มากกว่านาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 7 รุ่น และผลงาน Rare Handcraft อันทรงคุณค่า และโซนอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับงาน Patek Philippe WATCH ART Grand Exhibition – Milan 2026 ที่คราวนี้ปักหมุดกรุงมิลานดินแดนแห่งศิลปะเป็นโลเกชันหลัก และสามารถดึงดูดเหล่าคนรักนาฬิกาและงานศิลปะจากทั่วโลกมารวมตัวกันได้อย่างคับคั่ง ภายในงานนิทรรศการในครั้งนี้แน่นอนว่าต้องมีการจัดแสดงผลงานชิ้นพิเศษสุด รวมถึงการเปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่หลายคนตั้งตารอ
คอลเลกชันปัจจุบันครบทุกรุ่น และชิ้นงาน Rare Handcrafts 25 ชิ้น
จำนวนกว่า 500 ชิ้นงานเรือนเวลา คือ ผลงานอันทรงคุณค่าของ Patek Philippe ที่เราจะได้ชมในงานนี้ นับตั้งแต่คอลเลกชันปัจจุบันทั้งหมดของ Patek Philippe ไปจนถึงนาฬิกาในทุกไลน์ของแบรนด์ ไล่เรียงไปตั้งแต่นาฬิการุ่นไอคอนิกไปจนถึง Grand Complication ที่มีกลไกซับซ้อนสูงสุด ทุกรุ่นล้วนยกขบวนมาให้ชมอย่างเต็มตาในงานนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่นี้





นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงาน Rare Handcrafts ที่ Patek Philippe อนุรักษ์และสืบสานผลงานช่างฝีมือมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น งานภาพวาดขนาดจิ๋วบนพื้นผิวอีนาเมล งานอีนาเมลเทคนิค Cloisonné ที่ทำได้ยากยิ่ง งานแกะสลักด้วยมือ งาน Micro Wood Marquetry ที่นำแผ่นไม้ชิ้นเล็กๆ มาต่อเป็นภาพบนหน้าปัดได้อย่างน่าทึ่ง ลวดลาย Guilloche ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือ และการประดับอัญมณี






สำหรับผลงาน Rare Handcrafts ที่นำมาจัดแสดงทั้งหมด 25 ชิ้น ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นงานหนึ่งเดียวในโลกและรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโต๊ะ นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาพก และนาฬิกาข้อมือ ที่ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอิตาเลียนอันรุ่มรวยด้วยมรดกทางศิลปะและทักษะงานฝีมืออันสืบทอดมายาวนาน นอกจากจะได้ชมชิ้นงานสุดตระการตาแล้วผู้เข้าชมยังมีโอกาสได้ชมการสาธิตฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญแบบสดๆ ซึ่งการเปิดเผยเบื้องหลังงานหัตถศิลป์ที่หาดูได้ยากนี้เป็นสิ่งที่แฟนๆ Patek Philippe ควรได้มาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง จึงจะได้รู้ว่ากว่าจะได้มาซึ่งรายละเอียดอันวิจิตรต้องใช้ความเพียรพยายามและความเชี่ยวชาญขั้นสูงสุด





Museum Piece ที่หาชมได้ยาก
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ใช่ว่าจะหาชมได้ง่ายๆ คือ 80 ผลงานเรือนเวลาจาก Patek Philippe Museum ในกรุงเจนีวา ซึ่งได้รับอนุญาตให้นำมาจัดแสดงที่มิลานเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ผลงานจาก Antique Collection ซึ่งครอบคลุมช่วงศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ประกอบไปด้วยนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รวมถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซในเชิงเทคนิคและสุนทรียศาสตร์ที่ไม่เพียงแต่งดงามวิจิตรแต่ยังเป็นดั่งวัตถุที่บันทึกประวัติศาสตร์ของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกา

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ถ่ายทอดมรดกอันยาวนานของ Patek Philippe อย่างนาฬิกาข้อมือ Perpetual Calendar เรือนแรกในปี 1925 (หมายเลข P-72) นาฬิกาข้อมือ World Time Ref. 1415 HU ปี 1948 (หมายเลข P-1026) และนาฬิกาพก Minute Repeater พร้อมพลังงานสำรอง 30 วันจากปี 1918 ซึ่งเคยเป็นของ James Ward Packard (หมายเลข P-1703)

และ Historical Owners โซนใหม่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ภายในโซนนี้ผู้เข้าชมจะได้ชื่นชมนาฬิกาจี้ที่มอบให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในงาน Great Exhibition ณ กรุงลอนดอนเมื่อปี 1851 (หมายเลข P-24) และนาฬิกาพกปี 1901 ที่ประดับภาพเหมือนของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 (หมายเลข P-62) รวมถึงนาฬิกาเรือนอื่นๆ ที่เคยเป็นของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์
มาสเตอร์พีซที่บรรจุกลไกชั้นเลิศ
อีกหนึ่งโซนจัดแสดงคอลเลกชันกลไกจำนวนมากที่ออกแบบและผลิตขึ้นโดย Patek Philippe ทั้งหมด โดยแบ่งพื้นที่สำหรับนำเสนอขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนของนาฬิกา และอีกส่วนสำหรับงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ยังอุทิศให้กับนาฬิกากลไกซับซ้อนสูง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของ Patek Philippe รวมถึงโซนสำหรับสุดยอดคอมพลิเคชันอย่าง Calibre 89 และ Star Caliber 2000


อีกหนึ่งไฮไลต์คือโซน ‘Master of Sound’ ซึ่งจัดแสดงนาฬิกาตีบอกเวลาด้วยเสียงอย่าง Patek Philippe Grandmaster Chime ซึ่งประกอบด้วย 20 คอมพลิเคชัน และ Sky Moon Tourbillon Ref. 6002R-001 ที่รวบรวม 12 คอมพลิเคชันไว้ในตัวเรือนโรสโกลด์แกะสลักด้วยมือ พร้อมตกแต่งด้วยเทคนิคงานหัตถศิลป์ชั้นสูงหลากหลายเทคนิคด้วยกัน
ไม่เพียงแต่ได้ชมผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่างเต็มอิ่ม ผู้ชมยังมีโอกาสพบกับช่างนาฬิการะดับปรมาจารย์ของ Patek Philippe ที่มาสาธิตการทำงานกับกลไกหลากหลายรูปแบบ ให้เราได้เข้าใจกระบวนการทำงานของกลไกได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Grand Exhibition ของ Patek Philippe นำสมบัติล้ำค่าจากคลังประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe มาจัดแสดงให้ชมกันอย่างใกล้ชิดเช่นนี้
ลิมิเต็ดเอดิชันที่หลายคนรอคอย
คราวนี้ Patek Philippe ได้เผยโฉมผลงานลิมิเต็ดเอดิชันอีก 7 รุ่นใหม่ด้วยกัน เริ่มจาก Instantaneous Perpetual Calendar Chronograph Ref. 5978P-010 รวมถึง Calatrava อีก 3 รุ่นที่มาพร้อมดีไซน์ร่วมสมัย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Ref. 6007 และสะท้อนสีสันของธงชาติอิตาลี




ภายในคอลเลกชัน Calatrava ประกอบไปด้วยนาฬิกา Minute Repeater ดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าปัดเคลือบแลกเกอร์สีแดงสดและสายหนังจระเข้สีเดียวกัน (Ref. 7047G-010), Perpetual Calendar รุ่นใหม่พร้อมหน้าปัดและสายสีเขียว (Ref. 7147G-010) และ Calatrava รุ่นใหม่พร้อมหน้าปัดและสายสีขาว (Ref. 7007G-010 ส่วน Aquanaut Ref. 5167 มาในเวอร์ชันสปอร์ตใหม่ พร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินซันเบิรสต์ไล่เฉดสีดำบริเวณขอบหน้าปัดรอบนอก พร้อมรางนาทีสีแดงแบบ Transfer



ปิดท้ายด้วย World Time Minute Repeater ที่นำเสนอใน 2 เวอร์ชันด้วยกัน ใจกลางหน้าปัดตกแต่งด้วย Cloisonné Enamel ถ่ายทอดภาพใจกลางกรุงมิลานในเวลากลางวันบน Ref. 5531G-012 และในยามค่ำคืนถ่ายทอดผ่าน Ref. 5531G-013

WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 18 ตุลาคม นี้ ณ CityOval อาคารประวัติศาสตร์ใจกลางย่านอันทันสมัย ที่ถูกปรับโฉมให้เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะเรือนเวลา ด้วยโดมขนาดสูง 30 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,900 ตารางเมตร นี่จึงเป็นโอกาสเดียวที่ได้ชมเรือนเวลาทรงคุณค่าของ Patek Philippe แบบครบถ้วนทุกไลน์ ทั้งเรือนเวลารุ่นใหม่ รุ่นปัจจุบัน รุ่นหายาก และงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ภายในสถานที่อันงดงามและเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันควรอนุรักษ์
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Nautilus กำลังจะครบ 50 ปี มาดูกันว่า Patek Philippe จะฉลองวาระนี้อย่างไร
Patek Philippe ประกาศจัดงาน WATCH ART Grand Exhibition Milan 2026

