รอยจารึกแห่งแสงสว่าง เมื่อ Cartier รังสรรค์เวลาด้วยจิตวิญญาณช่างอัญมณี

Date:

เรื่องราวของ 5 เรือนเวลาอัญมณีชิ้นเอกจาก Cartier

เมื่อคาร์เทียร์ ตัดสินใจนำ “สายตาของช่างอัญมณี” มาเป็นหัวใจในการรังสรรค์เรือนเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือการนำนาฬิกามาประดับเพชร หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งอัญมณีเข้ากับศาสตร์แห่งเวลาจนกลายเป็นชิ้นงานที่แยกกันไม่ออก คอลเลกชันนี้ประกอบด้วย 5 เรือนเวลาที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความเชี่ยวชาญของเมซงผ่าน 3 บทตอนสำคัญ

ความเลอค่าที่เหนือกาลเวลา เรื่องราว 5 เรือนเวลาอัญมณีชิ้นเอก

ในโลกของคาร์เทียร์ เส้นแบ่งระหว่างเรือนเวลาและอัญมณีมักจะเลือนลางจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน คอลเลกชันล่าสุดนี้คือการพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 1910 โดยเมซงได้หยิบยกดีไซน์คลาสสิกมาตีความใหม่ผ่าน “สายตาของช่างอัญมณี” จนเกิดเป็นผลงาน 5 รุ่นที่เปี่ยมด้วยพลัง

บทที่ 1: ศิลปะแห่งความโค้งมนกับ Baignoire Bangle (1 รุ่น)

เริ่มต้นด้วยเรือนเวลา เบญนัวร์ (Baignoire) แบบกำไลข้อมือที่เผยโฉมครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ครั้งนี้ถูกนำมาเพิ่มความล้ำค่าด้วยเพชรเจียระไนเหลี่ยมเกสรถึง 551 เม็ด โดยแบ่งเป็น 380 เม็ดบนสายกำไลที่โค้งมน และอีก 171 เม็ดบนตัวเรือนทรงวงรี การฝังอัญมณีนี้ต้องใช้เวลาและความชำนาญกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้ประกายเพชรล้อไปกับเข็มรูปดาบสีน้ำเงินภายใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีเพชรอีก 1 เม็ดประดับเด่นอยู่ที่เม็ดมะยม

บทที่ 2: ริบบิ้นแห่งแสงสไตล์อาร์ตเดโค (2 รุ่น)

ถัดมาคือเรือนเวลาทรง แปดเหลี่ยม (Octagonal) ที่ล้อมรอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่น ที่เน้นความระยิบระยับของเพชรล้วน จุดเด่นอยู่ที่สายนาฬิกาซึ่งพลิ้วไหวราวกับริบบิ้นผ้าไหม ประกอบขึ้นจากข้อต่อเรขาคณิตหลากหลายรูปทรง ช่างอัญมณีใช้เวลากว่า 30 ชั่วโมงในการฝังเพชรด้วยเทคนิค เกรนเซตติ้ง (grain setting) ทรงสามเหลี่ยม และ คัตดาวน์เซตติ้ง (cut-down setting) เพื่อให้แสงสะท้อนต่อเนื่องกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดบนหน้าปัดซันเรย์สีเงิน

บทที่ 3: พลังแห่งสีสันจากมรกตและโอนิกซ์ (2 รุ่น)

ปิดท้ายด้วยเรือนเวลาอีก 2 รุ่น ที่นำคู่สีในตำนานของคาร์เทียร์อย่าง “สีเขียวและสีดำ” มาใช้ผ่านมรกตและโอนิกซ์ เพื่อสร้างมิติและความทันสมัยตามแบบฉบับอาร์ตเดโค ช่างฝีมือต้องเจียระไนเหลี่ยมมุมของโอนิกซ์อย่างพิถีพิถันเพื่อนำมาตกแต่งขอบตัวเรือน ความเงางามสีเข้มของโอนิกซ์ตัดกับสีเขียวสดของมรกตและประกายเพชร ช่วยขับเน้นลวดลายรัศมีบนหน้าปัดสีเงินให้ดูโดดเด่นและมีชั้นเชิง

สิ่งที่เรือนเวลาทั้ง 5 รุ่นนี้มีร่วมกันคือ “เม็ดมะยมล่องหน” เพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนเส้นสายอันอ่อนช้อย คาร์เทียร์จึงใช้กลไกพิเศษที่ต้องปรับตั้งเวลาผ่านเครื่องมือเฉพาะจากด้านหลังตัวเรือน และปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่เจียระไนเหลี่ยมมุม (facetted sapphire) ราวกับอัญมณีเม็ดงาม

ข้อมูลทางเทคนิค
  • รุ่นที่ Baignoire Bangle Watch
    • ตัวเรือนและสายไวท์โกลด์ 18K ประดับเพชรรวม 551 เม็ด (4.64 กะรัต) เม็ดมะยมประดับเพชร 1 เม็ด
  • รุ่นที่ Art Deco Geometry (Diamond Version)
    • ตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมล้อมหน้าปัดสี่เหลี่ยม สายไวท์โกลด์พลิ้วไหวประดับเพชรล้วน ใช้เวลาฝังอัญมณีกว่า 30 ชั่วโมงต่อเรือน
  • รุ่น Art Deco Geometry (Emerald & Onyx Version)
    • ประดับด้วยมรกต โอนิกซ์ และเพชร เจียระไนโอนิกซ์ตกแต่งขอบตัวเรือน หน้าปัดซันเรย์สีเงิน
  • จุดเด่นร่วมกัน: กระจกแซฟไฟร์เจียระไนเหลี่ยม เม็ดมะยมแบบล่องหน (Invisible Crown) ปรับตั้งเวลาจากด้านหลัง

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ไขปริศนาศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกายุคโบราณผ่านโปรเจ็กต์ Naissance d’une Montre ครั้งล่าสุดของ Ferdinand Berthoud
The Game Changers – ว่าด้วยนาฬิกาที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการนาฬิกาและนำพาศาสตร์แห่งการบอกเวลาเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – ฟรองซัวส์-โปล จูร์น (François-Paul Journe)

Share post:

More like this

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ