Eagle 33
  • รหัส: 298617-4001
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre 09.01-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
  • ตัวเรือน: ขนาด 33 มม. x 7.95 มม. ผลิตจาก Lucent Steel และทองคำเหลือง 18K ethical yellow gold กันน้ำลึก 50 เมตร
  • หน้าปัด: สีเทา Vals Grey พื้นผิวปั๊มลาย Eagle’s Iris เข็มชั่วโมงและนาทีทรงแท่งเคลือบทอง (Gilded baton-type hands) พร้อมสารเรืองแสง Grade X1 SuperLuminova มาร์กเกอร์ชั่วโมงประดับเพชร ตัวเลขแบบติดตั้งบนพื้นหน้าปัดเคลือบทอง เข็มวินาทีปลายลูกศรเคลือบทอง พร้อมตุ้มถ่วงลายขนนกอินทรี (Eagle’s Feather counterweight)
  • สายนาฬิกา: สาย Lucent Steel พร้อมข้อต่อกลางทำจากทองคำเหลือง 18K ethical yellow gold มาพร้อมบานพับแบบสามทบ (triple folding clasp)
Chopard at Watches & Wonders 2025
LUC Quattro ครบรอบ 25 ปี

L.U.C Quattro นำเสนอเรือนเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของกลไก Quattro ด้วยการเปิดตัวตัวเรือนดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความงามแบบร่วมสมัยของคอลเลกชัน L.U.C รุ่นล่าสุด ด้วยโครงสร้างกระปุกลานสี่ลูกที่เชื่อมต่อกันเป็นคู่แบบ series-coupled barrels รวมความยาวของสปริงทั้งหมดถึง 1.885 เมตร

ทำให้ Quattro เป็นกลไกแรกและกลไกเดียวในโลกที่มีรูปแบบเช่นนี้ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 216 ชั่วโมง หรือ 9 วันเต็ม พร้อมส่งกำลังไปยังจักรกรอกอย่างสม่ำเสมอ (constant force) เพื่อให้เดินเที่ยงตรงตลอดระยะเวลาการใช้งาน

Chopard at Watches & Wonders 2025
LUC Quattro 25th Anniversary พร้อมสายหนังลูกวัวสีน้ำตาล

กลไก L.U.C Calibre 98.01-L เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 นับเป็นกลไกลำดับที่สองที่พัฒนาโดยโรงงานผลิตกลไกของ Chopard หลังจาก Calibre 96.01-L โดยมีเป้าหมายเพื่อยืดระยะเวลาการสำรองพลังงานให้ยาวนานขึ้น โดยไม่เพิ่มความสูงของกลไกหรือลดทอนความสวยงามของสถาปัตยกรรมกลไก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการพัฒนากลไกรุ่น Quattro ในรูปแบบต่างๆ และในปีนี้ Calibre 98.09-L ได้รับการออกแบบใหม่ โดยย้ายการแสดงพลังงานสำรองไปไว้บนสะพานจักรกลไก ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากฝาหลังแบบใส ทำให้หน้าปัดมีพื้นที่มากพอสำหรับการเพิ่มหน้าต่างแสดงวันที่แบบเข็มขนาดเล็ก (small running seconds)

Chopard at Watches & Wonders 2025
อัปเดตขนาด 98.09-L

จุดเด่นสำคัญของ L.U.C Quattro รุ่นนี้คือ ตัวเรือนดีไซน์ใหม่ที่เพรียวบางกว่าที่เคย ด้วยความหนาเพียง 10.4 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. ตัวเรือนผลิตจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold ประกอบกับรูปทรงของตัวเรือนที่เป็นแบบ bassiné โดยฐานตัวเรือนจะค่อยๆ แคบลงเมื่อเทียบกับขอบเบเซลแบบโค้งโดมขัดเงา นี่คือลักษณะเดียวกับที่ใช้ใน L.U.C Lunar One และ L.U.C Flying T Twin Perpetual ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยหน้าปัดสีน้ำเงิน Frosted Blue ซึ่งมีพื้นผิวแบบ frosted texture ให้ความรู้สึกหรูหราและมีเอกลักษณ์ หลักชั่วโมงออกแบบเป็นลาย Herringbone ทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K ส่วนตัวเข็มชั่วโมงและนาทีทรง Dauphine fusée ผลิตจากทองคำโรสโกลด์ 18K เข็มแสดงวินาทีขนาดเล็กและเข็มวันที่ออกแบบเป็นทรงแท่ง (baton-type) และทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K เช่นกัน

ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L.U.C Quattro
  • รหัส: 161954-5001
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 98.09-L สำรองพลังงาน 216 ชั่วโมง (9 วันเต็ม)
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาทีกลาง วันที่ และพลังงานสำรองที่ฝาหลัง
  • ตัวเรือน: ขนาด 39 มม. x 10.4 มม. ผลิตจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold กันน้ำลึก 30 เมตร
  • หน้าปัด: พื้นผิวเกล็ดน้ำแข็ง (Frosted-textured) สี น้ำเงินเข้มแบบกัลวาไนซ์ หลักชั่วโมงลาย Herringbone และเข็มทรง Dauphine fusée ทำจากทองคำโรสโกลด์ 18K
  • สายนาฬิกา: สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเย็บมือ พร้อมการตัดเย็บแบบ tone-on-tone หรือสายหนังลูกวัวสีน้ำตาล พร้อมตะเข็บสีเบจตัวล็อกแบบ Pin Buckle ทำจาก ทองคำโรสโกลด์ 18K Ethical Gold
Chopard at Watches & Wonders 2025

L’Heure du Diamant Moonphase

เฉลิมฉลองอย่างสมเกียรติในปีนี้จากคอลเลกชันเรือนเวลาสุดหรูระดับ haute joaillerie ของ Chopard ด้วยการเปิดตัว L’Heure du Diamant Moonphase ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์นี้มาพร้อมกับ complication หรือกลไกพิเศษ ซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ Chopard ที่ได้พัฒนา Calibre 09.01-C กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งมีขนาดเพียง 20.40 มม. x 4.6 มม.

และนอกจากความพิเศษของกลไกแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งในไฮไลต์ของ L’Heure du Diamant Moonphase เรือนนี้ นั่นก็คือหน้าปัดแสดงข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase Display) ที่ถูกออกแบบให้เหมือนผืนฟ้ายามค่ำคืน แผ่นดิสก์แสดงข้างขึ้นข้างแรมผลิตจากแก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม (Blue Aventurine Glass) ซึ่งมีลวดลายละม้ายคล้ายดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า

ส่วนของดวงจันทร์ที่อยู่บนหน้าปัดทำจากทองคำขาว 18K สร้างความน่าสนใจ และความโดดเด่นให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้อย่างงดงาม และที่สำคัญ มันเป็น Astronomical Moonphase ที่ให้ความแม่นยำสูงมาก โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งวันในทุกๆ 122 ปี และส่วนของหน้าปัดหลักของนาฬิกานั้น ใช้แก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม เฉกเช่นเดียวกันกับดิสก์ Moonphase ให้สัมผัสราวกับท้องฟ้ากลางคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

Chopard at Watches & Wonders 2025
ขนาดลำกล้อง 09.02-L

มาถึงหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ L’Heure du Diamant Moonphase เรือนนี้นั้นงดงามเป็นพิเศษ นั่นก็คือการประดับเพชรสุดประณีต ซึ่งถูกบรรจงตกแต่งบนขอบตัวเรือน และขาตัวเรือนด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Crown Setting เทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chopard ที่ช่วยให้เพชรสามารถกระจายแสงได้สูงสุด ทำให้เกิดประกายไฟที่เจิดจ้า

โดยเพชรเม็ดเล็กๆ ถูกจัดวางลงบนหน้าปัด และดิสก์แสดงข้างขึ้นข้างแรม สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า หลักชั่วโมงถูกประดับด้วยเพชรทรงกลมเจียระไนแบบ Brilliant-Cut มอบกลิ่นอายของความโมเดิร์นเล็กๆ ที่เข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว

ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L’Heure du Diamant Moonphase

รหัส: 139445-1001
กลไก: อัตโนมัติ Calibre L.U.C 09.02-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase)
ตัวเรือน: ขนาด 35.75 มม. x 9.6 มม. ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: ผลิตจาก แก้วอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue Aventurine Glass) เข็มชั่วโมงและนาทีทรงกรวย (Cone-Shaped Hands) เคลือบโรเดียม ประดับเพชรบน หลักชั่วโมง และดิสก์ Moonphase
สายนาฬิกา: สายหนังจระเข้สีน้ำเงินกรมท่า (Navy Blue Alligator Leather หัวเข็มขัดผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold ประดับเพชร
วางจำหน่ายเฉพาะที่: Chopard Boutique

L’Heure du Diamant 26mm

นาฬิกาที่สะท้อนความหรูหราผ่านศิลปะแห่งการประดับอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในครั้งนี้ Chopard ได้นำเสนอในรูปแบบที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยตัวเรือนทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ที่มาพร้อมหน้าปัดหินธรรมชาติหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหอยมุกขาว โอนิกซ์ โอปอล คาร์เนเลียน อะเกต และโรสควอตซ์ รวมทั้งหมดถึง 12 สไตล์ ราวกับเป็นตัวแทนของแต่ละเดือนในหนึ่งปี

Chopard at Watches & Wonders 2025
L’Heure du Diamant 26 มม. พร้อมมุกสีขาวในตัวเรือนไวท์โกลด์

ดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบให้สามารถจับคู่ได้ทั้งกับสายหนังสีสันสดใส หรือสายโลหะ Chopard Signature Bracelet ที่มาพร้อมลวดลาย ‘Bark-Type’ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้นาฬิการุ่นน้ำสะท้อนถึงความสนุกสนานที่ไม่ได้ทิ้งหรูหราที่งดงามเหนือกาลเวลา ตอบโจทย์ทั้งสุภาพสตรีที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและนักสะสมที่หลงใหลในงานฝีมือระดับสูง

Chopard at Watches & Wonders 2025
คาลิเบอร์ 10.01-C กลไกไขลานด้วยมือ

หัวใจสำคัญของ L’Heure du Diamant 26mm คือกลไกไขลานด้วยมือ Calibre L.U.C 10.01-C ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เล็กและบางที่สุดในโลก โดยมีขนาดเพียง 15.70 มิลลิเมตร และความหนาเพียง 2.90 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมพลังงานสำรองนานถึง 45 ชั่วโมง นับเป็นกลไกที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับนาฬิกาจิวเวลรี่ชั้นสูงที่ต้องการความประณีตในทุกดีเทลองค์ประกอบ

ข้อมูลทางเทคนิค
Chopard L’Heure du Diamant 26mm

รหัส: 10A178-1301
กลไก: ไขลานอัตโนมัติ Calibre L.U.C 10.01-C สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาที
ตัวเรือน: ขนาด 26 มม. x 9 มม. ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold เม็ดมะยมประดับ เพชรเจียระไนทรง Briolette เพิ่มความหรูหรา กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: ผลิตจาก เปลือกหอยมุกขาว (White Mother-of-Pearl) เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบโรเดียม (Rhodium-Plated Hands)
สายนาฬิกา: Chopard Signature Bracelet ผลิตจาก ทองคำขาว 18K Ethical Gold
วางจำหน่ายเฉพาะที่: Chopard Boutique Exclusive

Chopard at Watches & Wonders 2025
Happy Sport 33 หน้าปัดเลพิโดไลต์สีลาเวนเดอร์

Happy Sport 33mm

เรือนเวลาระดับไอคอนิกของ Chopard ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีเสน่ห์อันหอมหวานยิ่งขึ้นในปีนี้ โดยการนำ Lepidolite มาใช้เป็นหน้าปัด หินธรรมชาติที่เปล่งประกายเฉดสีม่วงลาเวนเดอร์อ่อน ผสานความแวววาวดุจไข่มุกและลวดลายธรรมชาติที่สะท้อนเฉดสีไลแลค ม่วงอ่อน สีพลัม และสีม่วงเข้มได้อย่างงดงามน่าประทับใจ

แม้ว่าหน้าปัดหินธรรมชาติกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา แต่ Lepidolite กลับไม่ใช่วัสดุที่พบได้ทั่วไป ทำให้ Happy Sport 33mm มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่านาฬิกาเรือนเวลาใด ๆ

นาฬิการุ่นนี้ ผลิตเพียง 25 เรือนเท่านั้น ตัวเรือนทำจาก Ethical 18K Rose Gold ให้อารมณ์ของความหรูหราที่แสนหวาน โดดเด่นด้วยเพชรกลิ้งได้ห้ากะรัตบนหน้าปัด (Dancing Diamonds) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Happy Sport เสริมด้วยขอบตัวเรือนที่ประดับเพชรน้ำงามเต็มพื้นที่ เปล่งประกายเจิดจรัสในทุกมุมมอง

ข้อมูลทางเทคนิค
Happy Sport 33mm

รหัส: 275378-5010
กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre L.U.C 09.01-C สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: แสดงเวลา ชั่วโมง นาที และวินาทีตัวเรือน: ขนาด 33 มม. หนา 10.98 มม. / ทองคำชมพู Ethical 18K Rose Gold พร้อมเม็ดมะยมเจียระไนแบบเหลี่ยมฝังอเมทิสต์ / กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: Lepidolite ประดับเพชรกลิ้งได้ 5 เม็ด (Dancing Diamonds) / ตัวเลขโรมันเคลือบสีทอง / กรอบนาทีแบบรางรถไฟสีขาว / เข็มชั่วโมงและนาทีทรงกรวยเคลือบสีทอง / เข็มวินาทีทรง Baton-Type เคลือบสีทอง
สายนาฬิกา: หนังจระเข้เคลือบเงาสีม่วงไลแลค พร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุดทำจากทองคำชมพู Ethical 18K Rose Gold
จำนวนจำกัด: ผลิตเพียง 25 เรือน จำหน่ายเฉพาะที่บูติก Chopard

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

ภาพ / ที่มา: RevolutionWatch

Share post:

More like this

ความเรียบง่าย  ฟังก์ชัน และงานฝีมืออันเป็นเลิศ Laurent Ferrier Classic Auto Horizon

เจาะลึกรายละเอียดน่าสนใจใน Laurent Ferrier Classic Auto Horizon นับตั้งแต่ Laurent Ferrier ได้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาอิสระโดยใช้ชื่อของตัวเองที่นครเจนีวา...

H. Moser & Cie. อัพเดตคอลเลกชัน Streamliner ด้วยนาฬิกาโครโนกราฟ 2 เวอร์ชัน

H. Moser & Cie. Streamliner Flyback Chronograph Automatic Frozen ความมินิมัลนั้นกลายเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา...

การกลับมาของ Frederique Constant Classic QP พร้อมดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยความประณีต

Frederique Constant เปิดตัว Classic Perpetual Calendar รุ่นใหม่ที่ Watches and Wonders 2025 พร้อมการปรับดีไซน์ที่ละเอียดอ่อนและกลไก FC-776 automatic movement ที่ให้ความเสถียรและน่าเชื่อถือมากขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานจริงด้วยพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง

Alpina เปิดตัวสุดยอดนาฬิกาที่จะสะกดทุกสายตาในงาน Watches and Wonders 2025 

Alpina เปิดตัวสองรุ่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจในงาน Watches and Wonders 2025 ซึ่งรวมถึง Alpiner Extreme Automatic Ice Blue และ Alpina Heritage Tropic-Proof Handwinding ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบคลาสสิกในปี 1965 พร้อมกับการพัฒนาและฟีเจอร์ที่ทันสมัย