Breguet คว้า ‘เข็มทองคำ’ สรุปผลการแข่งขัน GPHG ครั้งที่ 25 แห่งเจนีวา พร้อมเปิดตัว 19 ผลงานนาฬิกาที่ก้าวข้ามขีดจำกัด
ท่ามกลางบรรยากาศที่เจนีวา เมืองแห่งต้นกำเนิดการประดิษฐ์นาฬิกาอันเลื่องชื่อ ได้กลับมาเต้นระรัวด้วยจังหวะแห่งความเป็นเลิศทางโฮโรโลยีอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2025 สำหรับพิธีมอบรางวัล Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ครั้งที่ 25 การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่าการเฉลิมฉลอง แต่คือการยกย่องให้กับบรรดาผู้ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและหลงใหลในการรังสรรค์กลไกเพื่อจับกุมช่วงเวลา
บนเวทีอันทรงเกียรติ Antoine de Caunes ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการด้วยไหวพริบและสไตล์อันสง่างาม ทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเป็นการสดุดีแก่นาฬิกาข้อมือร่วมสมัย
การตัดสินอันทรงคุณค่าและ ‘เข็มทองคำ’ อันสูงสุด
การคัดเลือกผู้ชนะในครั้งนี้ดำเนินการโดย Academy และคณะกรรมการตัดสิน (Jury) ประจำปี 2025 ซึ่งมี Nick Foulkes นักข่าว นักเขียน และนักประวัติศาสตร์เป็นประธาน การตัดสินครั้งนี้ได้มอบรางวัลให้กับผลงานที่โดดเด่นถึง 19 ชิ้น สะท้อนให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรม และรางวัลอันเป็นที่สุดแห่งความปรารถนาอย่าง “Aiguille d’Or” Grand Prix (เข็มทองคำ) ก็ตกเป็นของ Breguet สำหรับผลงานรุ่น Classique Souscription 2025 ที่แสดงถึงความคลาสสิกไร้กาลเวลาและการยึดมั่นในรากฐานอันเป็นตำนาน

Classique Souscription 2025
การบุกเบิกและขีดจำกัดแห่งกลไก
งาน GPHG ครั้งที่ 25 ได้ตอกย้ำถึงความหลากหลายและความกล้าหาญในการสร้างสรรค์ โดยแบรนด์ชั้นนำมากมายต่างแสดงความโดดเด่นผ่านผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และบทกวีแห่งกลไก นาฬิกาหลายเรือนได้รับการยกย่องในหมวดหมู่ต่างๆ ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ในแง่ของความแม่นยำ Zenith คว้า Chronometry Prize ไปครองด้วยรุ่น G.F.J. Calibre 135 ขณะที่รางวัล Horological Revelation Prize ซึ่งมอบให้แก่ผู้สร้างสรรค์หน้าใหม่ที่มีวิสัยทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจ ตกเป็นของ Anton Suhanov สำหรับผลงาน St. Petersburg Easter Egg Tourbillon Clock ส่วนรางวัล Audacity Prize ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความกล้าในการฉีกกรอบการออกแบบ ถูกมอบให้แก่ Fam Al Hut สำหรับผลงาน Möbius
สำหรับนาฬิการะดับตำนาน Audemars Piguet ก็ไม่พลาดที่จะคว้ารางวัล Iconic Watch Prize ด้วยรุ่น Royal Oak Perpetual Calendar ที่ยังคงยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความซับซ้อนและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
ความซับซ้อนและศิลปะชั้นสูง
รางวัลในกลุ่มความซับซ้อนทางกลไกได้แสดงถึงความสามารถอันน่าทึ่งของผู้ประดิษฐ์เรือนเวลา Greubel Forsey ได้รับรางวัล Mechanical Exception Watch Prize สำหรับนาฬิกา Nano Foudroyante ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมเชิงกลไกขนาดจิ๋ว ในขณะที่ Bvlgari คว้ารางวัล Tourbillon Watch Prize ด้วยความบางเฉียบอันเป็นที่สุดในรุ่น Octo Finissimo Ultra Tourbillon
นาฬิกาโครโนกราฟที่ผสมผสานฟังก์ชันการจับเวลาและความสง่างาม Angelus ได้รับรางวัล Chronograph Watch Prize จากรุ่น Chronographe Télémètre Yellow Gold และสำหรับหมวดหมู่นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษที่เน้นกลไกซับซ้อน Bovet 1822 คว้ารางวัล Men’s Complication Watch Prize ด้วยรุ่น Récital 30 ที่นำเสนอการจัดวางองค์ประกอบอันวิจิตรตระการตา
ในกลุ่มนาฬิกาที่ให้ความสำคัญกับการบอกเวลาเป็นหลัก Urban Jürgensen ได้รับรางวัล Men’s Watch Prize สำหรับรุ่น UJ-2: Double wheel natural escapement ที่โดดเด่นด้วยกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ และ Daniel Roth คว้ารางวัล Time Only Watch Prize ด้วยรุ่น Extra Plat Rose Gold ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด
ความงาม ศิลปะ และเรือนเวลาสำหรับสตรี
กลุ่มสุนทรียภาพและความงามได้รับการยกย่องผ่านรางวัลในหมวดศิลปะและเครื่องประดับ Dior Montres ได้รับรางวัล Jewellery Watch Prize สำหรับรุ่น La D de Dior Buisson Couture ที่ผสมผสานศาสตร์แห่งนาฬิกาและเครื่องประดับได้อย่างลงตัว ในขณะที่ Voutilainen คว้ารางวัล Artistic Crafts Watch Prize ด้วยรุ่น 28GML SOUYOU ซึ่งแสดงถึงงานฝีมือเชิงศิลปะอันประณีต
สำหรับนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี Chopard ได้รับรางวัล Ladies’ Complication Watch Prize สำหรับรุ่น Imperiale Four Seasons ที่มีความซับซ้อนและสวยงาม และ gérald genta คว้ารางวัล Ladies’ Watch Prize ด้วยรุ่น Gentissima Oursin Fire Opal ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นและมีชีวิตชีวา
การยกย่องพิเศษและงานแสดงผลงาน
รางวัล Special Jury Prize ประจำปีนี้มอบให้กับ Alain Dominique Perrin ประธานของ Fondation Cartier pour l’art contemporain เพื่อยกย่องบทบาทเชิงวิสัยทัศน์ของเขาในการส่งเสริมการประดิษฐ์นาฬิกาคุณภาพสูง

Alain Dominique Perrin
ผู้สนใจสามารถชมนาฬิกาที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 90 เรือน รวมถึงผลงานผู้ชนะ 19 เรือน ได้ที่ Musée d’Art et d’Histoire ในเจนีวาจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2025 ก่อนที่ผลงานที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปจัดแสดงต่อที่ Dubai Watch Week ระหว่างวันที่ 19 ถึง 23 พฤศจิกายน ซึ่งตอกย้ำถึงสถานะของ GPHG ในฐานะเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง
2025 PRIZE LIST
- “Aiguille d’Or” Grand Prix : Breguet, Classique Souscription 2025
- Chronometry Prize: Zenith, G.F.J. Calibre 135
- Horological Revelation Prize: Anton Suhanov, St. Petersburg Easter Egg Tourbillon Clock
- Audacity Prize: Fam Al Hut, Möbius
- Iconic Watch Prize: Audemars Piguet, Royal Oak Perpetual Calendar
- Mechanical Exception Watch Prize: Greubel Forsey, Nano Foudroyante
- Chronograph Watch Prize: Angelus, Chronographe Télémètre Yellow Gold
- Tourbillon Watch Prize: Bvlgari, Octo Finissimo Ultra Tourbillon
- Sports Watch Prize: Chopard, Alpine Eagle 41 SL Cadence 8HF
- Men’s Complication Watch Prize: Bovet 1822, Récital 30
- Men’s Watch Prize: Urban Jürgensen, UJ-2: Double wheel natural escapement
- Time Only Watch Prize: Daniel Roth, Extra Plat Rose Gold
- Jewellery Watch Prize: Dior Montres, La D de Dior Buisson Couture
- Artistic Crafts Watch Prize: Voutilainen, 28GML SOUYOU
- Ladies’ Complication Watch Prize: Chopard, Imperiale Four Seasons
- Ladies’ Watch Prize: gérald genta, Gentissima Oursin Fire Opal
- “Petite Aiguille” Watch Prize: M.A.D. Editions, M.A.D.2 Green
- Challenge Watch Prize: Dennison, Natural Stone Tiger Eye In Gold
- Mechanical Clock Prize: L’Épée 1839, Albatross L’Épée 1839 X MB&F
- Special Jury Prize: Alain Dominique Perrin
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Zenith G.F.J. เมื่อตำนาน Calibre 135 คืนชีพ พร้อมคว้ารางวัล Chronometry Prize ที่ GPHG 2025
LVMH ผนึกกำลัง La Joux-Perret การเดินทางสู่กลไกนาฬิกาสวิสแห่งอนาคต



















