นิโคลัส บอส Group CEO Richemont ผู้ผสานธุรกิจ การตลาด และการสร้างสรรค์
ในการกล่าวถึงความหวังใหม่ของกลุ่ม Richemont โยฮันน์ รูเพิร์ต ได้แต่งตั้งผู้ที่เขาเรียกว่า “product person” อย่าง นิโคลัส บอส ขึ้นเป็น Group CEO เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านความเป็นผู้นำในแบบที่ กุนเทอร์ บลุมไลน์ เคยทำได้ นี่คือเรื่องราวของเขา

นิโคลัส บอส มีภูมิหลังที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่อยู่ในรายชื่อนี้ เขาสำเร็จการศึกษาจาก ESSEC Business School ในปารีส และเริ่มทำงานให้กับ Foundation Cartier ตั้งแต่ปี 1992 ถึง 2000 และในปี 2000 เขาเข้าร่วม Van Cleef & Arpels (VCA) ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาด และ 9 ปีต่อมา ได้ขึ้นเป็นรองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director) ของเมซงแห่งนี้ ในปี 2010 บอสได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เขาเป็นประธานของ VCA ในอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ ลองจินตนาการถึงความท้าทายในการบริหารจัดการหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกของโลก ขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบเครื่องประดับและนาฬิกาทุกชิ้นที่ Van Cleef & Arpels ผลิตออกมาด้วย ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่า บอสต้องมีไมล์สะสมของ Air France ไว้มากมายมหาศาลแน่ๆ

แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ ตลอดช่วงเวลานี้ บอสยังคงเป็นแบบอย่างของความสุขุม นุ่มนวล และความมั่นใจที่มาพร้อมความเงียบสงบ (quiet confidence) ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมควบคู่ไปกับความเฉียบแหลมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่านความเป็นผู้นำของเขา สิ่งนี้ทำให้เขาอยู่ในกลุ่มผู้นำที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งบุคคลที่นำธุรกิจก็เป็นผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ด้วย ที่จริงแล้ว นี่ทำให้เขาอยู่ในประเภทเดียวกับผู้ประกอบการที่มีอิทธิพลอย่าง ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) และ แม็กซ์ บุสเซอร์ (Max Büsser) ซึ่งทั้งสองคนไม่ใช่ช่างทำนาฬิกา แต่กลับมีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรม

ในปี 2013 บอสได้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก สตานิสลาส เดอ เคอร์ซิซ (Stanislas de Quercize) ที่เป็นที่รักของคนในวงการ และยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนที่น่าทึ่งในการสร้างสรรค์เครื่องประดับและเรือนเวลามากว่าทศวรรษ ในปี 2024 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็น CEO ของ Richemont Group แต่ในครั้งนี้ อิทธิพลของเขาหมายถึงเขายังดูแลเมซงเครื่องประดับทั้งสองแห่งของกลุ่ม ได้แก่ Cartier และ Van Cleef & Arpels ด้วย สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ เขาเป็นคนแรกในตำแหน่งนี้ที่มีความสามารถหลักทั้งด้านการตลาด ธุรกิจ และการสร้างสรรค์ (Creation) แท้จริงแล้ว เขาเติมเต็มตำแหน่งนี้ในแบบที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ยกเว้น กุนเทอร์ บลุมไลน์ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่เคยได้รับโอกาสนั้น ด้วยการเข้ามาของบอส Richemont มีความพร้อมที่จะรับมือกับมรสุมที่กำลังเผชิญอยู่ในตลาดสินค้าหรูหรา และสามารถหาทางออกได้อย่างไม่เพียงแต่สมบูรณ์เท่านั้น และยังประสบความสำเร็จอีกด้วย
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ ฟรองซัวส์-อองรี เบนนาห์เมียส (François-Henry Bennahmias)
The Revolutionary List: 26 รายชื่อผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – ฌอง อาร์โนลต์ (Jean Arnault)

